[Mouth] บอกข่าวเล่าเรื่องเกี่ยวกับโครงการ World of New 7 wonders : 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกยุคใหม่

หลังจากเกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมบนเกาะเชจู เราก็เกิดอารมณ์อยากรู้อยากเห็น
ขึ้นมาอย่างรุนแรงว่า โครงการ World of New 7 wonders ที่ทางผู้จัดงาน
เขาหลอกใช้น้องๆ ของเรา (และพวกเราด้วย) นั้น มันคือโครงการอะไรกันแน่?
และมีจุดประสงค์อย่างไรในการจัดงาน?

อย่ากระนั้นเลยค่ะ คนสวยอย่างเราต้องฉลาดรอบรู้  เรียกว่าสวยทั้งสมองและหน้าตา
อย่าให้ใครเขาว่ารักป้อจายหลงป้อจายแล้วเสียการงาน ไม่รู้เรื่องรู้ราวอื่นๆ ของโลก
ดังนั้นเรามาเพิ่มรอยหยักในสมอง กระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาท ด้วยการรับรู้
เกี่ยวกับโครงการนี้กันดีกว่านะคะ ^^

ปล.ขอเตือนล่วงหน้าว่า บทความนี้โหลดโหดน่อ ^^

โครงการ World of New 7 wonders : 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกยุคใหม่ คืออะไร?

โครงการนี้ถูกริเริ่มขึ้นในปี 2001 ด้วยฝีมือของคุณ Bernard Weber ชาวสวิสเชื้อสาย
แคนาเดียน ผู้เป็นทั้งนักเขียน นักสร้างภาพยนตร์ ภัณฑารักษ์ และนักผจญภัย โดยมี
จุดประสงค์ในการอนุรักษ์และคุ้มครอง มรดกทางธรรมชาติและมรดกทาง
วัฒนธรรมที่มนุษย์สร้างขึ้น ด้วยการส่งเสริมให้เกิดความตระหนักรู้และเคารพ
ในความหลากหลายของโลกใบนี้


กองทุน New 7 wonders ที่เขาสร้างขึ้น มีรายรับจากการแบ่งผลกำไรกับรายการ
โทรทัศน์ รวมถึงรายได้จากการทำกิจกรรมต่างๆ โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับ
เงินทุนอุดหนุนจากรัฐบาลประเทศใดเลย กิจกรรมของกองทุน New 7 wonders
สร้างมูลค่าให้แก่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มากกว่า 5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในแต่ละปี
และหนึ่งในโครงการที่กองทุนนี้กำลังให้การสนับสนุน คือการสร้างรูปเหมือนใน
ลักษณะ 3 มิติของ พระพุทธรูปแห่งบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน

ลักษณะการทำงานของโครงการ World of New 7 wonders : 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่ง
โลกยุคใหม่ จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงด้วยกัน ดังนี้

ช่วงแรก คือการเฟ้นหา 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกยุคใหม่ที่มนุษย์สรรสร้างขึ้น
(The 7 Human Virtues) ซึ่งโครงการส่วนนี้แล้วเสร็จและประกาศความสำเร็จไป
แล้วในวันเสาร์ที่ 7 เดือนที่ 7 ปี 2007 ณ กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ด้วยการ
โหวตจากประชาชนทั่วโลกกว่า 1 ล้านโหวต และผลโหวตสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7
ที่ถูกรังสรรค์ด้วยฝีมือมนุษย์ ได้แก่

1. ทัชมาฮาล ประเทศอินเดีย ตัวแทนแห่งความรักและความลุ่มหลง
2. โคลอสเซียม ประเทศอิตาลี ตัวแทนแห่งความสนุกสนาน
3. รูปปั้นพระเยซูคริสต์ ประเทศบราซิล ตัวแทนแห่งการเปิดกว้างและการยอมรับ
4. ซีเซนอิตซา ประเทศเม็กซิโก ตัวแทนแห่งความรู้
5. มาชูปิคชู ประเทศเปรู ตัวแทนของการอุทิศตน
6. กำแพงเมืองจีน ประเทศจีน ตัวแทนแห่งความมุมานะและความคงทน
7. นครหินเพตรา ประเทศจอร์แดน ตัวแทนแห่งการอนุรักษ์

