[Trans] สรุปการสืบพยานของศาลระหว่าง JYJ และ SM วันที่ 15 มีนาคม 2011

Summary of the Court Hearing between JYJ and SM on March 15, 2011

Posted on April 18, 2011 by Mission4JYJ

ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าคดีความระหว่างสมาชิกทั้งสามของ TVXQ (JYJ) แจจุง ยูชอนและจุนซู
กับ SM กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการทางศาล โดยมีการนัดสืบพยานครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มีนาคม
2011 ที่ผ่านมา ดังนั้นเราจึงอยากแบ่งปันข้อมูลที่สำคัญและการวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับการไต่สวน
คดีครั้งนี้ เป็นภาษาอังกฤษให้กับคุณผู้อ่านทุกท่านได้ทราบ (T/N : และเราก็แปลมาจากต้นฉบับ
ภาษาอังกฤษอีกทอด XD)

และจะมีการนัดสืบพยานอีกครั้งหนึ่งในวันพรุ่งนี้ (19 เมษายน 2011) ที่ศาล ดังนั้นข้อมูลนี้อาจจะ
ช่วยปูพื้นฐานให้คุณเข้าใจหลายสิ่งหลายอย่างได้มากขึ้น ก่อนที่คุณจะได้อ่านข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับ
การไต่สวนครั้งต่อไป เพราะมีข้อมูลเกี่ยวกับการฟ้องร้องของ JYJ กับ SM ค่อนข้างจำกัดมาก
สำหรับแฟนต่างชาติ

ต้นฉบับถูกเขียนขึ้นในภาษาเกาหลีโดย DC TVXQ Gallery’s ATM และ Mission4JYJ ซึ่งเป็นผู้แปลบทความนี้ ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนบทความแล้ว
Update 18 เมษายน 2011 : การนัดสืบพยานของศาลระหว่าง JYJ และ SM ซึ่งควรจะมีขึ้นในวันที่
19 เมษายน 2011 ถูกเลื่อนออกไป สำหรับรายละเอียดอื่นๆ ยังไม่มีการยืนยัน

Update 28 เมษายน 2011 : โปรดสังเกตว่ามีการปรับแก้ไขภาพลักษณ์ของคดีบางส่วน

สถานที่ : ศาลกลางกรุงโซล

ทนายความ : สำนักงานกฎหมาย Sejong ในฐานะตัวแทนทางกฎหมายของสามสมาชิก
TVXQ (JYJ)

Yulchon, Taepyung และ Jipyong&Jisung ในฐานะตัวแทนทางกฎหมายของ
SM Entertainment (SM)

I. ก่อนการสืบพยาน

1. การฟ้องร้องอยู่ระหว่างการดำเนินการในชั้นศาลไปพร้อมๆ กัน

ในขณะนี้ JYJ และ SM มีการฟ้องร้องกันอยู่ 2 คดีในศาล คือ

1) การฟ้องร้องเพื่อขอยุติสัญญาผูกขาดระหว่าง SME กับสามสมาชิก JYJ
ยื่นฟ้องโดยแจจุง ยูชอน และจุนซู
2) การฟ้องแย้งการฟ้องร้องคดีหลักข้างต้น ยื่นฟ้องโดย SM เพื่อยืนกรานว่าสัญญาผูกขาดนั้น
มีผลตามกฎหมาย ดังนั้นสมาชิกทั้งสามคนจะต้องจ่ายค่าชดเชยสำหรับความเสียหายที่เกิดจาก
การฟ้องร้องหลักข้างต้น

SM ร้องขอให้รวมการฟ้องร้องทั้งสองข้อเป็นคดีเดียวกัน โดยยืนกรานว่าสัญญาระหว่าง JYJ และ
SM ยังมีผลอยู่ แต่ฝ่ายทนายความของ JYJ โต้แย้งว่า จะไม่มีการชดเชยเกิดขึ้น ถ้าหากคดีหลัก
ได้รับการตัดสินว่า สัญญาไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป ศาลตัดสินตามการโต้แย้งของฝ่าย JYJ
ในกรณีนี้ และคำร้องนี้ถูกปฏิเสธ อย่างไรก็ตามศาลเห็นพ้องว่าควรรับฟังหลักฐานทั้งสองคดี
พร้อมกัน เนื่องจาก SM ยืนยันว่ามีความคาบเกี่ยวทับซ้อนกันอย่างมากของหลักฐานต่างๆ
และการโต้แย้งหลักของทั้งสองคดี

การฟ้องร้องทั้งสองคดีนั้นแยกกัน แต่การแสดงหลักฐานและการสอบพยานจะกระทำไปพร้อมกัน
เพื่อประหยัดเวลาในการไต่สวน

2. การตัดสินในบางประเด็นก่อน
ทนายความของ JYJ ร้องขอให้ศาลมีการตัดสินในบางประเด็นก่อน เมื่อ JYJ ต้องเผชิญกับ
การขัดขวางการทำกิจกรรมของพวกเขาทั้งทางตรงและทางอ้อม โดย SM ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่
ในธุรกิจวงการบันเทิง

SM ปฏิเสธคำร้องข้อนี้และโต้แย้งว่า ไม่สามารถทำการตัดสินใดๆ ได้ทั้งสิ้น จนกว่าจะมีการไต่สวน
และพิสูจน์หลักฐานทั้งหมดในศาล

ศาลให้ทนายความของ JYJ ยื่นเหตุผลสำหรับคำร้องขอให้ตัดสินในบางประเด็นก่อน
เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อพิจารณา

*กรุณาสังเกตว่าในการสืบพยานครั้งนี้ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการจัดสรรรายได้เป็นหลัก
และคำตัดสินชี้ขาดเกี่ยวกับสัญญาระหว่าง JYJ และ SM นั้นได้รับการตัดสินรับรองแล้วว่า
ไม่เป็นธรรมและเป็นโมฆะไปเรียบร้อยแล้วด้วยคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในปี 2009
ทนายของ JYJ ร้องขอให้มีการตัดสินในบางประเด็นก่อน เนื่องจาก JYJ ยังคงพบกับอุปสรรค
ในการทำงาน เนื่องด้วยมีการเข้าใจผิดว่าสมาชิกทั้งสามอาจมี “สัญญาซ้อน” ตั้งแต่การฟ้องร้อง
ขอยุติสัญญากับ SM ยังคงอยู่ในชั้นศาล

3. การคัดเลือกพยาน และการยื่นรายชื่อพยานเพิ่มเติม

1) พยานที่ถูกเรียกมาให้การในวันที่ 15 มีนาคม 2011
– Seong Hui YUN เป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลักในเรื่องที่เกี่ยวกับทางบัญชีของ TVXQ
ตั้งแต่ปลายปี 2007

