[Trans] 110218 การเปลี่ยนแปลงทัศนคติของ SM คือสิ่งจำเป็นมากกว่าชัยชนะอย่างต่อเนื่องของ JYJ


จากการพิจารณาคดีของศาลซึ่งเห็นพ้องกับ JYJ อีกครั้งหนึ่ง โดยตัดสินยกฟ้องคำอุทธรณ์ที่ยื่นโดย SM ทั้งสองคำร้อง ได้แก่คำอุทธรณ์คัดค้านคำตัดสินของศาลที่สั่งระงับสัญญาชั่วคราวกับ JYJ และคำร้องขอของ SM ในการระงับสัญญาระหว่าง JYJ กับบริษัทตัวแทน แม้ว่านี่จะเป็นเพียงการตัดสินยกฟ้องข้อคัดค้านของ SM เท่านั้น และเราก็ไม่กล้าพอที่จะคาดการณ์ถึงผลสรุปสุดท้ายของคำพิพากษาเกี่ยวกับกรณีฟ้องร้องของ JYJ แต่มันก็ยังจะเป็นความจริงอยู่นั่นเองว่า แม้ศาลจะตัดสินยอมรับคำร้องของ JYJ และยกฟ้องข้อคัดค้านของ SM ซึ่งเท่ากับเป็นการมอบความหวังให้กับ JYJ อย่างมากก็ตาม แต่ชัยชนะที่ได้รับในครั้งนี้กลับไม่ใช่ชัยชนะที่แท้จริงเลย และต่อให้ JYJ ชนะคดีฟ้องร้องในท้ายที่สุด แต่สถานการณ์ของพวกเขาก็คงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น

เหตุผลที่ JYJ ไม่สามารถปรากฏตัวในรายการเพลงได้ ทั้งๆ ที่พวกเขากระหายที่จะทำงานภายในบ้านเกิดของตนเองอย่างแรงกล้า เหตุผลในเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคำพิพากษาเลย สาเหตุจริงๆ คงจะเป็นเหมือนที่เขาพูดกันมากกว่าว่า ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะบริษัทผู้ผลิตรายการต่างๆ มัวแต่กลัวว่าตนจะเกิดปัญหากับ SM พวกเขาก็เลยเอาแต่ย่างเท้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ ไปบนแผ่นแก้วที่ SM ปูลาดรอเอาไว้ เห็นได้ชัดว่าปัญหาหลักของเรื่องนี้ คือเรื่องของผลประโยชน์ที่มีร่วมกันระหว่างเอเจนซี่กับบริษัทผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ จุดขายของรายการวาไรตี้ขึ้นอยู่กับไอดอล และสัดส่วนของไอดอลใต้สังกัด SM ที่ปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ ก็มีจำนวนมากสมกับความยิ่งใหญ่ของบริษัท ดังนั้นแม้จะใช้แค่สามัญสำนึกก็อธิบายได้ว่า เหตุใดบริษัทผู้ผลิตรายการโทรทัศน์จึงเลือกเข้าข้าง SM แน่นอนล่ะเขาย่อมต้องการฝูงไอดอลจำนวนมหาศาลมากกว่า JYJ แค่ 3 คนอยู่แล้ว ไม่ว่าข้อสรุปนี้จะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม แต่ประเด็นหลักมันอยู่ที่ว่า ผู้ผลิตรายการทั้งหลายต่างปฏิเสธ ไม่ยอมให้ JYJ ปรากฏตัวในรายการเพลง ทั้งๆ ที่แฟนๆ และผู้ผลิตรายการเองต่างก็ปรารถนาให้ทั้ง 3 คนเข้าร่วมในรายการเพลงมาก

วิกฤตการณ์ของ TVXQ ส่งผลให้เกิดภาวะวิกฤตในลักษณะเดียวกันขึ้นกับบริษัทอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลี สถานการณ์ในตอนนี้เหมือนกับการโยนผึ้งทั้งรังเข้าไปในห้อง การแก้ไขปัญหาเพียงฝ่ายเดียวไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นได้ ทั้งสองฝ่ายควรจะหันหน้าเข้าหากันและเรียนรู้การประนีประนอม ไม่ใช่เรื่องของความขี้ขลาด แต่คือการปลดปล่อยตัวเองจากภาวะแยกข้างแบบสุดโต่ง เลิกที่จะมองว่า     SM เลวระยำสุดบัดซบ และหยุดกล่าวหาว่า JYJ คือคนทรยศที่ไม่รู้จักบุญคุณได้แล้ว