ช่วงที่สอง คือการเฟ้นหา 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกยุคใหม่ที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้น
(The 7 wonders of Nature) โดยมีการทำงานขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่ปี 2007 ดังนี้

1) ทำการคัดเลือกสถานที่ต่างๆ ทั่วโลกตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2007 โดยได้สถานที่
ทั้งหมด 440 แห่ง จาก 220 ประเทศทั่วโลก และรวบรวมผลโหวตดังกล่าวจาก
ทั่วโลกจนกระทั่งถึงวันที่ 7 กรกฎาคม ปี 2009 คัดให้เหลือ 77 แห่งที่ได้คะแนน
โหวตสูงสุด
2) จาก 77 สถานที่ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ประชุมและสรุปผลสุดท้ายร่วมกัน ในการคัดเลือกเหลือเพียง 28 แห่ง เป็นผู้เข้าชิง
รอบสุดท้าย ซึ่งการประกาศผลนี้มีขึ้นในวันที่ 21 กรกฎาคม ปี 2009
3) จาก 28 สถานที่ผู้เข้าชิงรอบสุดท้าย จะเปิดรับการโหวตจากทั่วโลกเพื่อเลือก
7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ และจะประกาศผลการโหวตในวันที่ 11 เดือน 11
ปี 2011 นี้

ผู้เข้าชิง The 7 wonders of Nature จำนวน 28 แห่ง เรียงตามลำดับคะแนนโหวตจาก
มากไปน้อยในขณะนี้ ประกอบด้วย

1. Sundarbans -บังคลาเทศและอินเดีย เป็นปากแม่น้ำคงคา จัดเป็นป่าชายเลน
ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นพื้นที่กว้าง ครอบคลุมทั้งในส่วนของประเทศบังคลาเทศ
และรัฐเบงกอลของอินเดีย มีเครือข่ายของแม่น้ำเป็นจำนวนมาก มีความหลากหลาย
ทางชีวภาพสูง สัตว์ที่เด่นคือเสือเบงกอล กวางดาว จระเข้และงู
[คห.ส่วนตัว : เป็นสถานที่ที่น่าสนใจมากค่ะ ภาพถ่ายอาจจะไม่สวย แต่รายละเอียด
ของสิ่งมีชีวิตที่นั่น สุดยอดและควรค่าแก่การอนุรักษ์ รวมถึงไปเยี่ยมชมมากๆ]

2. Jeju Island -เกาหลีใต้ เป็นเกาะภูเขาไฟ ซึ่งบนเกาะมีภูเขาไฟที่สูงที่สุดของเกาหลี
ใต้ [คห.ส่วนตัว : เรายังไม่เห็นถึงความมหัศจรรย์ของสถานที่นี้เลยค่ะ ไม่มีอะไร
จริงๆ รูปถ่ายสวยแต่รายละเอียดที่เหลือ…นี่เรียกว่ามหัศจรรย์เหรอ?!?!?!?
เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า?]

3. Matterhorn/Cervino -อิตาลีและสวิตเซอร์แลนด์ เป็นยอดเขาที่คุ้นเคยมากที่สุด
ในบรรดายอดเขาแห่งเทือกเขาแอลป์ (กรุณาพลิกห่อชอคกะแล็ตยี่ห้อ toblerone ขึ้นมาดู
คุ้นไหมเอ่ย ^^) ตั้งอยู่บริเวณชายแดนระหว่างอิตาลีกับสวิตเซอร์แลนด์ ยอดเขา
ถูกปกคลุมด้วยหิมะและธารน้ำแข็งตลอดปี [คห.ส่วนตัว : อันนี้ก็ไม่เห็นว่า
มหัศจรรย์ตรงไหน แค่ยอดเขา อยากดูดูที่กล่องช็อคโกแล็ตก็ได้]


