[Trans] Soul and Style : การร่วมงานทางดนตรีครั้งล่าสุดของคิมจุนซู กับ Automatic และ Ebony

APA พูดคุยกับนักดนตรีมืออาชีพ Bruce “Automatic” Vanderveer และ Ebony Rae
Cunningham ถึงผลงานชิ้นล่าสุดของพวกเขา ซิงเกิล “Uncommitted” ของคิมจุนซูแห่ง
JYJ และบรรยากาศการทำงานที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นร่วมกับนักร้อง K-pop

by Mai Nguyen
Date Published: 09/12/2555

ภาพของ Automatic และ Ebony จากหน้าเฟซบุคของ Bruce “Automatic” Vanderveer’s

 

วันที่ 2 กันยายน ฉันได้รับเชิญจากโปรดิวเซอร์ Bruce “Automatic” Vanderveer และ
ผู้กำกับเสียง Ebony Rae Cunningham ให้ไปร่วมชมคอนเสิร์ตของนักร้อง K-pop ที่ชื่อ
 คิมจุนซู ณ Hollywood Palladium ในขณะที่จุนซูกำลังร้องเพลง “Uncommitted” ซึ่ง
เป็นซิงเกิลเปิดตัวเพลงสากลที่พวกเขาเป็นคนโปรดิวซ์ให้ ทั้งสองคนก็กลายเป็น
ส่วนหนึ่งของบทเพลงและเริ่มร้องตามในทันที

หลังจากเพลงจบลง จุนซูกล่าวขอบคุณ  Automatic สำหรับการแต่งและโปรดิวซ์
ซิงเกิลนี้ให้ ส่วน Automatic ก็ตะโกนตอบกลับมาจากด้านหลังของผู้ชมว่า
“มันเจ๋งเพราะนายนั่นแหละ!”

Automatic เป็นประธานและ CEO ของ InRage Entertainment ส่วน Ebony Rae
Cunningham เป็นรองประธานและเป็นคนออกแบบการร้องสำหรับเพลง
“Uncommitted”

ระหว่างการพูดคุยช่วงสั้น ๆ กับพวกเขา จู่ ๆ Automatic ก็คำรามยาว ๆ ออกมา
– ฉันรู้  –  นั่นหมายถึงเรากำลังจะได้เรื่องราวที่น่าสนใจแล้วล่ะ  
ทั้งสองคนร่วมพูดคุยถึงการทำงานในห้องอัดและความสัมพันธ์ทางดนตรี
ของพวกเขาอย่างละเอียด


APA: เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า คุณเข้าสู่วงการดนตรีได้ยังไงคะ?
Ebony Rae Cunningham (ERC): ฉันเริ่มต้นจากโบสถ์เหมือนกับคนดนตรีอีกมาก
นั่นแหละ วันหนึ่งฉันได้ยินใครสักคนร้องเพลง แล้วฉันก็คิดว่า “ฉันก็ทำแบบนี้ได้นี่”
ฉันเริ่มต้นร้องเพลงประสานเสียงในโบสถ์แล้วค่อย ๆ เลื่อนขั้นไปจนถึงหัวหน้าวง
ร้องประสานเสียง จากนั้นฉันเข้าเรียนที่ University of South Florida แล้วก็ย้ายมาที่
USC ด้านดนตรี จนกระทั่งจบค่ะ
Automatic (A): ผมเริ่มต้นตอนอายุ 11 ปี ตอนนั้นผมอยู่ที่ Brooklyn เด็กข้างบ้านผม
เขาเล่นกีต้าร์ แต่เขาไม่เคยยอมให้ผมเล่นเลย ผมได้แต่บอกว่า “ขอลองหน่อย ขอลอง
เล่นบ้าง” เราก็เลยทะเลาะกัน ผมชนะแล้วก็เอากีต้าร์เขามา จากนั้นผมก็เริ่มเล่น
แม่ของผมออกมาข้างนอกแล้วก็ถามว่า “พระเจ้า ลูกเล่นแบบนั้นได้ยังไงกัน”
ผมก็บอกว่า “ไม่รู้สิ!”  แต่ผมเรียนรู้ที่จะเล่นเป็นเพลงได้ใน 10-15 นาที แม่ผมเข้าไป
โทรศัพท์บอกคนอื่นว่า  “ลูกชายฉัน เขาเล่นกีต้าร์เป็นเอง!” เธอประหลาดใจมากและ
เริ่มเรียกผมว่า “Little Automatic, Little Automatic” และผมเดาว่าผมน่าจะมีพรสวรรค์
ด้านนี้เมื่อผมจับเครื่องดนตรีแล้วลองเริ่มเล่น จนถึงตอนนี้ผมเล่นดนตรีได้ 11 ชนิดแล้ว