2) รายชื่อพยานเพิ่มเติมซึ่ง SM จะเรียกมาให้การในการสืบพยานครั้งหน้า
a. So Young NAM หัวหน้า (ผู้บริหาร) SM JAPAN โดย SM ยืนยันว่าเธอสามารถอธิบาย
รายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมของ TVXQ ในญี่ปุ่น และการลงทุนของ SM ใน AVEX ได้ดีกว่า
i. ทนายของ JYJ คัดค้านการเรียกตัว So Young NAM มาเป็นพยาน
เนื่องจากเธอเป็นเจ้าหน้าที่ของ SM Japan และไม่สามารถเป็นพยานเกี่ยวกับสัญญาผูกมัด
ในเกาหลีได้อย่างสมบูรณ์
ii. SM ยืนกรานว่า So Young NAM สามารถให้รายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมของ
TVXQ ในญี่ปุ่นได้ และดังนั้นจึงจำเป็นที่เธอควรถูกเลือกให้มาเป็นพยาน
iii. ศาลเรียกดูเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคัดเลือกพยาน และยอมรับเธอในฐานะพยาน
เธอจะต้องเข้าร่วมในการสืบพยานนัดถัดไป
b. พยานเพิ่มเติมอื่นที่ยื่นโดย SM : ทีมงานจาก AVEX และอดีตผู้จัดการของ TVXQ

ศาลได้ขอให้ SM ยื่นรายชื่อพยานทั้งหมดพร้อมกันในการไต่สวนครั้งเดียว ดีกว่าการยื่นขอเพิ่ม
พยานผ่านการไต่สวน (ตีความได้ว่า SM ไม่ควรจะพยายามทำให้คดียืดเยื้อออกไปอีก)
ศาลเห็นด้วยกับทนายของ JYJ ว่า SM ควรทำรายชื่อพยานทั้งหมด ที่จะเรียกมาให้การและยื่นให้
ทนายฝ่าย JYJ และศาลเพื่อคัดเลือกก่อนการไต่สวนนัดต่อไป

II. รายละเอียดการสืบพยาน (Seong Hui YUN)

* สรุปความต่อไปนี้นำมาจากคำตอบของ Seong Hui YUN พยานทางฝ่าย SM ทั้งสิ้น
เธอเคยทำงานให้กับ Fandango Korea ตั้งแต่เดือนเมษายน 2004 และเริ่มทำงานให้กับ SM
เมื่อ Fandango Korea ถูกรวมกิจการเข้ากับ SM ในปี 2006 ต่อมาเธอได้รับการแต่งตั้งให้ดำรง
ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบริหารธุรกิจในปี 2007 และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดสรรผลประโยชน์
ให้กับศิลปินนับแต่นั้นมา

1. วิธีการคิดคำนวณการจ่ายเงินสำหรับกิจกรรมในวงการบันเทิงของ TVXQ

1) การจัดสรรผลกำไรจะทำทุกๆ 6 เดือน และการจ่ายเงินโดยปกติจะทำปีละ 2 ครั้ง

ดังนั้นจึงมีช่องว่างของรายได้เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตามคำให้การของพยานแล้ว
การจัดสรรรายได้จะเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหนนั้น สามารถปรับเปลี่ยนได้โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์
ของศิลปินด้วย

ในกรณีของศิลปินที่มีการแบ่งผลกำไรกับ SM บ่อย ศิลปินคนนั้นจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
ทั้งหมดที่เกิดขึ้นแทนที่จะแบ่งกันจ่ายกับ SM และรับผลกำไรหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว

การแบ่งผลกำไรด้วยวิธีนี้สะดวกสำหรับ SM อย่างมาก แต่ไม่ได้เอื้อประโยชน์และยังเป็นปัญหา
สำหรับศิลปินผู้ซึ่งมีรายรับไม่สม่ำเสมอแต่ไม่เคยว่างเว้นจากการทำงาน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ TVXQ ผู้ซึ่งมีกิจกรรมตลอดทั้งปี ยกเว้นวันหยุดประจำปีของพวกเขา
ซึ่งก็มีระยะเวลาเพียงแค่ประมาณอาทิตย์เดียวเท่านั้น พวกเขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรับ
ส่วนแบ่งรายได้ทุก 6 เดือนแต่อย่างใด เพราะมีรายได้เข้ามาอยู่ตลอด เนื่องจากไม่เคยว่างเว้น
จากการทำงาน

ยิ่งไปกว่านั้นความจริงก็คือสมาชิกของ TVXQ ยังคงทำกิจกรรมของพวกเขาโดยไม่ได้หยุดพัก
และทำรายได้มากเกินกว่าการแบ่งรายได้ในแต่ละเดือน ที่บริษัทจัดการ (SM) ยึดติดกับนโยบาย
การแบ่งผลกำไรครึ่งปี

2)ไม่มีนักกฎหมายหรือนักบัญชีอาชีพไปพร้อมกับ JYJ ด้วยในการประชุมเพื่อจัดสรรรายได้

พยานขึ้นเบิกความให้กับข้อซักถามของ SM ว่า กระบวนการจัดสรรรายได้นั้นมีความโปร่งใส
อย่างที่ควรเป็นและไม่มีข้อร้องเรียนจากศิลปินในกระบวนการนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม
ความเห็นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้เลย การฟ้องร้องนี้ถูกนำขึ้นสู่ศาลเนื่องจากการเปลี่ยนแปลง
ของสภาพการณ์ อันเนื่องมาจากการรับรู้ถึงปัญหาที่สมาชิกไม่เคยตระหนักในอดีต ความเห็นของ
“ศิลปิน SM คนอื่น” หรือตัวศิลปินเอง จะเคยมีการบ่นถึงเรื่องนี้หรือไม่ก็ตามนั้นไม่มีความสำคัญ
แต่ประการใด ศาลได้เตือนพยานถึงจุดนี้อยู่หลายครั้งระหว่างการตอบคำถาม

เนื่องจากมีความแตกต่างกันอย่างมาก ของระดับความรู้ความสามารถในการทำความเข้าใจ
ในกระบวนการจัดสรรรายได้ให้ถูกต้อง ดังนั้นจึงไม่สามารถกล่าวได้ว่า ข้อตกลงที่ทำขึ้นระหว่าง
การจัดสรรผลกำไรนั้นยุติธรรม