4. Halong Bay –เวียดนาม เป็นอ่าวที่มีภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตาจำนวนมาก
พื้นที่ของอ่าวประกอบไปด้วยหมู่เกาะ โพรงถ้ำ น้ำพุใต้ดิน และทะเลสาบภายใน
เขาหินปูน มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ประกอบด้วยปลากว่า 200 สายพันธุ์
หอยและปลาหมึกกว่า 450 ชนิด [คห.ส่วนตัว : อันนี้ก็น่าสนใจนะคะ มีความหลาก
หลายทางชีวภาพดี แล้วก็เป็นเพื่อนบ้านกับเราด้วย แต่แอบคิดว่า มันก็คล้ายๆ กะ
เขาหินปูนแถวๆ ปักษ์ใต้บ้านเราเหมียนกัลลลล อย่างเขาตะปู หรือเขาพิงกันที่อ่าว
พังงาน่ะค่ะ]

5. Kilimanjaro –แทนซาเนีย เป็นภูเขาไฟที่ประกอบไปด้วยกรวยภูเขาไฟ 3 กรวยคือ
Kibo, Mawensi และ Shira จัดเป็นภูเขาไฟเดี่ยวที่สูงที่สุดในโลกคือ 4,600 เมตร
และมียอดสูงที่สุดในทวีปแอฟริกาคือ 5,895 เมตร บริเวณยอดเขามีน้ำแข็งปกคลุม
ตลอดปี [คห.ส่วนตัว : แปลกก็แปลกนะ คืออยู่แอฟริกาแต่มีหิมะคลุมคลอดปี น่า
สนใจดี]

6. PP Underground River –ฟิลิปปินส์ จัดเป็นแม่น้ำใต้ดินที่ยาวที่สุดในโลก
เกิดจากการไหลของธารน้ำใต้ดินกัดเซาะเขาหินปูน มีความยาวประมาณ
8.2 กิโลเมตร สามารถล่องเรือผ่านได้ สายน้ำจะไหลไปรวมที่ทะเลจีนใต้
บริเวณปากถ้ำเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่มีสัตว์หลากสายพันธุ์ เช่น ลิง
กิ้งก่าขนาดใหญ่ และกระรอก ภายในประกอบด้วยถ้ำหลายแห่ง ซึ่งมีหินงอก
หินย้อยรูปร่างงดงามจำนวนมาก [คห.ส่วนตัว : อย่างนี้สิคะ ถึงเรียกว่ามหัศจรรย์
จริง!]

7. Yushan –ไทเป เป็นเทือกเขาที่เป็นศูนย์กลางของไทเป ถูกเรียกชื่อว่า ภูเขาหยก
มีความสูง 3,952 เมตร เทือกเขานี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติที่เป็นที่รู้จักกัน
ดีในฐานะอุทยานที่มีความหลากหลายของสายพันธุ์สัตว์ป่าและระบบนิเวศวิทยา
โดยครอบคลุมตั้งแต่ระบบนิเวศน์แบบป่ากึ่งร้อนจนถึงระบบนิเวศน์แบบยอดเขา
[คห.ส่วนตัว : ลิงน่ารักดี ไก่ป่าก็สวย มีสัตว์ป่าหลากพันธุ์และระบบนิเวศน์หลาก
หลาย แต่…มันมหัศจรรย์ตรงไหน?]