APA: แล้วคุณได้เอากีต้าร์กลับไปคืนเจ้าของรึเปล่าคะ?
A:[หัวเราะ] คืนสิ…. แต่จริง ๆ ผมไม่อยากคืนหรอกนะ แต่ยังไงแม่ผมก็ไม่เคยสนใจ
หรอกว่าผมเตะก้นเจ้าเด็กนั่นรึเปล่า  นั่นก็เป็นเรื่องดีใช่มั้ยล่ะ [หัวเราะ]

APA: เครื่องดนตรี 11 ชนิดที่คุณเล่นได้มีอะไรบ้างคะ?
A: กลอง ทรอมโบน กีต้าร์เบส กีต้าร์ เปียโน ทูบา คลาริเนต แซกโซโฟน ทรัมเปต
ขลุ่ย panpipe [T/N: เป็นเครื่องเป่าโบราณ เป็นการเอาขลุ่ยหลายเลามาเรียงกัน หน้าตา
คล้ายแคน] ไซโลโฟน แล้วก็เล่นแอคคอร์เดียนได้นิดหน่อยผมกำลังหัดอยู่ อ้อ ผมเล่น
 berimbau ได้ด้วยนะ เป็นเครื่องดนตรีบราซิลน่ะ

APA: แล้วคุณเริ่มเล่นเครื่องดนตรีทั้งหมดพวกนั้นได้ยังไงคะ?
A: ก็หลังจากที่ชนะเด็กคนแรกได้ – อย่างที่คุณรู้ว่ามันคือจิตวิญญาณแบบชาว
Brooklyn ของผม [หัวเราะ] – ผมตัดสินใจที่จะก้าวไปข้างหน้า ในที่สุดแม่ก็ยอมซื้อ
กีต้าร์ให้ผม ตอนที่ผมไปโรงเรียนผมก็เอากีตาร์ไปด้วย แล้วก็ถามคนที่โรงเรียนว่า
“ผมจะให้ยืมกีต้าร์ของผมแลกกันกับเครื่องดนตรีของเขาซักวันสองวันได้มั้ย”
แล้วผมก็แลกกีต้าร์กับทูบา จากนั้นก็เป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ พวกเราแลกเปลี่ยนกัน
และนั่นคือวิธีที่ผมเรียนรู้การเล่นเครื่องดนตรีหลายอย่าง ผมเล่นเครื่องดนตรีเหล่านั้น
ได้ดีมาก มากพอถึงขั้นจะเล่นอัดเสียงได้ด้วยซ้ำ เพียงแต่ผมไม่ได้เป็น ‘ที่สุด’ ในเครื่อง
ดนตรีประเภทใดเลย แม้แต่สักอย่างเดียว

APA: คุณเข้าสู่สายอาชีพดนตรีได้ยังไงคะ?
A: ตอนที่ผมอยูที่ Red Hook ใน Brooklyn ผมมีวงดนตรี พวกเรามีการแสดงแล้วก็เล่น
ให้กับบริษัทค่ายเพลงหลายแห่ง ผมเคยต้องเล่นให้ถึง 13 บริษัทก็มีนะ มันบ้ามากเลย
มีสุภาพบุรุษคนหนึ่งเดินทางมาบนถนนอันแสนขรุขระของ Brooklyn เพื่อมาดู
พวกเราที่ห้องซ้อม พวกเรามีการแสดงและเขาก็อยากให้เราเซ็นสัญญา ผมเซ็นสัญญา
กับ Morgan Creek/Polygram Records และเริ่มต้นจากไม่มีเงินเลยจนถึงมีเงินในบัญชี
300,000 เหรียญภายในเวลาเดือนครึ่ง ผมมา California เพื่ออัดอัลบั้มแรกของผม
ผมเห็นต้นปาล์มแล้วก็คิดว่าตอนนี้ผมอยู่ในประเทศเขตร้อนรึเปล่านะ ผมพูดออกมา
เลยว่า “ผมอยู่ที่นี่แล้ว!!” อัลบั้มแรกของผมชื่อ Auto & Cherokee ตามชื่อของผมและ
คนที่ผมร่วมงานด้วยในตอนนั้น เรามีเพลง “Taste” ที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่อง The Crush
ผมเล่นดนตรีได้หลายอย่างและคิดว่าผมสามารถเสียงได้ดีด้วย ผมมีสตูดิโอเป็นของ
ตัวเองตอนอายุ 15 ผมใช้สตูดิโอนั้นสำหรับอัดเสียง แต่การเรียนรู้วิธีบันทึกเสียง
สำหรับใช้เปิดทางสถานีวิทยุ นั่นเป็นอีกระดับหนึ่งเลย ผมได้พบกับ Jimmy Jam และ
 Terry Lewis ผู้รับผิดชอบดูแลงานของ Janet Jackson และ New Edition ผมทำสัญญา
ร่วมงานการผลิตกับพวกเขา และพวกเขาได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการโปรดิวซ์งาน
บันทึกเสียง จากนั้นผมได้ทำงานให้กับ Michael Jackson อยู่ช่วงหนึ่งและในขณะ
เดียวกันก็สร้างวงขึ้นสองกลุ่มชื่อ Brown Stone กับ Quo นั่นเป็นการทำงานด้าน
ที่เกี่ยวกับการร้องเพลงมากขึ้น แต่ผมก็ทำงานเกี่ยวกับการสร้างวงของพวกเขาและ
ได้กลายเป็นเพื่อนที่ดีกับ Michael Jackson จากนั้นก็มาร่วมงานกับ WB Television
Network และมีโอกาสได้ร่วมงานกับ  Sony ที่รักในสิ่งที่ผมทำ พวกเขาต้องการให้ผม
เซ็นสัญญาในฐานะนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ และผมร่วมงานกับพวกเขาตั้งแต่
ปลายปี 1999