และสิ่งที่แฟนๆ ของ TVXQ และ JYJ ต้องจำให้ขึ้นใจ ก็คือ มันเป็นเรื่องที่น่าสลดใจเหลือเกิน เมื่อได้รับรู้ว่า คนที่เคยเป็นครอบครัวเดียวกัน มาในตอนนี้เมื่อผิดใจกัน กลับตั้งตนเป็นศัตรู ถ้าหากคุณรักพวกเขาในตอนที่พวกเขาอยู่ด้วยกันทั้งห้าคน แล้วจะเป็นไปไม่ได้เลยหรือ ที่จะรักพวกเขาในฐานะสองและสาม?

ไม่จำเป็นที่จะต้องหาว่าใครคือผู้ทรยศหรอก ไม่ว่าจะเป็นคนที่ยังอยู่กับ SM หรือว่าคนที่ออกจาก SM ไม่ต้องหาคนทรยศในนี้

เพราะเหตุใดคนเราจึงไม่สามารถทำได้แค่มุ่งความสนใจไปที่ความชื่นชมต่อดาราคนโปรดของเราเพียงอย่างเดียวล่ะ ทำไมจะต้องตั้งตัวเป็นแอนตี้แฟนด้วย?

ในสังคมแฟนคลับชาวเกาหลีมีแนวโน้มของการแสดงความก้าวร้าวโดยธรรมชาติ พวกเขาจะโจมตีฝ่ายตรงกันข้ามและไม่ได้หยุดเพียงแค่ในสังคมของแฟนคลับ แต่ความก้าวร้าวซึ่งเป็นลักษณะพิเศษนี้ จะถูกถ่ายทอดออกมาในการแสดงความเห็นตามสังคมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อแฟนคลับก็มีธรรมชาติเช่นนี้ ดังนั้นก็จงอย่าได้แปลกใจเลยว่า ทำไมเอเจนซี่จึงเลือกใช้วิธีการรุนแรง เช่นว่า ขัดขวางการทำงานทุกวิถีทาง เพื่อตอบโต้พวกเขา

SM จะต้องแสดงความใจกว้างอย่างผู้เป็นพ่อและแม่ได้แล้ว

วงการบันเทิงเกาหลีจะต้องขอบคุณการฟ้องร้องของ TVXQ และ KARA สำหรับการก้าวไปข้างหน้า สู่ระบบที่ดีกว่าของพวกเขา ในขณะที่อนาคตของเหล่าสมาชิกผู้ฟ้องร้องยังคงมืดมน แต่การเสียสละ (?) หรือการท้าทายของพวกเขา กลับทำให้เหล่าไอดอลในวงการอุตสาหกรรมบันเทิงทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ศาลและคณะกรรมาธิการ Fair Trade ต่างวินิจฉัยพ้องกันว่า สัญญาส่วนใหญ่ของเอเจนซี่ในอุตสาหกรรมบันเทิงล้วนมีลักษณะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และสาธารณชนก็แสดงทัศนคติในเชิงลบต่อเรื่องนี้ นี่จึงเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติแบบสองมาตรฐานสำหรับแฟนๆ ผู้ชื่นชอบศิลปินของ SM คือชื่นชมศิลปินแต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเฝ้าระวังอย่างรอบคอบ และปลีกตัวออกห่างจาก SM เอาไว้

เราไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงว่า  ทำไม SM จึงยึดติดกับ JYJ มากนัก แต่เหตุผลที่เราพยายามคาดเดา ก็ไม่น่าจะผิดไปเสียทั้งหมด