8. Masurian Lake District –โปแลนด์ เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ทางภาคตะวันออก
เฉียงเหนือของโปแลนด์ ประกอบด้วยทะเลสาบเล็กๆ อีกกว่า 2,000 แห่ง
มีอาณาเขตยาวประมาณ 290 กิโลเมตร และมีพื้นที่กว่า 52,000 ตารางกิโลเมตร
ครอบคลุมถึงประเทศลิทัวเนีย ทะเลสาบแห่งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยยุคน้ำแข็ง ภายใน
ทะเลสาบมียอดเขาและหินโสโครกจำนวนมาก [คห.ส่วนตัว : น่าสนใจ แต่ไม่ถึงกับ
ระดับมหัศจรรย์]

9. El Yunque –เปอร์โตริโก เป็นวนอุทยานแห่งชาติซึ่งตั้งอยู่บนเกาะ ลักษณะเป็น
ป่าฝนเมืองร้อน มีความหลากหลายของพรรณพืชสูง [คห.ส่วนตัว : เหมือนบ้านเรา
มากกกก เลยนึกความมหัศจรรย์ไม่ออก]

10. Black Forest –เยอรมัน เป็นเทือกเขาที่มีต้นไม้ชอุ่มตลอดปี ล้อมรอบด้วย
ไรน์วัลเลย์ [คห.ส่วนตัว : คำว่ามหัศจรรย์ ยังต้องการอะไรที่มากกว่าวิวสวยๆ คับเพ่]

11. Maldives –มัลดีฟส์ หมู่เกาะทางตอนใต้ของอินเดีย เป็นประเทศที่สร้างขึ้นจาก
เกาะรูปวงแหวนที่เกิดจากหินประการังจำนวน 26 แห่ง มีเกาะจำนวนทั้งสิ้น 1,192
เกาะ แต่เป็นเกาะที่มีคนอาศัยอยู่จริงจำนวน 200 เกาะ [คห.ส่วนตัว : สวย น่าประทับ
ใจ และมหัศจรรย์ ใครยังไม่รู้จักสวรรค์หาดทรายงามที่นี่บ้างเนี่ย…แต่ทำไมผล
โหวตตกมาอันดับ 11 ได้ล่ะ??]

12. Great Barrier Reef –ออสเตรเลีย เป็นแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบ
ด้วยแนวประการังเดี่ยวกว่า 3,000 แห่ง และเกาะ 900 เกาะ มีความยาว 2,600
กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 344,400 ตารางกิโลเมตร เป็นโครงสร้างเพียงโครงเดียว
ที่ถูกสร้างขึ้นโดยสิ่งมีชีวิต (ในที่นี้เขาหมายถึงว่า เจ้าปะการังตัวจิ๋ว สร้างมันขึ้นมา
ค่ะ) และสามารถมองเห็นได้จากภายนอกโลก [คห.ส่วนตัว : นี่มันมากกว่าคำว่า
มหัศจรรย์อีกนะคะ ทำไมผลโหวตตกมาอันดับที่ 12 ได้เนี่ย? Why?]

13. Mud Volcanoes– อาเซอร์ไบจาน เป็นคำที่ใชเรียกกว้างๆ หมายถึงปรากฏการณ์
ที่โคลนถูกดันพุ่งขึ้นมาเป็นรูปโดม จากแก้สหรือของเหลวด้านใต้ การเกิด mud
volcanoes ทั่วโลกมีประมาณ 700 แห่ง แต่กว่าครึ่งจะเกิดขึ้นที่ Gobustan, อาเซอร์
ไบจานและทะเลสาบแคสเปียน ในปี 2001 mud volcanoes แห่งหนึ่งในอาเซอร์ไบ
จานมีการระเบิด ปล่อยเปลวไฟสูงกว่า 15 เมตร [คห.ส่วนตัว : ธรรมชาติสร้างอะไร
ที่ประหลาดมหัศจรรย์แบบนี้ได้ด้วยนะคะ พ่นทั้งโคลนและเปลวไฟ]

14. Vesuvius –อิตาลี เป็นภูเขาไฟเพียงลูกเดียวในทวีปยุโรปที่มีการปะทุในรอบ 100
ปี ซึ่งก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมต่อเมืองปอมเปอีของโรมัน ทุกวันนี้ได้รับการยกย่องว่า
เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่อันตรายที่สุดในโลก [คห.ส่วนตัว : ก็แค่ภูเขาไฟค่ะ ถ้าพ่น
หิมะออกมาแทนลาวาได้สิ ถึงจะเรียกว่ามหัศจรรย์]