APA: [หันมาทาง Ebony] แล้วคุณล่ะคะ?
ERC: หลังจากที่ฉันเรียนจบ ฉันวาดภาพไว้แล้วว่าฉันจะไปในทิศทางไหน ฉันอยาก
เป็นศิลปินและจะไม่ทำงานให้กับใครทั้งนั้น ตอนที่ฉันพบกับ Automatic และได้เรียน
รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ ฉันเห็นด้วยอย่างเต็มที่กับวิสัยทัศน์เรื่องความ
เสรีของศิลปะ ฉันตกลงที่จะทำงานกับเขาและเขามอบตำแหน่งรองประธานบริษัท
ให้ฉัน
A: นั่นคือวิสัยทัศน์ของ InRage Entertainment ในความเป็นจริงแล้วข้างนอกยังมี
ศิลปินที่เก่งกาจอีกมากมายที่ไม่มีโอกาสได้เปิดเผยตัวตนของพวกเขา บางครั้งพวก
เขาต้องทำในสิ่งที่บริษัทบอกให้ทำ พวกเขาบางคนสามารถร้องเพลงได้หลากหลาย
แนวและเล่นดนตรีได้หลายประเภท แต่พวกเขาไม่มีโอกาสนั้น ดังนั้นผมจึงรู้สึก
“in rage”* ว่าเรายังมีเสรีภาพของงานศิลปะไม่มากพอในอุตสาหกรรมนี้ และนั่นคือ
เหตุผลซึ่งเป็นที่มาของ InRage Entertainment
*[T/N: ผู้แปลไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอที่จะแปลคำนี้ให้ถูกต้องตามความหมาย
ที่แท้จริงที่คุณ Automatic ต้องการสื่อจึงขออธิบายเป็นสองความหมายคือ
1. In rage ในความหมายหนึ่งคือ coverage หมายถึงคุ้มครองความเสี่ยงทั้งหมด รับประกันความปลอดภัย  หรือ 2 in rage ในความหมายคือ ตกอยู่ในอันตราย ความ
คลั่งไคล้ หรือกระแสนิยมแฟชั่น แต่จากแนวคิดและบริบทคิดว่าชื่อของบริษัทน่าจะ
หมายความตามความหมายแรกค่ะเพื่อให้ศิลปินมีความกล้าและได้รับความมั่นใจที่
จะสามารถแสดงออกถึงศิลปะในความหมายของตนเองอย่างเสรี]

APA: ในฐานะโปรดิวเซอร์ที่สามารถเล่นดนตรีได้หลายชนิด คุณชอบทำงานในแนว
ดนตรีใดมากที่สุดคะ?
A: เป็นเรื่องแปลกทีเดียวที่คุณถามแบบนี้ เพราะว่าผมเล่นดนตรีได้หลายอย่าง ผมเป็น
คนที่คุณอาจจะเรียกว่า “hybrid producer”  ผมทำงานดนตรีออกมาหลากหลายแนว
อันที่จริงแล้วผลงานติดอันดับท็อปเทนของผมชิ้นแรกคือเพลงคันทรี่ของ Bettina Bush
แห่ง American Idol ดังนั้นจึงไม่มีแนวไหนที่ผมจะพูดได้ว่าผมถนัดที่สุด ผมยังคงทำ
งานที่หลากหลายและแตกต่างกัน ทั้งการบันทึกเสียงและการผลิตผลงานทางดนตรี
ผมทำทุกอย่างตั้งแต่กอสเปลไปถึงร็อคและฮิปฮอปและผมเปิดกว้างเพื่อรับ
แนวทางอื่นอีก