3) JYJ ไม่เคยเห็นบันทึกรายละเอียดของการจัดสรรรายได้

สมาชิกทั้งสามคนไม่เคยเห็นสัญญา ใบเสร็จรับเงิน หรือเอกสารอื่นๆ ที่ทีมงาน SM เป็นผู้จัดเตรียม
ขึ้น เนื่องจากพวกเขาไม่เคยร้องขอ และในความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ เอกสารเหล่านี้ก็เป็นไปไม่ได้
ที่จะทำความเข้าใจได้อยู่แล้ว ตั้งแต่การเป็นเอกสารที่ไม่มีนักบัญชีในฐานะตัวแทนของสมาชิก
ปรากฏอยู่ (T/N : แปลได้ง่ายๆ ว่า มันเป็นเอกสารที่คนธรรมดาอ่านไม่รู้เรื่องน่ะค่ะ ต้องใช้ผู้ชำนาญ
เฉพาะอ่าน และก็หมายความว่าน้องๆ ควรจะมีผู้ชำนาญเฉพาะทางบัญชีช่วยดูเรื่องนี้ด้วยตั้งแต่ต้น)
และนอกจากนั้น SM ไม่เคยนำเอกสารเหล่านี้ มาให้สมาชิกดูเพื่อเป็นการยืนยันเลย

พยานยืนยันว่า เอกสารทั้งหมดซึ่งศิลปินจำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดของผลกำไรนั้น
ได้จัดเตรียมไว้ให้พวกเขาในการประชุมแล้ว แต่อย่างไรก็ตามจากการไต่สวนซักค้านจากทางฝ่าย
JYJ เธอยอมรับว่าเธอไม่เคยแสดงรายละเอียดของบัญชีให้สมาชิกทั้งสามดูแต่อย่างใด

– มีเหตุการณ์เกี่ยวกับ “การจ่ายเป็นเงินสดโดยไม่ได้เขียนสัญญา(T/N : อาจจะหมายถึงหลักฐาน)”
สำหรับการตรวจสอบการจ่ายเงิน ในกรณีที่พิจารณาแล้วว่าเป็นการจัดสรรผลกำไร จำเป็นที่จะ
ต้องมีการยืนยันการจ่ายเงินเป็นลายลักษณ์อักษรว่า “จ่ายเป็นเงินสด” ซึ่งจัดเตรียมโดยผู้จัดการซึ่งก็เป็นพนักงานของ SM ด้วยเช่นกัน โดยพื้นฐานแล้ว SM ยืนยันว่าการจ่ายเงินสด โดยไม่ต้อง
เขียนหลักฐานนั้น เป็นที่ยอมรับของ SM และนอกเหนือไปจากนั้น สิ่งเหล่านี้ไม่เคยนำมาแสดงต่อ
สมาชิกในรายละเอียดของการจัดสรรเลย

2. การจัดสรรผลกำไร
1) กิจกรรมภายในประเทศ
a. TVXQ วงบอยแบนด์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเอเชีย มีค่าตัวในการปรากฏตัว = 0 ? –
รายละเอียดที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน

คำตอบของพยานเป็นเอกสารจากการทำกิจกรรมในประเทศของ TVXQ ในปี 2008

สถานีโทรทัศน์จ่ายค่าตัวในการออกรายการ 40 รายการ ใน 60 รายการที่ TVXQ ไปปรากฏตัว
แต่เงินส่วนนี้กลับเป็นรายได้ที่ไม่ได้รับการนำมาจัดสรร พยานเบิกความว่าค่าตัวในการออกรายการ
โทรทัศน์อยู่ที่ประมาณ 200,000 – 300,000 วอน (ประมาณ 180-270 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อรายการ
และรายได้ในส่วนนี้ไม่นำมาจัดสรร เนื่องจากจัดอยู่ในค่าใช้จ่ายในการโปรโมท

ดังนั้น สถานีโทรทัศน์เชิญคนดังไปออกรายการโทรทัศน์ (+) และจ่ายสำหรับการปรากฏตัว (-)
ดังนั้นพวกเขาไม่เสียอะไรเลย (0)

SM ได้รับค่าตัวในการออกรายการ (+) และนับเป็นค่าใช้จ่ายในการโปรโมท แทนที่พวกเขาจะต้อง
ลงทุน (+) ดังนั้นจึงเป็นกลยุทธ์แบบ win-win สำหรับ SM (+ +)

แต่สำหรับศิลปินผู้ซึ่งไม่ได้รับค่าตัวในการออกรายการ ที่สมควรได้รับเนื่องจากวัตถุประสงค์คือ
“การลงทุน”ในกิจกรรมของพวกเขา (-) ทั้งที่พวกเขาต้องใช้แรงงานในการปรากฏตัวในรายการ (-)
จึงสูญเสียทุกอย่าง (- -)

นี่เป็นวิธีการจัดสรรรายได้ที่น่าสนใจมาก ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับผู้รับเพียงฝ่ายเดียว และผู้ให้
ก็ได้แต่ให้เท่านั้นเช่นกัน สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการออกรายการนั้น
ต้องจ่ายโดยศิลปินด้วยเช่นกัน
b. ค่าใช้จ่ายในการออกแบบท่าเต้น และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ถือเป็นการลงทุนจากบริษัทจัดการ
ซึ่งจะต้องแบ่งกันรับผิดชอบระหว่างศิลปินและบริษัท

บริษัทจัดการได้รับสิทธิที่จะมีส่วนในรายได้ของศิลปิน เพราะบริษัทได้ลงทุนในตัวศิลปิน แต่เมื่อ
การลงทุนเหล่านี้ถูกดึงออกมาจากรายได้ของศิลปินในรูปของค่าใช้จ่าย จึงไม่สามารถกล่าวได้ว่า
บริษัทจัดการมีการลงทุน เหตุใดบริษัทจัดการจึงยืนกรานว่าพวกเขาลงทุนในตัวศิลปิน ในขณะที่
บีบบังคับให้ศิลปินต้องแบกรับค่าใช้จ่ายและภาระในลงทุน

เมื่อมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น จะแบ่งกันรับผิดชอบระหว่างบริษัทกับศิลปิน
แต่เมื่อมีกำไร บริษัทกลับฮุบเอาไปหมดแล้วไม่นำมาแบ่งกัน นี่มันประหลาดเกินไปแล้วนะ
c. การจัดสรรที่เที่ยงตรง แล้วรายได้จากดิจิตอลดาวน์โหลดหายไปไหน?