15. Dead Sea –อิสราเอล, จอร์แดนและปาเลสไตน์ เป็นทะเลสาบเกลือระหว่าง
ปาเลสไตน์กับอิสราเอล ซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 420 เมตร บริเวณชายฝั่งของ
ทะเลสาบถือเป็นจุดต่ำสุดของโลกที่อยู่บนผืนดินแห้ง น้ำในทะเลสาบมีความเค็ม
ร้อยละ 30 ซึ่งหมายความว่าเค็มกว่าน้ำทะเล 8.6 เท่า [คห.ส่วนตัว : ช่วยบอกเราที
เถอะค่ะ ถ้าทะเลสาบเดธซีไม่มหัศจรรย์พอ อะไรมันจะมหัศจรรย์ได้อีกหรือคะ?
ผลโหวตโคตรประหลาดเลยค่ะพี่น้อง]

16. Bay of Fundy –แคนาดา มีชื่อเสียงในฐานะอ่าวที่มีระดับน้ำขึ้นสูงที่สุดในโลก
(16.2 เมตร) ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าและออกจากอ่าวมีมากกว่า 100 พันล้านตันต่อวัน
(มากกว่าปริมาณน้ำจืดทั่วโลกรวมกัน) กระแสน้ำที่ขึ้นลงรุนแรง ก่อให้เกิดลักษณะ
นิเวศน์ทางทะเลเฉพาะตัว หินชายฝั่งมีรูปแบบหลากหลาย นอกจากนี้ยังเป็นแหล่ง
อาหารสำคัญสำหรับนกอพยพ เป็นที่อยู่อาศัยของวาฬหายาก
[คห.ส่วนตัว : น่าสนใจแต่ไม่มหัศจรรย์พอค่ะ]


17. Jeita Grotto –เลบานอน เป็นถ้ำหินงอกหินย้อยทางทิศเหนือของกรุงเบรุต
ในหุบเขา Nahr al – Kalb ส่วนประกอบของถ้ำนี้เกิดจากถ้ำหินปูน 2 ถ้ำซึ่งเป็นทาง
ผ่านของแม่น้ำ ลักษณะเป็นธารน้ำใต้ดิน ที่เกิดจากการกระทำของกระแสน้ำต่อ
ผนังหินปูน ในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่หลากหลายทั้งรูปทรงและสีสัน ความยาวของ
ถ้ำกว่า 9000 เมตร มีหินงอกที่ใหญ่ที่สุดในโลกความสูงกว่า 8.20 เมตรอยู่
[คห.ส่วนตัว : สวยและอึ้งในความยิ่งใหญ่ รวมถึงความมหัศจรรย์มาก ว่าแต่ทำไม
หล่นมาอันดับนี้ได้คะ?]

18. Milford Sound –นิวซีแลนด์ เป็นภูเขาที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายช้างและสิงโตค่ะ
(แต่เราดูไม่ออก) ภูมิประเทศแบบป่าฝน มีหน้าผาหลายแห่ง สัตว์ที่ชุกชุมคือ แมวน้ำ
เพนกวินและโลมา [คห.ส่วนตัว : รู้สึกว่าคุ้นตาอย่างแรง จ้องไปจ้องมา นึกได้ว่าเคย
เห็นในภาพยนตร์ Lord of the ring สถานที่ดีนะคะ แต่ไม่มหัศจรรย์ขนาดนั้น]

19. Uluru –ออสเตรเลีย จัดเป็นสัญลักษณ์ของออสเตรเลียก็ว่าได้ เป็นภูเขาหินทราย
สูง 348 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล (รู้สึกว่าเขาเรียกกันว่าสะดือของทวีปออสเตรเลีย
ใช่ไหมคะ) [คห.ส่วนตัว : สวย น่าสนใจ แต่ก็เป็นแค่ภูเขาธรรมดา มหัศจรรย์ตรงไหน?]