APA: มาถึงผลงานโปรดิวซ์ล่าสุดของคุณ “Uncommitted” คุณมาร่วมงานกับ C-JeS
และจุนซูได้อย่างไร?
A: มีผู้บริหารของ C-JeS คนหนึ่งชื่อ Niddy เขารู้จักกับเพื่อนของผมคนที่แนะนำให้ผม
ไปเป็นโปรดิวเซอร์ของ Sony  Niddy ติดต่อมาที่ผมว่า “ตอนนี้พวกเราที่ C-JeS กำลัง
มองหาเพลงสำหรับวง JYJ อยู่” ผมส่งเพลงให้พวกเขาและที่จริงแล้ว “Uncommitted”
เป็นเพลงที่ผมไม่แน่ใจว่าผมควรจะส่งไปให้พวกเขาฟังดีไหม เพราะเป็นเพลงที่ค่อน
ข้างซอฟท์กว่างานอื่นที่ผมส่งไปให้ เพลงอื่นจะเข็งแรงกว่า จังหวะเร็วกว่าและหนัก
แน่นกว่า ในขณะที่ “Uncommitted” เป็นเพลงจังหวะกลางและออกแนวบัลลาร์ด
มากกว่า น่าประหลาดใจมากที่พวกเขาโทรกลับมาหาผมแล้วบอกว่าชอบเพลง
“Uncommitted” และอยากได้เพลงนี้ ผมได้แต่คิดกับตัวเองว่า “โห ผมเกือบไม่ส่ง
เพลงนั้นไปแล้วนะเนี่ย” [หัวเราะ] นั่นเป็นเรื่องที่บ้าเอามาก ๆ เลย

APA: อะไรที่ทำให้คุณตัดสินใจส่งเพลง “Uncommitted” ไปในที่สุด ทั้งๆ ที่คุณเอง
ก็ยังไม่แน่ใจในเพลงนี้นัก?
A: ผมคิดว่ามันเป็นเพลงที่มีเรื่องราวในเพลงที่ดีพอ ผมคิดว่า “บางทีพวกเขาอาจจะ
อยากได้แบบนี้ก็ได้” คือมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ชายที่มีอดีตเคยเป็นเพลย์บอย และหลัง
จากที่ได้พบกับผู้หญิงในฝันของเขา เขาก็ตัดสินใจที่จะเลิกใช้ชีวิตแบบเพลย์บอย
แต่เธอกลับบอกว่า “ฉันรู้จักคุณและอดีตของคุณดีพอจนไม่เชื่อว่าคุณจะสร้างความ
สัมพันธ์แบบนี้กับใครได้ ดังนั้นเราแค่สนุกกันเท่านั้นก็พอแล้ว จากนั้นก็จากกันไป”
รักครั้งแรกของชายหนุ่มจึงจบลงด้วยหัวใจสลาย ดังนั้นผมคิดว่านี่อาจจะเป็นข้อ
เสนอที่ดีและบางทีพวกเขาอาจจะชอบมัน

APA: ตอนที่คุณตกลงทำงานนี้กับ C-JeS คุณรู้จัก K-POP  หรือ จุนซูไหม?
A: รู้สิ ลูกสาวผมเป็นแฟนตัวยงของ JYJ เลยล่ะ แล้วเธอก็ยังเป็นแฟนคลับของวงเดิม
ที่พวกเขาเคยอยู่ด้วยนะ นอกจากนั้นเธอยังชอบ Big Bang และ Super Junior อีกด้วย
แล้วก็ฟังเพลงของพวกเขามาหลายปี เธอบอกผมว่า “พ่อต้องฟังเพลงของ K-pop
วงใหม่นี้นะ” ผมคิดว่ามันก็เท่ดีแต่ไม่เข้าใจถึงความดึงดูดหรือความน่าสนใจอะไร
ในตอนนั้นหรอก เพราะเพลงส่วนใหญ่ก็ฟังดูเหมือนเพลงป๊อปทั่วไป สำหรับผมมันก็
เหมือนๆ กันกับดนตรีอเมริกันนั่นล่ะ แต่หลังจากที่ผมเริ่มฟังมากขึ้น ผมได้รับรู้ว่า
ศิลปิน K-pop มีการทดลองแนวทางดนตรีที่หลากหลาย ในขณะที่ในอเมริกาเรามักจะ
เกาะติดกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ตอนที่ผมได้ยินว่าผมจะได้ร่วมงานกับจุนซู
ลูกสาวผมตื่นเต้นมาก แบบ “พ่อรู้รึเปล่าว่าเค้าคือใคร??” ผมมีความสุขที่ลูกสาวผม
ตื่นเต้นมากขนาดนี้ [หัวเราะ]

