[Trans-Opinion] 111014 K-pop Fan Apathy and Its Impact

ความไม่กระตือรือร้นของแฟน K-POP และผลกระทบจากเรื่องนี้

Posted on October 17, 2011 by Cecilia

WRITTEN BY MEGAN ON OCTOBER 14, 2011

คำว่า “ขาดความกระตือรือร้น” นั้นไม่ใช่คำที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึงเป็นอย่างแรกในการอธิบายถึงกลุ่มแฟน K-pop คำว่า “บ้าคลั่งอย่างไร้เหตุผล” น่าจะเป็นคำที่นิยมใช้มากกว่า หรือบางทีอาจใช้คำว่า “ทุ่มเท” เพื่อให้ความหมายในเชิงบวกกับคำนี้ ยิ่งไปกว่านั้นกลุ่มแฟน K-pop ยังเป็นผู้ที่จัดการสร้างแฟนคลับขึ้นมาและเก็บค่าธรรมเนียมสมาชิกอีกด้วย พวกเขาเป็นผู้จัดตั้งแฟลชม็อบเพื่อกระตุ้นไปยังบริษัทต้นสังกัดที่ชื่นชอบให้สนใจมาเยี่ยมเยียนประเทศของพวกเขาบ้างหรือส่งแฟนอาร์ตรูปคู่ของศิลปินที่น่าขยาดอย่างมากมายไปยังไอดอลของพวกเขา แต่กระนั้น พวกเขาก็ยังคงไร้ซึ่งความกระตือรือร้น

แล้วอะไรที่ทำให้แฟน K-pop ส่วนใหญ่ไร้ความกระตือรือร้น คือเรื่องบางอย่างที่ค่อนข้างเรียบง่าย : พวกเขาไม่เคยต้องการอะไรที่ดีกว่าหรือมากกว่าจากบริษัทและไอดอลของบริษัท ฉันไม่ได้หมายความว่าพวกเขานั้นไม่กังวลกับความต้องการที่มากมายและบริษัทที่ไม่ตอบสนอง สวรรค์ก็รู้ว่าไอดอลเหล่านั้นไปโปรโมทในทุกที่และทุกเวลาและมีมินิอัลบั้มและรีแพคเกจมากมายมหาศาล แต่ประเด็นก็คือพวกเขาไม่เคยต้องการสิ่งที่ดีกว่า บริษัทพากันปล่อยเพลงอิเลคโทคนิค-ป็อปที่น่าสยองเหมือน ๆ กันออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และแฟนก็พากันตอบรับอย่างกระตือรือร้นเพื่ออุปป้าและนูน่าของพวกเขาเท่านั้น ไม่มีใครเริ่มต้นแฟลชม็อบเพื่อเรียกร้องให้ฝึกฝนเพื่อใช้เสียงจริง หรือมีการต่อต้านเพื่อให้ทำเนื้อเพลงดี ๆ หรือเรียกร้องถึงอะไรใหม่ ๆ ก็ได้ ไม่มีใครมองเข้าไปยังสิ่งที่ได้รับอย่างจริงจังเพื่อค้นหาสิ่งที่นอกเหนือไปจากเปลือกนอกที่เห็น

เอาล่ะ แล้วทำไมจะต้องเรียกร้องหาสิ่งที่ดีกว่าด้วยล่ะ ในเมื่อเป็นแค่เพลงป็อบลูกกวาดเท่านั้นเองไม่ใช่หรือ  ไม่จำเป็นต้องเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ ก็เพราะความคิดแบบนั้นจึงทำให้ความไม่กระตือรือร้นยังคงมีอยู่ แฟนที่เบื่อหน่ายกับเรื่องนี้มักจะเป็นประเภท “ก็แค่เพลงป็อบธรรมดา ไม่เห็นจำเป็นจะต้องซีเรียสเลยนี่นา” ถ้าหากพวกเขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องคิดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้วเมื่อไหร่ถึงจะเกิดการพัฒนา ในเมื่อคุณไม่เรียกร้องเพื่ออะไรบางอย่าง ผู้คนก็จะเลือกอยู่ในฝั่งที่ปลอดภัยและเดาว่าคุณไม่ต้องการอะไรอีก และดังนั้นบริษัทจึงตัดสินว่าผู้ฟังไม่ต้องการหรือยังไม่พร้อมที่จะรับสิ่งใหม่ ๆ SM Entertainment ทำร้าย Super Junior ด้วยวิดีโอเพลงแดนซ์น่าเบื่อแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะแฟน ๆ ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาพอใจกับอย่างอื่นมากไปกว่าการได้จ้องหน้า Super Junior ตั้งแต่ตอนเริ่มต้นเพลง JYP ไม่เคยให้ Wonder Girls ฉีกแนวออกจากความเป็นเรโทรเพราะภาพลักษณ์ย้อนยุคเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเธอขายได้ครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นกัน*