20. Grand Canyon -สหรัฐอเมริกา หน้าผาซึ่งถูกการกัดกร่อนของแม่น้ำโคโลราโด
ในช่วง 6 ล้านปีที่ผ่านมา มีความยาว 446 กิโลเมตร กว้าง 6-29 กิโลเมตร และลึก 1.6
กิโลเมตร ประกอบด้วยหุบเขาและถ้ำจำนวนมาก [คห.ส่วนตัว : เราว่ามันน่า
อัศจรรย์ใจนะคะ กับสิ่งนี้ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น แต่ผลโหวตน่าสลดใจจัง เฮ้อ]

21. Amazon –อเมริกาใต้ ลุ่มน้ำอเมซอน มีพื้นที่ครอบคลุม 7 ล้านตารางกิโลเมตร
ตั้งอยู่ภายใน 9 ประเทศ พื้นที่ของป่าจัดเป็นพื้นที่กว่าครึ่งของป่าฝนที่เหลือของโลก
ประกอบด้วยทางเดินน้ำที่ใหญ่ที่สุดและอุดมสมบูรณ์มากที่สุดในโลก
[คห.ส่วนตัว : อันนี้เราก็อึ้งค่ะ อเมซอนตกลงมาอันดับที่ 21 OMG!!!]


22. Cliffs of Moher –ไอร์แลนด์ เป็นหน้าผาหินทรายและหินดินดาน โดยส่วนฐาน
ของหน้าผาพบว่าเป็นหินที่มีอายุกว่า 300 ล้านปี หน้าผาเกิดจากการไหลผ่านของ
แม่น้ำ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกหลายชนิด [คห.ส่วนตัว : สวย น่าสนใจ แต่ก็
สมควรอยู่ในอันดับนี้ล่ะค่ะ มันไม่น่ามหัศจรรย์พอ!]

23. Bu Tinah Island –สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นเกาะที่อยู่ทางด้านตะวันตก
ของอาบูดาบี จัดเป็นสมบัติทางธรรมชาติเนื่องจากเป็นระบบนิเวศน์ที่ไม่ถูกรบกวน
จากกิจกรรมใดๆ ของมนุษย์ ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบศูนย์สูตร และมีภูมิประเทศ
หลากหลายทั้งแบบน้ำตื้น หญ้าทะเล ป่าชายเลน รวมถึงแนวปะการัง มีสิ่งมีชีวิต
ทางทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพะยูนและโลมา
[คห.ส่วนตัว : ลำดับนี้ก็ปวดใจค่ะ สถานที่ออกจะเริ่ดและสัตว์ที่อาศัยก็เจ๋ง ไหงตก
มาอันดับนี้เนี่ย!?]

24. Angel Falls –เวเนซูเอลา เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในโลก (1,002 เมตร) สูงกว่าน้ำตก
ไนแองการาถึง 19 เท่า [คห.ส่วนตัว : สูงแล้วไง แค่เนี๊ยะ? จบค่ะ ไม่ปลื้ม]

25. Iguazu Falls –อาร์เจนตินาและบราซิล เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
มีความยาวกว่า 2,700 เมตร ลักษณะเป็นครึ่งวงกลม ส่วนที่สูงที่สุดสูง 80 เมตร
บริเวณโดยรอบเป็นป่าฝนเขตร้อนที่มีสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เป็นจำนวนมาก
[คห.ส่วนตัว : อิหรอบเดียวกัน ใหญ่ที่สุดในโลก สูงที่สุดในโลก เอิ่ม…มิทราบ
คนส่งเข้าประกวดเป็นเพศชายหรือเปล่าคะ ถึงพยายามแข่งเรื่องความใหญ่กันอยู่ได้
มหัศจรรย์น่ะ ใหญ่อย่างเดียวไม่พอนะคะ]