APA: “Uncommitted” อัดเสียงที่อเมริกาใช่ไหมคะ?
A: แต่เดิมเราคาดว่าจะไปที่เกาหลีและอัดเสียงกันที่นั่น เราพยายามที่จะรวมทุกอย่าง
เข้าด้วยกัน ประสานงานเรื่องตั๋วเครื่องบินและเรื่องอื่น ๆ ทั้งหมด จุนซูก็กำลังมีงานอยู่
ทั้งทัวร์คอนเสิร์ต ทั้งอัดเสียง ดังนั้นตารางก็เลยเปลี่ยนไปมาบ่อยมาก หลังจากลงราย
ละเอียดกันในนาทีสุดท้าย พวกเขาก็โทรมาบอกว่า “เราจะให้เขาบินไปอเมริกาก็แล้ว
กัน” ดังนั้นเราก็สามารถทำงานต่อไปได้ทันทีที่เขามาถึง
สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเราได้พบกับผู้บริหารของ C-JeS พวกเขาชวนเรานั่งลง
แล้วบอกว่า “จุนซูกำลังจะมาและจะบันทึกเสียงเพลงนี้ เราต้องการทำออกมาเป็น
ซิงเกิลและจะถ่ายทำวิดีโอด้วยเลย” พวกเราประหลาดใจมาก พอเราคิดได้ว่าเพลงนี้
จะกลายเป็นซิงเกิลของเขา พวกเราก็เข้าสตูดิโอและทำงานกันอย่างอย่างเร่งด่วน
ภายในสามวันหลังจากที่เราเสร็จงานในส่วนของสตูดิโอแล้ว การถ่ายทำมิวสิควิดีโอ
ก็เริ่มต้นทันที ทุกอย่างก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก พวกเรายังมิกซ์เสียงกันอยู่เลย
ในวันที่ถ่ายวิดีโอ [หัวเราะ] C-JeS เป็นบริษัทที่น่าทึ่งมาก พวกเขาทำงานด้วยความ
รวดเร็วและเข้มแข็ง เราไม่เคยเห็นบริษัทไหนทำงานได้เร็วขนาดนี้มาก่อนเลย

APA: การอัดเสียงกับจุนซูเป็นอย่างไรบ้าง?
A: ผมต้องบอกคุณก่อนว่า จุนซูเป็นศิลปินที่น่าทึ่ง ผมชอบเสียงของเขาอยู่แล้ว
นั่นเป็นสิ่งที่เขามัดใจเราเลยล่ะ ผมรู้ว่าเขาจะสร้างสรรค์ผลงานที่ดีเยี่ยมออกมาได้
แต่สิ่งที่เราไม่รู้ก็คือเขาได้รับการฝึกฝนมาอย่างไร เขามีทัศนคติในการทำงานแบบไหน
ซึ่งเป็นอะไรที่น่าขำมากเลยทีเดียว เราเริ่มต้นในตอนบ่ายต้น ๆ และภายในเวลา
ประมาณสองชั่วโมงเขาก็ร้องได้แล้ว ผมอยากให้เขาได้พักบ้างในตอนนั้น
 แต่เขาไม่ต้องการเลย เขาอยากจะทำงานต่อไปเรื่อย ๆ เขาเป็นมนุษย์บ้างานที่มีความ
สามารถเหลือล้นคนหนึ่งเลยทีเดียว เรามีเวลาที่ดีร่วมกันและสนุกกับมันมาก เราทั้ง
หัวเราะ ทั้งตลก ทั้งทำงานกันอย่างหนัก เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่เยี่ยมที่สุดที่เรามี
ในสตูดิโอ พวกเรามีเคมีเข้ากันได้ดี ผมไม่สามารถอธิบายออกมาได้ แต่ถ้าคุณเห็นพวก
เราคุณจะไม่คิดว่าเรากำลังทำงานกันอยู่ คุณได้ยินผลลัพธ์แล้ว เป็นอะไรที่น่าทึ่งอย่าง
ที่สุด นี่เป็นหนึ่งในประสบการณ์ทำงานในห้องอัดที่ราบรื่นและสนุกที่สุดที่เราเคยมี
ERC: ตอนที่เขาเข้ามาครั้งแรก ฉันคิดว่าเขาพร้อมที่จะเข้าไปในห้องอัดแล้วก็ร้องเลย
แต่เราขอให้เขามานั่งคุยกันก่อน แล้วเขาก็ดูเหมือนจะมองไปรอบ ๆ แบบ “มีอะไรรึ
เปล่าครับ ผมพร้อมที่จะร้องแล้วนะ” เราก็เลยบอกเขาผ่าน Jun Dark (ทีมงานบริหาร
ของ C-JeS) ว่า “เราอยากจะซักซ้อมในส่วนเนื้อเพลงภาษาอังกฤษกับคุณก่อน” เขาก็
ทำหน้าแบบ “โอ ไม่นะ….” เขาก้มลงมองกระดาษแล้วก็ทำท่าเหมือนเขินนิดหน่อย
ตอนที่ยกขึ้นมาปิดหน้าแล้วก็เริ่มหัวเราะ [หัวเราะ] เขาเริ่มอ่านเนื้อเพลงช้า ๆ ทีละ
บรรทัดแล้วก็เงยหน้าขึ้นซักพักแล้วก็หัวเราะ เขาดูอายมาก ๆ เลย และเราก็คอยให้
กำลังใจเขาว่า “ไม่หรอก คุณทำได้ดีแล้ว!” เขาออกเสียงได้ดีแล้วแต่ยังมีเสียงสระและ
พยัญชนะบางตัวในภาษาอังกฤษที่ไม่มีในภาษาเกาหลี ดังนั้นเราจึงมีงานหนักในเรื่อง
นี้ที่จะให้คำแนะนำอย่างเช่น “เอาลิ้นวางไว้ตรงนี้เวลาพูดแบบนี้” หรือ “ทำปากอย่างนี้
เวลาออกเสียงแบบนี้”
A: เราเริ่มต้นการทำงานด้วยการหัดออกเสียงและสำเนียงทุกอย่าง มันสนุกมากเลยแค่
ได้มองหน้าเขาเปลี่ยนไปมาตอนที่เขาอ้าปากเพื่อหัดออกเสียงแบบต่าง ๆ ให้ถูกต้อง
เราได้แต่หัวเราะกันกับเรื่องทั่วไปที่ดูธรรมดาในภาษาอังกฤษ June Dark แปลเนื้อ
เพลงเป็นภาษาเกาหลีให้เขา ดังนั้นเขาจึงเข้าใจความหมายของเพลงและอารมณ์ที่
ซ่อนอยู่ในเพลงที่จะถ่ายทอดเรื่องราวออกมา เพราะเราทำงานกันมาอย่างมากแล้วใน
สตูดิโอ เมื่อดูเหมือนว่าเขาคุ้นเคยและเข้าถึงอารมณ์ของเพลงได้ถูกต้องแล้ว เราจึงพา
เขาเข้าห้องอัดและเขาก็เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการหลับตาและเริ่มร้องเพลงออกมา
ERC: เขาฝึกซ้อมมาแล้วก่อนที่เราจะเริ่มต้นบันทึกเสียง และเขาสามารถร้องใส่ไมค์
ได้เลย แต่เขาก็ยังคงร้องทีละบรรทัดแล้วก็มองหน้าฉัน ร้องอีกท่อนแล้วก็มองมาที่ฉัน
อีกครั้ง เขาคอยมองมาที่ฉันเพื่อความมั่นใจ [หัวเราะ] บางครั้งตอนที่เขารู้สึกว่า
ลำบากที่จะไปต่อ ฉันจะร้องให้เขาฟัง แล้วเขาก็ร้องกลับมา เขาคอยมองมาที่ฉันเพื่อ
ให้มั่นใจว่าเขาทำถูกต้องแล้ว ตอนนั้นฉันก็จะยกนิ้วให้เขา ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เข้าใจ
ภาษาเกาหลีเลยและเขารู้ภาษาอังกฤษบ้างเล็กน้อย แต่เราก็พัฒนาวิธีการที่ดีในการสื่อ
สารกันด้วยสายตาและการยกนิ้ว [หัวเราะ]