ฟังไว้นะว่าไอดอลของพวกคุณไม่ใช่คนโง่ บางครั้งในรายการวาไรตี้ที่ดูกันทั่วไปนั้น คุณจะเห็นถึงความเฉลียวฉลาดหรือประกายของความคิดสร้างสรรค์ แต่สิ่งเหล่านั้นจะถูกเก็บซ่อนไว้เพราะสื่อประเมินว่าผู้คนมักจะกลัวการที่ต้องใช้สมองและสมาธิแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม บริษัทบันเทิงเกรงว่าแฟนจะถูกทำให้รู้สึกขยาดด้วยไอดอลที่ฉลาดและสมบูรณ์แบบ ดังนั้นผลที่ตามมาก็คือไอดอลจะต้องเล่นบทคนโง่ พวกเขาไม่เคยปลดปล่อยตัวเองด้วยเนื้อร้องที่ไพเราะเช่นบทกวีหรือร้องเพลงออกมาจากหัวใจ พวกเขาไม่เคยเปิดเผยความคิดของพวกเขา; พวกเขาไม่เคยแสดงอีกด้านหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังบุคลิกภาพอันอบอุ่นนุ่มนวลซึ่งมีไว้เพื่อทำให้แฟน ๆ ผู้คลั่งไคล้ปั่นป่วน แฟน ๆ ทำให้พวกเขาดูด้อยค่าลงด้วยการด้วยการพูดถึงในทำนองดูแคลน การทำตัวเหนือกว่า และไม่เคยคาดหวังอะไรจากพวกเขามากไปกว่าการขยิบตาให้กล้อง เล่นมุขตลกที่ใช้กันทั่วไปและการพูดจาแบบที่พวกเด็กประถมใช้กัน ความคาดหวังที่ต่ำเกินไปจากแฟนทำให้เหล่าไอดอลจำต้องอดทนไว้