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าศาลและสาธารณชนต่างเชื่อว่า SM เป็นฝ่ายผิด และ SM ก็ฉวยโอกาสใช้ประโยชน์จากทัศนคติเช่นนี้ในการกลั่นแกล้ง JYJ ไปเรื่อยๆ สำหรับบริษัทเอเจนซี่ที่ใหญ่โตอย่าง SM แล้ว การกระทำเช่นนี้เรียกได้ว่าเป็นการกระทำของเด็กไม่รู้จักโต พยายามที่จะทิ่มแทงลูกพลับที่ตนไม่สามารถกินด้วยความอาฆาตแค้น [T/N : อาการประมาณองุ่นเปรี้ยวตามนิทานอีสปน่ะค่ะ]

SM ล่ามตัวเองไว้กับความเกลียดชังและความผิดหวังที่มีต่อ JYJ จากการลงทุนจำนวนมากเพื่อผลักดันพวกเขาขึ้นสู่การเป็นศิลปินชั้นนำ

ไม่ผิดหรอกที่จะบอกว่า TVXQ และ JYJ ในขณะนี้ เป็นเหมือนกับเด็กๆ ที่ SM เป็นผู้ให้กำเนิด ถ้าจะพิจารณาด้วยเหตุผลที่ว่า SM อยู่ในฐานะพ่อแม่ของ TVXQ เพราะ SM เป็นผู้สร้างพวกเขาขึ้นมา และ SM ก็เป็นคนทำให้พวกเขาโด่งดังอย่างที่พวกเขาเป็นอยู่ในทุกวันนี้ แต่มันก็เป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่หรือ ที่พ่อแม่กับลูกๆ จะโต้แย้งกันเมื่อพวกเขามีความเห็นไม่ตรงกัน แต่ก็ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่ความเป็นพ่อแม่จะแสดงออกมาได้จากการเอาชนะลูกๆ ของตนเอง ถึงเวลาแล้วที่ SM จะกลับมาเป็นพ่อแม่ ยอมรับความพ่ายแพ้ และหยุดการกระทำดื้อด้านแบบเด็กที่ขาดแคลนความรักเสียที ความเป็นพ่อแม่ไม่ได้อยู่แค่เพียงการให้กำเนิดทารกจริงๆ ทางกายภาพ แต่มันอยู่ที่การกระทำ ดังนั้น หยุดคำกล่าวหาแบบเด็กไม่รู้จักโตที่ว่า  JYJ เห็นแก่ตัวได้แล้ว คุณควรทำหน้าที่ของพ่อแม่และแสดงความรักที่ยิ่งใหญ่ออก
มามากกว่า

ไม่มีอะไรที่ SM ได้รับเป็นจริงเป็นจังสักอย่าง จากการรังควาญ JYJ  และถ้าจะลองคำนวณเวลาและความพยายามของ SM ที่ทุ่มลงไปในการห้ามไม่ให้ JYJ ปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การกระทำของ SM ไม่ได้รับผลตอบแทนอะไรกลับมาเลย ในขณะที่สิ่งซึ่งต้องจ่ายออกไปกลับมีมหาศาล ดังนั้นจะมีเหตุผลอะไรในการดำเนินธุรกิจแบบไร้ผลกำไรแบบนี้ต่อไปล่ะ? ถึงเวลาหรือยังที่ SM จะปล่อยให้ JYJ ได้ก้าวต่อไปข้างหน้าเสียที?

ถึงแม้ว่า SM อาจจะเกลียด JYJ พอๆ กับที่รักพวกเขา แต่จงเลือกหนทางที่ตรงไปตรงมาเถอะ

แม้ว่าคุณไม่อาจปล่อยให้ JYJ จากไปได้ง่ายๆ แต่อย่างน้อยก็อย่าปิดกั้นเส้นทางของพวกเขา

Source: [mediaus+Yuaerubi]
Translation credits: jeeelim5@tohosomnia.net
Shared by: tohosomnia.net
Thai trans: ilnostroposto.wordpress.com

——————————————————————————————–***

คนเขียนบทความนี้เขียนได้สะใจและทิ่มแทงใจดีแท้
ว่าแต่ว่าการเปลี่ยนทัศนคติของ SM เนี่ย
ฝนเข็มให้เป็นทั่งยังจะง่ายกว่าไหมคะ???

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s