A: มันเป็นเรื่องง่าย ๆ สำหรับเขา หลังจากที่เราทวนเนื้อเพลงกันทั้งหมดแล้ว มันก็
กลายเป็นเรื่องมหัศจรรย์ไปในทันที ผมเดินเข้าสตูดิโอไปพร้อมกับเขา เราแค่ร้องเพลง
โต้ตอบกลับไปกลับมากันและทดลองอะไรบางอย่างกับแอดลิปที่คุณได้ยินในเพลง
เขาแค่หลับตาแล้วก็ไปสู่อีกที่หนึ่ง มันเหลือเชื่อมาก ๆ เหมือนกับเรากำลังแบทเทิลกัน
ใน American Idol หรืออะไรทำนองนั้น [หัวเราะ] ทุกครั้งที่ผมร้องออกมาโน้ตหนึ่ง
เขาจะสามารถร้องตามในสิ่งที่ผมทำได้ทันที และผมประหลาดใจมาก รู้สึกประทับใจ
กับความสามารถมากมายที่เขามีอยู่
ERC: เขาเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้นจริง ๆ [หัวเราะ] – ตรงท่อนสองที่คำว่า “be”
Automatic เป็นคนเริ่มก่อน แล้วเขาก็ตกลง เขาร้องแล้วมันออกมาในแบบที่ดีกว่า
ตอนที่ Automatic ทำซะอีก [หัวเราะ] ฉันอยู่ในห้องอัดกับเขาด้วยแล้วฉันก็ “Heyyy!”
อะไรแบบนี้ Automatic บอกฉันว่าทุกคนในห้องอัดหัวเราะกันใหญ่เลย
“Uncommitted” เป็นเพลงบัลลาร์ดที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณ คุณรู้ไหมตอนที่จุนซูร้อง
ออกมาในแบบที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแบบนั้น แล้วAutomatic เคยพูดครั้งหนึ่งว่า
 “นี่ พวกเรากำลังทำให้นายกลายเป็นคนผิวสี!” หรือ “นายกำลังกลายเป็นนักร้องผิวสี
ไปแล้ว” เขาเข้าใจนะแล้วก็ตอบว่า “ผมเป็นคนผิวสีไม่ได้อ่ะ ผมเป็นคนผิวเหลือง”
[หัวเราะ] เราทำอะไรไม่ได้นอกจากหัวเราะกันเป็นบ้าเป็นหลังเลย
การทำงานกับเขาสนุกมาก โดยเฉพาะเวลาที่เขาร้องเพลงและขึ้นไปยังจุดที่เราไม่ได้
คาดหวังจากเขา น่าตื่นเต้นมากที่เขาสามารถรับมือกับเพลงที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณ
และสไตล์แบบนี้ได้ดี เขาทำงานหนักมากและเห็นได้ชัดว่าฉันคิดว่ามันคุ้มค่ามาก
A: เขามีพรสวรรค์โดยธรรมชาติ ผมรอคอยที่จะได้ร่วมงานกับเขาอีกในอนาคต
ผมมองดูความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับผมเหมือนกับความสัมพันธ์ระหว่าง
Quincy Jones กับ Michael Jackson ผมหวังให้ความสัมพันธ์ของเราเป็นแบบนี้ต่อไป
และเราจะได้ร่วมงานกันอีก ผมคิดว่าสิ่งที่เราทำด้วยกันนั้นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นและ
ผมคิดว่าเราจะได้ทำบางอย่างที่เหลือเชื่อซึ่งจะประทับอยู่ในใจผู้คน