แต่ว่า…ในวงการไม่ได้กำหนดไว้ว่าไอดอลจำเป็นต้องดูโง่เขลาเสมอไป ลองหันมาดู JYJ สิ ที่พวกเขารู้สึกนั้นไม่ใช่เพียงแค่ได้รับรายได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็นและไม่พอกินพอใช้เท่านั้นแต่ยังถูกจำกัดความคิดสร้างสรรค์อยู่ภายใต้ SM Entertainment ดังนั้นพวกเขาจึงฟ้องร้องเพื่อแยกตัวออกมาเป็นอิสระ มันเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานและยากลำบาก แต่ในท้ายที่สุด พวกเขาก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ แน่นอนว่าหลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น ประตูหลายบานกระแทกปิดใส่หน้าพวกเขา เครือข่ายต่าง ๆ ได้กันพวกเขาออกไปนอกวงการและหักหลังพวกเขาด้วยการกลับคำ แคสทั่วโลกได้แต่นอนร้องไห้ บ้างก็คร่ำครวญเรียกหาคนทรยศและต้องการให้พวกเขากลับคืนสู่อ้อมกอดที่รัดแน่นจนอึดอัดของ SM Entertainment ในทันทีเพียงเพื่อรักษาความเป็นวงเอาไว้ แต่ยังมีแคสกลุ่มหนึ่งที่ยืนเคียงข้างการตัดสินใจของ JYJ พวกเขาเคารพในความต้องการอิสระในฐานะศิลปินของ JYJ และเชื่อมั่นว่าถ้าหากพวกเขาเป็นพลังให้กับ JYJ เพื่อก้าวไปยังเส้นทางของตนเองแล้ว JYJ จะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ แน่นอนว่า  “Ayyy Girl” อาจดูคล้ายการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ แฟนส่วนใหญ่อยากจะลบเรื่องการร่วมงานกับ Kanye West ออกไปจากความทรงจำตลอดชีวิต แต่ว่าหลังจากนั้นแล้วเรื่องสำคัญบางอย่างเกิดขึ้นกับ JYJ หลังจากที่พวกเขาข้ามผ่านอุปสรรคลูกแรกไปได้ พวกเขาก็เริ่มทำผลงานดี ๆ ออกมา ด้วยเนื้อร้องที่จับใจ เสียงร้องอันทรงพลัง แนวเพลงและวิดีโอที่ก้าวข้ามขอบเขตดนตรีของไอดอลทั่วไป เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ พวกเขาทำในสิ่งที่แตกต่างและทำได้ดีกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ของสิ่งที่พวกเขาเคยทำมาในวงการบันเทิง และแฟนของพวกเขาก็กล้าหาญมากพอที่จะคาดหวังและผลักดันพวกเขาเพื่อสิ่งเหล่านั้น แน่นอนว่ามันยังไม่สมบูรณ์แบบ มันไม่ใช่การปฏิวัติในบริบทที่แฟนต่างชาติคุ้นเคย แต่เป็นเรื่องที่ออกมาจากหัวใจและทำให้พวกเขาเป็นที่จดจำไปทั่วโลก จงขอแล้วจะได้ (T/N: จากพระคัมภีร์ไบเบิลMatthew 7:7)

เสียงเรียกร้องของกลุ่มผู้รักการบริโภคและชาวมังสวิรัติทั่วโลกคือ “โหวตด้วยส้อมของตัวเอง!” (T/N: ความหมายคือ ทุกคนมีสิทธิเลือกสิ่งที่ต้องการด้วยตัวเอง) บางทีอาจถึงเวลาที่แฟน K-pop จะสร้างการรวมพลังของตนเองขึ้นมาบ้าง : “เรียกร้องด้วยความต้องการของตัวเอง” ถ้าหากคุณต้องการให้ไอดอลของคุณทำในสิ่งที่ดีกว่า คุณต้องเรียกร้องในสิ่งที่ดีกว่าไม่ใช่เพียงแค่มากขึ้น คุณคิดว่ากลุ่มแฟน K-pop ตกอยู่ภายใต้กับดักของความไม่กระตือรือร้นหรือไม่ อะไรคือสิ่งที่คุณคิดว่าควรต้องทำให้เพื่อหลุดพ้นจากสิ่งนี้

Source: (Nate)

Credit: Seoulbeats
Shared by: TheJYJFiles <<link>>

Thai trans: iNP

————————————————————————-

บทความนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนที่เราได้อ่านมานานพอสมควรแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสนำมาลง ผู้เขียนมีมุมมองเกี่ยวกับวงการไอดอลเกาหลีในอีกด้านหนึ่งและอธิบายออกมาได้ชัดเจน และเราค่อนข้างเห็นด้วยกับบทความนี้ แต่เนื่องจากบทความออกมานานแล้ว และเราก็แปลไว้นานแล้วเช่นกันแต่เพิ่งนำมาลง เราจึงมีความคิดเห็นเพิ่มเติมเล็กน้อยในส่วนที่เกี่ยวกับ Wonder Girls