ในสัญญา (ซึ่งเป็นโมฆะและไม่เป็นธรรมอย่างที่มันเป็นอยู่) กล่าวว่า 10% ของยอดขายเพลง
ดิจิตอล (เช่น MP3) จะถูกแบ่งให้กับศิลปิน แต่ไม่มีการแบ่งกำไรในส่วนนี้ในปี 2009 ซึ่งกำไร
ทั้งหมดจากเพลงดิจิตอลในปี 2009 เท่ากับ 650,000,000 วอน (ประมาณ 574,000 เหรียญสหรัฐ)
และ 10% ของยอดขายนี้ประมาณ 65,000,000 วอน (ประมาณ 57,400 เหรียญสหรัฐ) ยังคง
เป็นปริศนาต่อไป
d. เหตุผลอะไรที่ทำให้ 9 แสนล้านวอน (ประมาณ 795,000 เหรียญสหรัฐ) สำหรับการแบ่งผลกำไร
จากทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกในปี 2007-2008 ตกหล่นไป

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรับผิดชอบโดย ‘Dreammaker’ (ผู้ทำสัญญา) และผลกำไรทั้งหมดที่ได้รับคือ
3.4 พันล้านวอน (ประมาณ 3,000,000 เหรียญสหรัฐ) จากทัวร์คอนเสิร์ต Mirotic รอบโลก
ในปี 2007-2008 โดยมีการจ่ายล่วงหน้า 2.8 พันล้านวอน และอีก 600 ล้านวอน จ่ายหลังจากทัวร์
คอนเสิร์ตแล้ว และอีก 9 แสนล้านวอนที่ถูกจ่ายเป็นค่านายหน้า ซึ่ง 9 แสนล้านวอนนี้ ไม่ถูกนำมา
แบ่งกันเนื่องจากนับเป็น “ค่าใช้จ่าย” ทั้งที่ Dreamaker เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว

พยาน Seong Hui YUN ผู้ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในบัญชีเหล่านี้ เบิกความยืนยันว่า เธอได้จัดสรร
ผลกำไรอย่างเที่ยงตรงและเป็นธรรมโดยมีการตรวจสอบจากภายนอก แต่เธอไม่สามารถตอบได้ว่า
รายรับ 9 แสนล้านวอนนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าเป็นสัญญาที่แยกต่างหากแล้วเหตุใดรายรับซึ่งมา
จากการทำงานร่วมกันของ TVXQ และบริษัทจัดการ จึงไม่ถูกนำมารวมในการจัดสรรผลกำไร

2) ยอดขายเพลงในประเทศ
a. ไม่มีวรรคที่กล่าวถึงรายรับจากต่างประเทศในข้อตกลงที่กำหนดไว้ (สัญญา)

พยานกล่าวว่าผลกำไรจะถูกจัดสรรก็ต่อเมื่อ มียอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศเกิดขึ้น
ถึงแม้ว่าในสัญญาจะไม่ได้กล่าวถึงการแบ่งสัดส่วนตรงนี้เอาไว้ แต่ TVXQ ก็ออกอัลบั้มมากมาย
ในญี่ปุ่นในระยะเวลาไม่นานนัก และอัลบั้มเหล่านี้ก็ได้รับลิขสิทธิ์ในเกาหลี ทุกครั้งที่ออกอัลบั้ม
จะมีกำไรเกิดขึ้น แต่ไม่มีการแบ่งรายได้ในส่วนนี้ และรายละเอียดของบัญชีก็ไม่เคยถูกนำมา
แสดงต่อ JYJ เนื่องจาก JYJ ไม่เคยเรียกร้องขอดูรายรับของพวกเขา (หลังจากการฟ้องร้อง)

b. ยอดขาย 3-4 เดือนแรกหลังจากวันออกอัลบั้มเท่านั้น ที่จะนำมาคำนวณผลกำไร
และไม่มีการแบ่งผลกำไรสำหรับยอดขายที่เกิดขึ้นภายหลังจาก 3-4 เดือนแรกอีก

หลังจากการปรับผลกำไรของยอดขาย ‘HUG’ ซิงเกิลเปิดตัวของ TVXQ ในเดือนกันยายน 2004
แล้ว TYVQ ก็ไม่เคยได้รับผลกำไรใดๆ จากยอดขายซิงเกิลนี้ในภายหลังอีกเลย

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงก็คือ ยอดขายอัลบั้มของ TVXQ มีความสม่ำเสมอโดยตลอด
เนื่องจาก TVXQ ได้รับความนิยมและขยายฐานแฟนออกไปอย่างสม่ำเสมอจากการทำงานของ
พวกเขา อย่างไรก็ตาม ไม่มีการแบ่งผลกำไรจากรายได้ส่วนนี้

ถึงแม้ว่าจะมีการจัดสรรรายได้ขึ้น แต่กำไรไม่ได้ถูกจัดสรรจากยอดขายอย่างเป็นทางการ
แต่จัดสรรตามจำนวนการขายที่ประเมินโดยบริษัทจัดการ ยกตัวอย่างเช่น อัลบั้มที่ 4 ของ TVXQ
‘MIROTIC’ มียอดขายประมาณ 549,000 แผ่นเฉพาะในเกาหลี แต่ SM กลับนับยอดขายเพียง
480,000 แผ่นเพื่อนำมาคำนวณการแบ่งรายได้ และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ไม่มีการแบ่งรายได้
จากยอดขายเพิ่มเติม

สัญญาระหว่าง SM และ TVXQ กล่าวว่า SM จะจ่ายเงินเพิ่มให้อีก 50 ล้านวอนสำหรับศิลปิน
ในตอนที่ออกอัลบั้มถัดไป ถ้าหากอัลบั้มที่แล้วขายได้มากกว่า 500,000 แผ่น การคาดเดาที่สมเหตุ
สมผลก็คือ SM ทำการประเมินยอดขายต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายเงิน
50 ล้านวอนนั้นให้กับสมาชิก

c. น่าเจ็บใจที่พวกเขาจะได้รับเพียง 5% ของรายได้ต่อยอดขาย 200,000 แผ่น แต่ที่น่าเจ็บใจกว่า
ก็คือ 5% ของยอดขายอัลบั้ม Mirotic พวกเขาก็ยังไม่เคยได้รับ

พยานผู้ซึ่งพิสูจน์ตัวเองว่า เป็นนักบัญชีที่เที่ยงตรงและน่าเชื่อถือที่สุด หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถาม
จากทนายฝ่าย JYJ โดยกล่าวว่า เธอจำเป็นต้องกลับไปตรวจสอบเอกสารอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจาก
ข้อกำหนดเหล่านั้นแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเภทของยอดขาย
d. ทุกอย่างกลายเป็นค่าใช้จ่าย พระเจ้า! ทุกอย่างกลายเป็นค่าใช้จ่ายไปหมดเลยเหรอ?!?!