APA: คุณคิดว่ามิวสิควิดีโอถ่ายทอดเพลงของคุณออกมาได้ดีไหม
A: มันเป็นความรู้สึกดีที่สุดในโลกที่ได้เห็นศิลปินที่ยอดเยี่ยมอย่างเขาร้องเพลงที่คุณ
ทำจากหัวใจ “Tarantallegra” เป็นวิดีโอที่ยอดเยี่ยมสำหรับนำเสนอ performance แต่
“Uncommitted” จะแสดงให้เห็นตัวตนของจุนซู ในฐานะของคน ๆ หนึ่ง ในฐานะนัก
ร้อง – และเห็นตัวเขาที่ค่อย ๆ พัฒนาไปเป็นผู้ชายเต็มตัว ผมคิดว่าเมื่อคนได้ชมวิดีโอ
นี้แล้วพวกเขาจะได้เห็นจุนซูในแบบที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน ผมชอบมิวสิควิดีโอ
นี้และผมคิดว่ามันสามารถถ่ายทอดเพลงนี้ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

APA: หลังจากได้ร่วมงานกับจุนซูแล้ว คุณจะเปรียบเทียบกับการทำงานกับนักร้อง
อเมริกันในแง่ไหน?
A: เหตุผลที่ผมเปรียบเทียบจุนซูกับ Michael Jackson อยู่บ่อย ๆ ก็คือเขาเติบโตขึ้นมา
ในด้านของดนตรี เขาอยู่กับสิ่งนี้มาเป็นเวลานาน ดังนั้นเขามีความเป็นศิลปินโดย
ธรรมชาติและมีความเป็นมืออาชีพอยู่ในจิตวิญญาณของเขา ซึ่งคุณจะไม่เห็นสิ่งนี้จาก
ศิลปินคนอื่นที่เพิ่งอยู่ในวงการมาได้แค่สองสามปี มันเป็นระดับของประสบการณ์ที่
แตกต่างกัน คุณจะอยากเห็นสิ่งที่ดีที่สุดของที่สุดไปเรื่อย ๆ เมื่อคุณได้ร่วมงานกับจุนซู
เมื่อคุณพูดถึงความแตกต่างระหว่างเขากับนักร้องอเมริกัน ผมไม่คิดถึงความแตกต่าง
ในแง่ของวัฒนธรรมแต่เป็นความแตกต่างในด้านของความเป็นมืออาชีพ ผมหวังว่า
อเมริกาจะยอมรับเขา คงจะต้องมหัศจรรย์มาก ผมคิดว่าเขากำลังก้าวสู่ความท้าทาย
 และจะเป็นศิลปินที่เมื่อคนมองมาที่เขาแล้วจะบอกว่าเขาจัดอยู่ในระดับที่สูงที่สุด
คุณนึกดูสิ ผู้คนกำลังร้องเพลงของเราในเม็กซิโก ในชิลี ในบราซิล ขณะที่เขากำลัง
แสดงบนเวที ผู้ชมก็ร่วมร้องเพลง “Uncommitted”  ตามเขาทีละบรรทัดทีละบรรทัด
มันช่างเหลือเชื่อ! แล้วทุก ๆ วันก็จะเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ และมันก็จะดีกว่า ดีกว่า
ดีกว่า เสมอ
ผมอยากจะตีลังกาแล้วก็กระโจนขึ้นไปบนผนัง [หัวเราะ] ผมโคตรมีความสุขเลย