26. Komodo –อินโดนีเซีย อุทยานแห่งชาติ Komodo ประกอบด้วยเกาะ 3 แห่งคือ
Komodo, Rinca และ Padar เป็นพื้นที่ 1,817 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งนี้ตั้งขึ้น
เพื่ออนุรักษ์มังกรโคโมโด รวมถึงสัตว์อื่นๆ ในระบบนิเวศน์แบบภูเขาไฟ
[คห.ส่วนตัว : ปล่อยน้องโคโมโดไว้อันดับนี้ดีแล้ว เรากลัวมันอ่ะ T^T]

27. Table Mountain –แอฟริกาใต้ ภูเขารูปร่างเหมือนโต๊ะนี้ จัดเป็นสัญลักษณ์อย่าง
หนึ่งของแอฟริกาใต้ ด้วยลักษณะเด่นที่ยอดด้านบนราบเรียบเนื่องจากการกัด
กร่อนและพังทลายของดินตั้งแต่ 6 ล้านปีก่อน บริเวณนี้มีดอกไม้กว่า 1,470 สายพันธุ์
รวมถึงดอกไม้ที่เล็กที่สุดในอาณาจักรพืช และดอกไม้ที่ใกล้จะสูญพันธุ์รวมทั้งหา
ยาก ภูเขาแห่งนี้สูง 1,086 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล
[คห.ส่วนตัว : เฉยๆ กะภูเขานี้ค่ะ]

28. Galapagos –เอกวาดอร์ หมู่เกาะกาลาปากอสเป็นหมู่เกาะภูเขาไฟ ซึ่งกระจายตัว
รอบๆ แถบศูนย์สูตร ในมหาสมุทรแปซิฟิค ความโด่งดังของอุทยานแห่งนี้คือความ
หลากหลายทางชีวภาพของพันธุ์สัตว์
[คห.ส่วนตัว : คุณปู่ชาล์ส ดาร์วิน จะร้องไห้ไหมคะ ถ้าเห็นว่าหมู่เกาะกาลาปากอส
อยู่อันดับสุดท้าย เราปวดตับกับอันดับนี้มากที่สุดค่ะ]

ผลโหวตจะประกาศในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2011 นี้
ใครที่ยังไม่ได้โหวต สามารถไปโหวตได้ที่ http://www.new7wonders.com/vote-2

กรุณาเลือกสถานที่ที่คุณคิดว่ามันมหัศจรรย์จริงๆ เถอะค่ะ เพราะจะก่อประโยชน์ให้
แก่สถานที่เหล่านั้น เงินบำรุงรักษาจะเพิ่มขึ้น ความสวยงามจะถูกส่งต่อจากเราไป
ยังลูกหลาน เขาจะได้ชื่นชมสิ่งสวยงามและมีคุณค่าเหล่านี้กับเราไปด้วย

อำนาจอยู่ในมือคุณ เลือกอย่างที่อยากเลือกค่ะ ^^

 

Credit :

ข้อมูลอ้างอิงประกอบการเขียน : http://world.n7w.com/ และ http://www.new7wonders.com/
เม้าท์ : ilnostroposto.wordpress.com

Advertisements

5 thoughts on “[Mouth] บอกข่าวเล่าเรื่องเกี่ยวกับโครงการ World of New 7 wonders : 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกยุคใหม่

  1. สุโค่ยยยยยยยยยย .. เห็นด้วยคร๊าบบ P1

    โดยเฉพาะ .. ข้อความสีชมพู ~ ฮี่ฮี่

  2. แล้วตกลงน้องยังเป็นทูตอีกมั้ยค่ะแอดมิน ??