มิวสิควีดิโอถูกนับเป็นค่าใช้จ่าย เพราะจะถูกนำไปใช้เป็นแบคกราวน์ในรายการโทรทัศน์
ดังนั้นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทำมิวสิควีดิโอ ทั้งการผลิต ค่าโทรศัพท์ระหว่างประเทศ
ค่าจอดรถสำหรับพนักงานที่มากับสมาชิกในการถ่ายทำ หรือแม้แต่ค่าที่พัก (เป็นค่าใช้จ่าย
ซึ่งจะไปรวมกับค่าการจัดการหาอพาร์ทเมนท์ที่สมาชิกอาศัยอยู่ด้วยกัน) เป็นความรับผิดชอบ
ร่วมกันระหว่าง SM และศิลปิน

ถ้าอย่างนั้น เราขอถามอีกครั้งตรงนี้เลยว่า SM ในฐานะบริษัทจัดการของ TVXQ
จริงๆ แล้วลงทุนอะไรให้กับศิลปินบ้าง?

ทำไม SM ถึงยังมาแบ่งผลกำไรกับศิลปินอีก ถ้าหากว่าศิลปินเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายทุกอย่าง
ในการโปรโมทและการทำกิจกรรมของพวกเขาเอง?
3) กิจกรรมในต่างประเทศ
a. ถ้าหาก TVXQ ทำรายได้ 1.08 พันล้านวอน (ประมาณ 950,000 เหรียญสหรัฐ) แล้วรายได้
ที่เหลืออีก 13 พันล้านวอน (ประมาณ 11.5 ล้านเหรียญสหรัฐ) มาจากใคร?

SM ทำรายได้ 14.7 พันล้านวอน (ประมาณ 13 ล้านเหรียญสหรัฐ) จากกำไรในปี 2008 โดย
เป็นรายได้ที่ได้มาจากต่างประเทศ และ SM ประเมินยอดขายของ TVXQ ว่า มีเพียง 1.08 พันล้านวอน (ประมาณ 950,000 เหรียญสหรัฐ) เท่านั้น ทั้งๆ ที่ TVXQ เป็นกลุ่มศิลปิน ผู้มีกิจกรรมในต่างประเทศมากที่สุดและทำลายสถิติเดิมของตัวเองทุกครั้งที่ออกซิงเกิลและอัลบั้มใหม่ ถ้าจะพูดกันตามตรงแล้วก็คือ จำนวนเงินที่ SM นำมาคิดเป็นส่วนแบ่งให้กับ TVXQ ตามรายได้ของพวกเขานั้น มีมูลค่าไม่ถึงหนึ่งล้านเหรียญด้วยซ้ำไป พยานเบิกความว่า รายได้ของ SM ส่วนที่เหลือสำหรับไตรมาศแรกและไตรมาศที่สองของปี 2008 ซึ่งมียอดรวม 13 พันล้านวอน มาจากกิจกรรมของศิลปินคนอื่นๆ เช่น BoA, the TRAX และ Go Ara ทั้งๆ ที่เห็นได้ชัดว่า TVXQ ทำได้ดีเกินกว่าศิลปินที่ถูกอ้างถึง ทั้งยอดขาย จำนวนกิจกรรมที่ทำ และชื่อเสียง แต่เพื่อเหตุผลบางอย่าง ที่เป็นผลมาจากการแบ่งผลกำไร
บริษัทกลับพูดอีกแบบหนึ่ง

b. ความจริงเกี่ยวกับ 70% ของรายได้จากต่างประเทศ – ทำไมหักภาษีไว้ก่อน ในเมื่อจะได้รับ
การยกเว้น?

SM กล่าวว่า TVXQ ทำรายได้เพียง 1.08 พันล้านวอน แต่จากรายได้เท่านั้น TVXQ ต้องจ่ายภาษี
ถึง 230 ล้านวอน (200,000 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับรายได้จากต่างประเทศของพวกเขา
และเราแปลกใจมากที่พบว่าเงินจำนวนนี้ ถูกหักจากรายได้ของ TVXQ

ทุกคนเหนื่อยและเพลียกับความสัมพันธ์เชิงธุรกิจแบบแปลกๆ ที่กำไรเอามาแบ่งกัน
แต่รายจ่ายให้ TVXQ รับผิดชอบอยู่ฝ่ายเดียวกันหรือยัง?

SM แบ่งเอาส่วนหนึ่งจากรายได้ของ TVXQ ไป โดยกล่าวว่าบริษัทและศิลปินได้รับร่วมกัน
แต่มีเพียง TVXQ เท่านั้น ที่แบกรับภาระภาษี ในขณะที่ผลกำไรบางส่วนไม่ถูกยกขึ้นมาบอกกล่าว
และอันตรธานหายไปในอากาศดื้อๆ

และสิ่งที่เกินกว่าจะยอมรับได้คือ SM ได้รับการยกเว้นภาษีนี้ และได้รับเงินภาษี 230 ล้านวอน
คืนมา ทั้งๆ ที่ 230 ล้านวอนนี้ถูกหักจากรายได้ของ TVXQ แต่เงินจำนวนนี้ที่ SM ได้รับคืนมาจาก
สรรพากรดันไม่ถูกนับกลับเข้ามาเป็นรายรับของ TVXQ ดังนั้นเงินในส่วนนี้จึงไม่ถูกแบ่งให้ TVXQ
หรือนั่นก็คือ…มันไม่เคยกลับคืนสู่สมาชิกเลย

SM ได้รับการลดหย่อนภาษีและเก็บเงินของ TVXQ ไว้ในขณะนี้ TVXQ ยังคงจ่ายเงิน 230 ล้าน
วอนสำหรับภาษีเงินได้ อย่างนี้แล้วยังจะบอกว่าส่วนแบ่งของ TVXQ คือ 70% ได้อยู่อีกหรือเปล่า

3. การจ่ายเงินล่วงหน้า
1) รายละเอียดของการจ่ายเงินล่วงหน้า

พยานเบิกความว่าการจ่ายเงินล่วงหน้าเป็นการจ่ายสำหรับภาษี เช่น ภาษีเงินได้ ภาษีรถยนต์ และ
อื่นๆ รวมไปถึงประกันสุขภาพ ค่าครูสอนพิเศษ การซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ และอื่นๆ

2) การจ่ายเงินล่วงหน้าเป็นปัญหาหรือไม่?

ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว การแบ่งผลกำไรครึ่งปีนั้นทำให้เกิดช่องว่างของรายได้

พันธะภาษีและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างช่วงว่างนี้ จะถูกคิดเป็นเป็นการจ่ายเงินล่วงหน้า
และเงินเหล่านี้จะถูกหักออกจากรายได้ระหว่างการแบ่งผลกำไร ในเมื่อ TVXQ ทำรายได้ตลอดทั้งปี
เนื่องจากการทำกิจกรรมต่อเนื่องโดยไม่ได้หยุดพัก เห็นได้ชัดว่าภาษีเงินได้จะต้องจ่ายเมื่อมีรายได้
เกิดขึ้น แต่รายได้นี้ไม่ได้ถูก “จัดสรร” ให้บ่อยเท่ากับการจ่ายภาษี สมาชิกจึงไม่มีเงินสำหรับ
จ่ายภาษีนอกจากพวกเขาจะจ่ายโดยการเบิกเงินล่วงหน้า

เมื่อพิจารณาจากตารางงานของ TVXQ ที่แน่นขนัด จนไม่สามารถปล่อยให้พวกเขาจัดการเรื่อง
ยานพาหนะของตัวเองได้ ภาษีรถยนต์ที่พยานกล่าวถึงระหว่างการซักถาม จึงเป็นภาษีรถยนต์
และค่าใช้จ่ายจากรถตู้ที่ SM เป็นผู้จัดการให้ และ SM ยัง (มีหน้า) ให้สมาชิกรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
นี้อีกด้วย ดังนั้นค่าใช้จ่ายนี้จึงจัดเป็น “การจ่ายเงินล่วงหน้า” จากส่วนแบ่งกำไรของพวกเขา ที่แบ่ง
ระหว่างสมาชิกด้วยกัน

แล้วปัญหาคืออะไร? ถ้า SM คิดว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการจ่ายเงินล่วงหน้าแล้วล่ะก็นะ
ความรับผิดชอบอย่างหนึ่งในการจัดสรรผลกำไรที่ง่ายที่สุดก็คือ จ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้บ่อยขึ้น
แล้วศิลปินก็จะสามารถจ่ายค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง สังเกตได้ว่าสมาชิก TVXQ มีรายได้
เพราะพวกเขาทำงานโดยไม่ได้หยุดพัก ดังนั้นจะมีรายได้เข้ามาตลอดทั้งปี แต่ที่พวกเขายังไม่ได้รับ
ก็เพราะ SM มีวิธีการของตนเองในการจัดการเรื่องเหล่านี้ นี่ทำให้พวกเราต้องก้มลงมองดู SM
และยืนยันที่จะขอท้วงติงสมาชิก ในเรื่องการจ่ายภาษีโดยการรับส่วนแบ่งรายได้ของพวกเขา
ซึ่งได้รับมาก่อนหน้านี้ก่อน

ในช่วงต้นของการซักถาม พยานกล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำการจัดแบ่งผลกำไร
ทุก 6 เดือน และการจัดสรรให้บ่อยเท่าใดนั้น จะแตกต่างกันไปในศิลปินแต่ละคน
ในกรณีนี้ “การจ่ายเงินล่วงหน้า” เป็นระบบที่ SM สร้างขึ้นมา เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่าย
ที่เกิดขึ้นภายในช่วงระยะเวลา 6 เดือน มันเป็นเครื่องมือที่ใช้แปรสภาพการลงทุนของSM
ซึ่งเป็นบริษัทจัดการแบบผูกขาดของ TVXQ ทำให้กลายเป็นค่าใช้จ่ายร่วมกัน และยังเป็นข้ออ้าง
ที่สำคัญที่สุด เพื่อใช้ทำลายชื่อเสียงของสมาชิก ด้วยการทำให้เข้าใจผิดว่า เกี่ยวข้องกับสถานะ
ทางการเงินของพวกเขา

“การจ่ายเงินล่วงหน้า” ในที่นี้ จึงหมายความถึง การได้รับเงินล่วงหน้าจากสิ่งที่คุณจะต้องได้รับ
อยู่แล้วในเวลาถัดมา ดังนั้นการได้รับ “การจ่ายเงินล่วงหน้า” จึงไม่ใช่การได้รับเงินเพิ่มจากบริษัท
โดยที่ตนเองได้ไปตกลงทำสัญญาการเงินในปัจจุบันและเร่งด่วนโดยที่ไม่ได้มีเงินอยู่ก่อนแล้ว
แต่การได้รับ “การจ่ายเงินล่วงหน้า” หมายความว่า ได้รับการจ่ายเงินจากบริษัทจาก
“รายได้ของตนเองซึ่งเกิดจากการทำงานของเขา/เธอ” ล่วงหน้า ก่อนที่ผลกำไรจะถูกแบ่งระหว่าง
คู่สัญญาทางธุรกิจ (บริษัท)ของเขา/เธอ ดังนั้นการตัดสินใจของบริษัทที่อนุญาตให้มีการจ่ายเงิน
ในรูปแบบนี้จึงไม่ใช่ “ความใจกว้าง” หรือ “ความเมตตากรุณา” แต่อย่างใด และในทำนองเดียวกัน
ศิลปินที่ร้องขอให้จ่ายเงินเช่นนี้ ก็ไม่ใช่การกระทำที่น่าละอายแต่อย่างใด

อะไรคือสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ในการจ่ายภาษีเงินได้ล่วงหน้าก่อนการแบ่งผลกำไร?
การถูกหักค่าใช้จ่ายก่อนการแบ่งรายได้ไปในรูปของ “การจ่ายเงินล่วงหน้า” ในขณะที่บริษัท
จัดการควรเป็นผู้รับผิดชอบ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาเป็นคำถามเพื่อกดดันสมาชิก พวกเขาควร
จะเป็นคนถามคำถามนี้กับ SM ในศาลมากกว่า

ประเด็นเรื่อง “การจ่ายเงินล่วงหน้า” ไม่ใช่อะไรที่น่าละอายใจ และไม่มีส่วนไหนของเรื่อง
ที่น่าจะนำมาคุยโอ้อวด สำหรับปัญหานี้นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการแต่เพียงผู้เดียว

III. สรุปการสืบพยาน

การยื่นคำร้องของแฟนต่างชาติเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนของ JYJ ได้รับเรียบร้อยแล้ว

Nam So Young  ถูกเลือกให้เป็นพยานในการไต่สวนครั้งถัดไป

ทนายฝ่าย JYJ ร้องขอข้อมูลยอดขายและรายได้ระหว่าง AVEX กับ SM และศาลสั่งให้ SM
ยื่นเอกสารเหล่านี้