APA: ในฐานะโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกันที่ได้ร่วมงานกับศิลปิน K-pop คุณคิดว่า K-pop
กำลังก้าวไปสู่จุดไหนและคุณอยากมีส่วนร่วมมากกว่านี้หรือไม่อย่างไร?
A: ใช่ ใช่และใช่ แรกสุดผมคิดว่า K-pop น่าจะโตขึ้นเพราะเต็มไปด้วยการทดลอง
สิ่งใหม่และความสด ผมอยากลองทำงานกับ K-pop ให้มากขึ้น เพราะศิลปินส่วนใหญ่
ไม่กลัวการลองอะไรใหม่ ๆ  พวกเราคือ “นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ลูกผสม” และ
K-pop  ในตอนนี้ก็เป็นเสมือนเวทีใหญ่สำหรับโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงอย่าง
Ebony และผม เราไม่ต้องยั้งไว้ ดังนั้นเราจึงสามารถทำออกมาสุดฝีมือและพยายาม
สร้างสิ่งใหม่ ๆ และน่าทึ่งออกมา เราอยากทำงานต่อไปกับศิลปิน K-pop อีกมากเท่าที่
จะสามารถทำได้ และแน่นอนไม่ต้องสงสัยเลยว่าผมอยากพัฒนาความสัมพันธ์อัน
น่าทึ่งกับจุนซูต่อไปอีกด้วยเช่นกัน

APA: มีศิลปินคนไหนที่คุณอยากร่วมงานด้วยอีกบ้าง?
A: ผมอยากร่วมงานกับ G-Dragon
ERC: แน่นอนว่า B.A.P อีกวง
A: เราอยากร่วมงานทั้งกับ Psy G-Dragon Big Bang B.A.P และอื่น ๆ อีกมาก มากมาย
ไปหมดรวมไปถึงศิลปิน J-pop ด้วยเช่นกัน พวกเราพยายามที่จะมองหาการผจญภัย
ใหม่ ๆ

APA: อะไรคือผลงานของคุณในตอนนี้และสิ่งที่คุณวางแผนไว้ในอนาคต?
A: ตอนนี้ผมกำลังทำเพลงให้ Chris Brown ทำงานเพลงสำหรับทริบิวท์ให้ Whitney
Houston และทำงานกับ Leona Lewis ด้วย และตอนนี้เราก็กำลังทำซิงเกิลแรกของ
InRage ซึ่งจะออกต้นปีหน้า สำหรับ Asphalt Messiah วงของผมก็กำลังจะออกผลงาน
บางอย่างในช่วงเดียวกัน ปีหน้าจะต้องเป็นปีที่น่าทึ่งอย่างมากด้วยเช่นกันเพราะเรา
กำลังจะทำงานโซโลของ Ebony ในชื่อ Evanrae อีกด้วย
ERC: เราอยากบอกดัง ๆ กับแฟนทุกคนที่สนับสนุนจุนซูและ Automatic และทุกคน
ชาว InRagers ทุกคนที่เราได้รู้จักกันจากการทำงานในครั้งนี้ พวกคุณทุกคนใจดีกับ
พวกเรามากและเราหวังว่าคุณจะยังคงสนับสนุน จุนซู JYJ และ InRage ต่อไปเรื่อย ๆ
ตอนนี้เรากำลังปรับปรุงเวบไซต์ของเราพร้อมกับหัวข้อพิเศษสำหรับชาว Inrengers
ดังนั้นขอให้ติดตามกันต่อไป อีกอย่างเรามีเซอร์ไพร์สพิเศษสำหรับผู้สนับสนุน
“Uncommitted” ของพวกเราตามมาในเร็ว ๆ นี้ ดังนั้นช่วยติดตามต่อไปด้วย

For more information, check out Automatic’s Twitter and Ebony’s Twitter.
Kim Junsu’s official CJeS page

Credit : Asia Pacific Arts >Link<
Thai trans : ilnostroposto.wordpress.com
——————————————————————————————-***

โปรดิวเซอร์เค้าอวยมา เราก็แปลไปตามนั้นนะคะ ไม่ได้อวยเพิ่มเติมแต่ประการใด
เพียงแต่อ่านการอวยครั้งนี้อย่างเปี่ยมสุข ยิ้มจนปวดแก้ม
รักคนที่รักจุนซูที่รักของเรามากเลยค่ะ ^ ^

Advertisements

One thought on “[Trans] Soul and Style : การร่วมงานทางดนตรีครั้งล่าสุดของคิมจุนซู กับ Automatic และ Ebony

  1. Pingback: [Thai Trans + Interview] Soul and Style: Kim Junsu’s latest musical collaborators Automatic and Ebony | XIA JunSu

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s