    • เท่าที่ติดตามข่าวที่ออกมาเท่าที่มีการแปล
      ก็ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นอยู่ค่ะ ตามที่ทั้งทางเจจูและ C-JEs อ้างถึงในหลาย ๆ ข่าวที่ตามออกมาหลังจากเกิดเรื่อง แต่ก็ไม่มีการทำอะไรให้ชัดเจน เป็นทางการมากขึ้นนอกจากออกมาพูดว่า JYJ ยังคงเป็นทูตกิตตมศักดิ์เพื่อโปรโมทเกาะเจจูต่อไป

      ในแง่การทำงานโปรโมท JYJ ก็เริ่มทำตั้งแต่ต้น ทั้งการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งการถ่ายวีดีโอและร้องเพลงประกอบเพื่อสนับสนุนงานนี้ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงทำอยู่ (โดยทวิตเตอร์ของแจจุง)

      แต่ในอีกด้านหนึ่ง ถ้าเราจะลองนึกย้อนกลับไปแล้ว ก็เหมือนแค่สัญญาปากเปล่าและใช้ประโยชน์จาก JYJ อย่างเต็มที่สามเดือนโดยประมาณจากทุกฝ่าย โดยที่ไม่มีอะไรยืนยันแน่นอนเลย
      ไม่ว่าจะเป็นเอกสารอย่างเป็นทางการ ก็ไม่มีออกมาให้เห็น นอกจากการแจ้งทางอีเมลล์และโทรศัพท์
      หรือพิธีการแต่งตั้ง JYJ เป็นทูตที่ไม่ได้ทำตามที่กำหนดไว้ เพราะสถานีโทรทัศน์มีความสามารถในการตัดสินใจเองด้วยการเชิญศิลปินท่านอื่นมาแทนทูตฯ ซึ่งตามที่ส่วนราชการเกาะเจจูออกมากล่าว ก็เหมือนกับเป็นการบอกกลาย ๆ ว่าทางโปรดิวเซอร์ของสถานีไม่ได้เห็นความสำคัญของพิธีการแต่งตั้งทูตและตัดออกไปได้อย่างง่าย ๆ และก็ไม่มีการแถลงว่าจะจัดพิธีแต่งตั้งขึ้นอีกครั้งหนึ่งหรือไม่
      และเราคาดว่าคงไม่มีการแต่งตั้งน้องอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นอีกค่ะ เพราะเดิมมีการแต่งตั้งทูตคนอื่นไปก่อนแล้ว ดูเหตุผลเพิ่มเติมจากเอกสารแถลงของ C-JEs เกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ
      หรืออย่างง่ายที่สุด แม้กระทั่งรูป JYJ กับป้าย Honourable ambassder แบบง่าย ๆ ออกมาให้คนรู้ทั่วไป (เหมือนที่เราเห็นน้องมาริโอ้กับป้ายทูตกิตติมศักดิ์การท่องเที่ยวเกาหลีในรายการโทรทัศน์เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา) ก็ยังไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำไป

      สำหรับคนที่ไม่ได้ติดตามหรือรับรู้เรื่องราวของ JYJ และเกาะเจจูมาแต่ต้น ก็คิดว่าคงไม่ทราบว่าน้องมีความเกี่ยวข้องอะไรกับงานนี้ คงคิดว่าโปรโมทประเทศตัวเองเฉย ๆ ล่ะมั้งคะ

  3. ขอบคุณมากค่ะแอดมิน เห็นใจน้องมากกับเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ยิ้มแก้มปริกับเรดติ้งแจจุง ^^

  4. ขอบคุณสำหรับความรู้ที่นำมาเป็นอาหารสมองของผู้หญิงสวยๆอย่างเราๆนะคะ…555++
    เอาเป็นว่าทั้งสามคนคงจะได้เรียนรู้โลกกว้างนี้มากขึ้น
    และระมัดระวังการใช้ชีวิตมากขึ้น และการกระทำที่ตอบแทนชาติแบบนี้
    พวกเขาก็คงจะยังทำต่อไปแน่นอน…เกิดเป็นคนประเทศนั้นนี้ค่ะ ใช่ไหม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s