IV. สรุป

คนอื่นอาจสงสัยว่าเหตุใดพวกเราจึงทำบันทึกการสืบพยานย้อนหลังของวันที่ 15 มีนาคม 2011
ทางเราคิดว่า เราอาจจะนำเสนอข้อมูลที่ผิดพลาดได้ ถ้าหากเราทำการสรุปการฟังคำไต่สวน
ด้วยตนเอง ดังนั้นเราจึงต้องใช้เวลาเพื่อเปรียบเทียบบันทึกจากหลายแหล่ง พวกคุณส่วนใหญ่
คงจะได้อ่านบันทึกนี้แล้วไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้าหากคุณพิจารณาบันทึกเหล่านี้อย่างละเอียดแล้ว
คุณจะสังเกตได้ว่า มีมุมมองบางอย่างที่มีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับทัศนคติของผู้บันทึก

เราสามารถโต้แย้งกันเองได้เท่าที่เราต้องการ แต่ศาลเป็นผู้ให้คำตัดสินชี้ขาด ไม่ใช่พวกเรา
และไม่ใช่ตัวแทนทางกฎหมายของพวกเขาด้วยเช่นกัน ไม่สำคัญว่าบันทึกจะเขียนว่าอย่างไร
และคนจะตีความกันไปในทางไหนได้บ้าง ถึงอย่างไรความจริงก็เป็นความจริงอยู่ดี
สิ่งที่จำเป็นจะต้องเปิดเผยก็ต้องถูกเปิดเผยออกมา และศาลจะเป็นผู้ตัดสิน

คุณอาจได้เห็นบันทึก ที่รู้สึกว่ามีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในการกล่าวถึงประเด็นเดียวกัน
กับบันทึกฉบับนี้ เราไม่ได้เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อบีบให้คุณเข้าใจเรื่องเหล่านี้ไปในทางเดียวกัน
ทั้งหมด เราอ่านทั้งบันทึกในอินเตอร์เนตจากบุคคลที่สาม ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับการฟ้องร้อง
คดีนี้ เช่นเดียวกันกับอ่านบันทึกของคนที่เชื่อว่าการฟ้องร้องของ JYJ นั้นมีเหตุผลอันสมควร
ในขณะที่อ่านบันทึกเหล่านี้ เราจึงตัดสินใจเขียนสรุปเนื้อหานี้ออกมา ถึงแม้ว่าจะค่อนข้างช้า
ไปบ้างสำหรับตอนนี้ แต่เราคิดว่ามีความจำเป็นในการเปิดโอกาสให้คนอื่นได้รับทราบข้อมูล
กว้างขึ้น เพื่อตัดสินด้วยตนเอง

แต่เรายังจะขอกล่าวอีกครั้งหนึ่งว่า : คำตัดสินของศาลจะชี้ขาดเรื่องนี้เอง

เราหวังว่า ผู้คนจะไม่ทำสิ่งที่ผิดพลาดด้วยการตัดสินไปเอง จากการรับฟังมุมมองจากผู้ที่รู้
ไปเสียทุกเรื่องว่าใครผิดใครถูก หรือวิพากษ์วิจารณ์ทั้งสองฝ่ายในเวลาเดียวกัน เราทำได้เพียง
รอคอยการตัดสินที่ยุติธรรม จากผู้ประกอบอาชีพที่ถึงพร้อมด้วยจริยธรรมและศีลธรรม
อย่างน้อยก็ตามกฎหมายเกาหลี

ท้ายที่สุด ฉันอยากจะขอเพิ่มเติมความเห็นส่วนตัวในฐานะผู้เขียนบทความนี้ขึ้นมา การฟ้องร้องนี้
เป็นการยืนยันว่าสัญญาผูกขาดแต่เพียงผู้เดียวระหว่าง JYJ (แจจุง ยูชอน จุนซู) กับ SM
Entertainment นั้น ไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้วเนื่องจากเงื่อนไขสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ทนายความของ JYJ
จำเป็นต้องพิสูจน์ถึงลักษณะที่ไม่เป็นธรรมของสัญญาระหว่าง JYJ และ SM ดังนั้นเขาจึงต้อง
พยายามหาข้อบกพร่องในรายละเอียด ของการจัดสรรรายได้อย่างสุดความสามารถ
ในการซักถามพยาน

ในทางกลับกัน ตัวแทนทางกฎหมายของ SM ไม่ได้ให้ความสนใจกับการพิสูจน์แย้ง ถึงลักษณะ
ที่ไม่เป็นธรรมของสัญญา แต่มุ่งเน้นไปที่การพิสูจน์ “ความเป็นธรรมในการจัดสรรรายได้”
ภายใต้ข้อตั้งว่า สัญญาเป็นธรรมในความเป็นจริงระหว่างการสอบสวน ยิ่งไปกว่านั้น
เขายังพยายามอย่างที่สุดเท่าที่ทำได้ในการบิดเบือนประเด็นใกล้เคียง ด้วยการกล่าวเกินจริง
ในเรื่อง “การจ่ายเงินล่วงหน้า” ซึ่งไม่ได้เป็นสิ่งที่ต้องถูกตำหนิในกระบวนการตามกฎหมาย
รวมไปถึงการโต้แย้งว่า การฟ้องร้องต่อศาลเนื่องมาจากปัญหาด้านการเงินของเจ้าทุกข์ด้วยเช่นกัน

ฉันตระหนักขึ้นมาอีกครั้งว่านั่นไม่ใช่ชัยชนะที่ SM ต้องการ จากการพิจารณาคดีครั้งนี้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า จะยังคงมีการยื่นพยานซึ่งไม่ได้ทำอะไรเพื่อพิสูจน์ถึงการไม่มีอยู่ของสัญญา

ฉันหวังว่า SM จะถูกตรวจสอบเกี่ยวกับภาษีอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากปัญหาได้ถูกเปิดเผย
ออกมาจากเรื่องการแบ่งผลกำไรกับศิลปินของตัวเอง ในการสืบพยานครั้งหน้า

ฉันหวังให้คำตัดสินชี้ขาดออกมาโดยเร็วและให้ JYJ เป็นฝ่ายได้เปรียบ

Original Source : DC TVXQ Gallery ATM Division >Link<
English translation : mission4jyj.wordpress >Link<
Thai translation : ilnostroposto.wordpress