(*) Wonder Girls ในเกาหลีโด่งดังด้วยภาพลักษณ์แบบเรโทรและเพลงใหม่ล่าสุดอย่าง Be My Baby ที่โปรโมทก็มีกลิ่นอายของเรโทรด้วยเช่นกัน แต่สำหรับอัลบั้มล่าสุดของพวกเธอหลังจากไปฝึกฝนประสบการณ์ที่อเมริกา เป็นอัลบั้มที่พิสูจน์ให้ผู้ฟังได้ทราบว่าพวกเธอไม่ได้ร้องเป็นแค่เพลงฮุคซองสไตล์เรโทรเท่านั้น แต่ยังสามารถเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์และร้องเพลงได้หลากหลายรูปแบบเช่น G.N.O, Me In, Nu Shoes และเพลงอื่น ๆ ในอัลบั้ม รวมทั้งพวกเธอยังมีส่วนร่วมอย่างมากในผลงานชุดนี้ซึ่งได้รับคำวิจารณ์ในทางที่ดีและได้รับเลือกให้เป็นอัลบั้มยอดเยี่ยมแห่งปีจากเวบไซต์วิจารณ์เพลง ในเพลงสากลล่าสุดอย่าง DJ is Mine และ Like Money พวกเธอก็ไม่มีปัญหาในเรื่องสำเนียงแล้ว ซึ่งเราเองก็หวังให้น้องทั้งสามของเราสามารถพัฒนาการร้องเพลงภาษาอังกฤษในอัลบั้มสากลด้วยสำเนียงที่ดีขึ้นทั้งสามคนในสักวันหนึ่งเช่นกัน

Advertisements

3 thoughts on “[Trans-Opinion] 111014 K-pop Fan Apathy and Its Impact

  1. เห็นด้วยกับบทความนี้เรื่องการปิดกั้นของบริษัทที่ทำกับเหล่าไอดอล
    กรณีของ JYJ กับความจริงที่ว่าพรสวรรค์ ความสามารถของพวกเขาเพิ่งถูกปลดปล่อย
    อันนี้เห็นด้วยมากมายเลยค่ะ เป็นแฟนแจจุงมาตั้งแต่ TVXQ เห็นเค้าจากตอนนั้นถึงวันนี้
    แจจุงจริงๆ นั้นช่างต่างกับแผนการตลาดที่ SM วางไว้เหลือเกิน
    และอย่าง SJ นี่เห็นชัดมากมายในเรื่องของการทำการตลาดด้วยตัวศิลปินไม่ใช่ผลงาน
    หลายวงในตอนนี้ก็เป็นอย่างนี้ ทำเพลงเอาง่ายเข้าว่า เพราะแฟนๆสนับสนุนกันไม่ลืมหูลืมตาอยู่ดี
    ศิลปินก็กลายเป็นสิ้นค้าถึงจะความสามารถมากขนาดไหนแต่เมื่อไม่สามารถทำการตลาดต่อได้ก็จะโดนทิ้ง
    ผลิตรุ่นใหม่ออกมาตีตลาดแทนรุ่นเก่าไปเรื่อยๆ งานเพลงก็ไม่มุ่งเน้น มุ่งเน้นแค่ยอดขายก็แค่นั้น
    ไม่มีใครลุกขึ้นมาอนาคต K-PoP ก็คงวนเวียนไปแบบนี้ เหอ เหอ

    ปล.หวังกับการพัฒนาการร้องภาษาอังกฤษของสามหนุ่มเหมือนกันค่ะ
    แต่ขอแค่สำเนียงโอเคกับการร้องไว้ก่อน เพราะแจจุงยัง Cut……e…. อยู่เลย 55+

  2. เห็นด้วยอย่างสุดใจเลยค่ะ
    อย่างเพลงsuperman ของ sj เราเพิ่งมีโอกาสได้ฟังเมื่อไม่นานมานี้
    ฟังยังไงก็ไม่เป็นเพลง สงสารหนุ่มๆชะมัด ทำไมมันเป็นแบบนี้หล่ะ
    เพลง the boy ถึงจะฟังแล้วเฝอๆ ไปบ้างแต่ก็ยังเป็นเพลงมากกว่านะเราว่า

  3. นั่นสินะคะ พอได้อ่านบทความนี้แล้ว รู้สึกว่าคนเขียนเค้าเขียนออกมาได้ตรงใจเรามาก ๆ เลย

    ภาษาอังกฤษของทูคิมนี่… คือก็ถือว่าพัฒนานะคะ แต่คงไม่สามารถจะทิ้งสำเนียงได้
    อย่างเพลง I have nothing ที่ร้องที่ Thanks Giving ถ้าคนอื่นที่ไม่รู้จักมาฟังก็คงจะขำสำเนียงน้อง แต่เราฟังแล้วรู้สึกเลยว่า ทูคิมเค้าพัฒนาขึ้นเยอะมากแล้วนะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s