——————————————————————————————————–*****

บทความนี้ออกมานานแล้วค่ะ แต่ด้วยความที่เราดองได้ที่ คิดว่าเค็มพอเหมาะ ดอกเกลือขึ้นสวย
เลยรีบแปลด้วยความเร็วสูงมาก ยิ่งแปลยิ่งมัน ยิ่งแปลยิ่งอยากถีบขาคู่ใส่ทั่นซีอีโอ
และทั่นผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย รวมถึงทั่นผู้ก่อตั้งบริสัตว์นี้สุดจิตสุดใจขึ้นมา
ช่างชาญฉลาดเหลือเกินค่ะ ในการคิดค้นระบบขูดรีดเลือดเนื้อเด็กๆ ที่ทำงานให้คุณขึ้นมาได้
หักภาษี หักโน่นนี่ยุบยิบ ผลักภาระรายจ่ายทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ศิลปินเป็นคนรับผิดชอบ
ตัวเองรับแต่เนื้อและกำไรเน้นๆ ไม่โกรธอะไรเท่ากับเรื่องภาษีและค่านายหน้าคอนเสิร์ตค่ะ
พระเจ้าช่วยกล้วยไหม้! ค่านายหน้า ค่าธรรมเนียมบ้าบอของคอนเสิร์ต ยังมากกว่ากำไรคอนเสิร์ตอีก
แล้วภาษีที่ได้คืนนั่น แง่งงงงงงงง แม่งยังเอาเข้ากระเป๋าตัวเองหน้าตาเฉย
มันเป็นอย่างบทเพลงไร้ชื่อของปาร์คไม่มีผิดเลยค่ะ ที่บอกว่า พอลั้นลามารับเงินค่าตัว
กลับปรากฏว่า เย้ยยยย แม่มมีแต่ตัวแดงเถือก ติดลบแหลกราญ
ก็เพราะบริสัตว์มันแดรกไปหมดนี่ล่ะค่ะ
.
.
ขอพักสงบสติอารมณ์ ตอกตะปูใส่ตุ๊กตาวูดู SM ชั่วครู่

มาถึงเรื่องเหตุผลในการเลือกบทความนี้มาแปล
เหตุผลก็คือ ตัวนี้กระชับและอ่านเข้าใจง่ายกว่าตัวอื่นๆ ค่ะ
และลองดูแบบคร่าวมากๆ จากบันทึกการสืบพยานฉบับเต็ม ที่แปลโดย DC ซึ่งแสดงส่วนที่ถูกตัดตอนออกไปครึ่งหนึ่งโดย Hotel girls แล้วเนื้อหาค่อนข้างจะตรงกันในสาระสำคัญ
ส่วนบันทึกการสืบพยานฉบับตัดแต่งพันธุกรรมฉบับนั้น ถูกเผยแพร่กันไปในวงกว้าง
สามารถหาอ่านได้ตามแหล่งซ่องสุมของสาวโรงแรมทั่วไปค่ะ เราเคยเห็นฉบับแปลไทยด้วย
ดังนั้นเมื่อฉบับดัดแปลงพันธุกรรมมีการเผยแพร่ออกไปทั่วแล้ว
ทางเราจึงอยากจะนำฉบับนี้ออกมาบ้าง
เพื่อเป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่งสำหรับผู้สนใจจะอ่าน ถึงแม้ว่าเรื่องจะผ่านมานานแล้วก็ตาม
ใครสนใจฉบับเต็มของ DC ที่ชี้ส่วนที่สาวโรงแรมตัดแต่งพันธุกรรมไป
ก็ลองอ่านดูได้ด้านล่างนี้นะคะ เราขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่แปล (ด้วยความขี้เกียจ 55+)

สำหรับโปรเจ็คส์ต่อไป รอนิดนึงนะคะ ^^

Advertisements

3 thoughts on “[Trans] สรุปการสืบพยานของศาลระหว่าง JYJ และ SM วันที่ 15 มีนาคม 2011

  1. ความเห็นส่วนนี้ เป็นความเห็นที่ไม่เกี่ยวกับคู่กรณีในคดีฟ้องร้อง เราเลยยกมาในคอมเม้นต์ด้านล่างบทความค่ะ

    เราอ่านความเลวร้ายและสิ่งที่ทั้ง 3 คน ต้องเผชิญ แล้วก็ขนหัวลุก นึกแทนตัวเองว่า ถ้าทำงานแล้วเจอบริษัทพันธุ์เชี่ยอย่างนี้ นอกจากจะสะบัดก้นเดินออกไปตั้งแต่วันแรกที่เห็นสัญญาแล้ว ยังอาจจะเผยแพร่ความชั่วร้ายของสัญญาบริษัทมันในวงกว้าง แปะในเวปบอร์ดดังๆ ร้องแรกแหกกระเชอเอาเสียให้หายแค้น เลยเข้าใจความรู้สึกเลยว่า 3 คน เขาฟ้องออกมาจากบริษัททำไม

    แต่ที่ไม่เข้าใจ
    คิดยังไงก็ไม่เข้าใจ
    ตีลังกาคิด
    หกกบคิด
    แพล้งกิ้งคิด
    ก็ยังคิดไม่ตกอยู่นั่นเองว่า…
    ในเมื่อสัญญามันเชี่ยอะอะอะเอี้ยเอี้ยขนาดนี้ อีก 2 คนเขาจะยังทนอยู่ในบริษัทนี้ทำพระแสงของ้าวอะไร?
    ใครรู้คำเฉลย ปริศนาแห่งจักรวาลข้อนี้ ช่วยบอกอิชั้นด้วย จะเป็นพระคุณ พระธรรม พระสงฆ์มาก

  2. เข้ามาบอกว่าอยากรู้ด้วยเหมือนกันค่ะ
    เคยสันนิฐานเองว่า คงเพราะไม่มั่นใจในศักยภาพของตัวเอง
    เลยคิดว่าอยู่ที่นี่จะมีงานที่แน่นอนกว่า ประมาณได้บ้างดีกว่าไม่ได้
    เพราะได้ข้อเสนอแบบที่ดี(ละครของทั้งสองคน )คงประมาณว่าถ้าไม่ได้ทำเพลง
    ก็จะให้ไปเล่นละคร สองคนเป็นพี่ใหญ่ในครอบครัวเลย play save ตัวเองด้วยการ
    เลือกบริษัทหรือเปล่าเพราะกลัวไม่มีที่ยืน
    แต่มาถึงตอนนี้ ก็ไม่แน่ใจอีกว่าถ้าออกมาจะเป็นยังไง แฟนคลับจะยังไงคงประมาณนั้น นะ
    ไม่อยากคิดเรื่องการทะเลาะกัน แต่คิดว่าน่าจะเข้าใจในความจำเป็นของแต่ละฝ่ายมากกว่า
    ความเห็นส่วนตัวนะค่ะ

  3. เพลงไม่มีชื่อของปาร์คชัดๆ
    ฉันว่าอาจจะด้วยครอบครัวของทั้งสองมากกว่าค่ะ พ่อแม่ของทั้งสองกะพ่อแม่ของทั้งสาม หน้าตาเรื่องการงานมันผิดกัน ของสามคนนี้เค้าค้าขาย ส่วนอีกสองหน้าตาทางสังคมมาก ส่วนตัวนะค่ะ ^^
    แบน แบนๆๆๆๆบ.สัตว์เวร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s