[Trans] Time Asia article on Korea Pop Industry I : “Show Me the Money”

จาก editor ของ the jyj files : บทความเหล่านี้เขียนขึ้นมาเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว แต่น่าเศร้าที่มันยังคงนำมาใช้ได้กับสถานการณ์ของ JYJ ในปัจจุบัน ขอขอบคุณ NingK ผู้อ่านซึ่งโพสบทความทั้งสองบทลงในคอมเม้นท์ของ the jyj files

จาก ilnostroposto.wordpress.com : ขอปูพื้นความเข้าใจเล็กน้อยก่อนอ่านบทความนี้ค่ะ
H.O.T เป็นวงบอยแบนด์สัญชาติเกาหลีซึ่งชื่อ H.O.T นั้นมาจากชื่อเต็มว่า High-five Of Teenagers เริ่มตั้งวงครั้งแรกในปี 1996 ภายใต้สังกัดบริษัท SM Entertainment โดยมีสมาชิก 5 คนคือ Moon Hee Jun (หัวหน้าวงและแรปเปอร์), Jang Woo Hyuk (แรปเปอร์หลัก), Tony An (แรปภาษาอังกฤษและร้องประสาน), Kangta หรือ An Chil Hyun (นักร้องนำ) และ Lee Jae Won  (ช่วยแรปและร้องประสาน) อัลบั้มแรกของพวกเขามีชื่อว่า We Hate All Kinds of Violence ถูกปล่อยออกมาเมื่อกันยายน 1996 ซึ่งเพลงในอัลบั้มนี้และซิงเกิ้ลแรกของพวกเขา Junsa Ae Hoo Yeh ถูกตั้งข้อสงสัยว่าได้ทำการลอกเลียนเพลงอื่นมา แต่อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาออกซิงเกิลที่สอง Candy กลับได้รับความนิยมอย่างมาก พวกเขาทำอัลบั้มทั้งหมด 5 อัลบั้ม ถึงแม้ว่าอัลบั้มที่ 1 และ 2 จะได้รับคำครหาเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการลอกเลียนเพลงอื่นมาก็ตาม แต่ในอัลบั้มที่ 5 ซึ่งออกมาในปี 2000 สมาชิกได้แสดงความสามารถในการแต่งเพลงและโปรดิวซ์ดนตรี จนได้รับความชื่นชมมาก วง H.O.T ได้รับความนิยมอย่างสูงถึงขนาดที่มีโซดายี่ห้อของตนเอง แต่ในขณะที่พวกเขากำลังรุ่งโรจน์ในหน้าที่การงานถึงที่สุด H.O.T ก็เกิดคดีฟ้องร้องกับ SM Entertainment ในเดือนพฤษภาคม 2001 และตัดสินใจยุบวง โดย Kangta และ Moon Hee Jun อยู่กับ SM Entertainment ต่อ ส่วนสมาชิกอีก 3 คนที่เหลือไปฟอร์มตัวภายใต้ชื่อ JTL และประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง Jang Woo Hyuk เปิดโรงเรียนสอนเต้นชื่อ “Newest Academy” และในปี 2005 Moon Hee Jun ออกจากบริษัท SM Entertainment ตั้งบริษัทของตนเองที่ชื่อ PS Entertainment ในขณะที่ Tony An ออกอัลบั้มเดี่ยวภายใต้สังกัดบริษัทของตนเองที่มีชื่อว่า Tn Entertainment ต่อมาในปี 2005 Jae Won และ Woo Hyuk ออกอัลบั้มเดี่ยว และเนื้อหาของบทความที่ทุกท่านกำลังจะได้อ่านต่อไป คือบทวิเคราะห์สถานการณ์การแยกวงจากไทม์เอเชียค่ะ

บทความจากไทม์ เอเชีย “เอาเงินมาให้ฉันดูสิ”

นักร้องดังได้รับค่าตัวน้อยไปไหม?

บอยแบนด์สัญชาติเกาหลีอย่างวง H.O.T มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่พวกเขาถูกตีค่าเท่าไหร่กัน?

ในขณะที่พวกเขาอยู่ในจุดที่มีชื่อเสียงโด่งดังถึงขีดสุด สมาชิกวงบอยแบนด์อย่าง H.O.T. เริ่มคลางแคลงใจว่าชื่อเสียงอันโด่งดังของพวกเขานั้นอาจจะไม่มีค่าอะไรเลย สัญญาที่พวกเขาเซ็นกับบริษัทต้นสังกัด SM Entertainment นั้นบอกว่าสมาชิกแต่ละคนจะได้รับค่าตอบแทนที่น้อยกว่า 1 (T/N: บทความไม่ได้บอกว่าเป็นวอนหรือส่วนหรือเปอร์เซ็นต์) สำหรับซีดีที่ขายได้แต่ละแผ่น ในขณะที่วงอื่นๆ ได้ 17

วิชาคณิตศาสตร์จะเปิดเผยความจริงที่น่ารังเกียจนี้ออกมาได้ว่า : ถึงแม้ว่าหนึ่งในอัลบั้มของพวกเขาอาจจะทำยอดขายสูงสุดอย่างน่าอัศจรรย์ได้ถึง 1 ล้านแผ่นก็ตาม แต่ที่สมาชิกวง H.O.T. แต่ละคนจะได้รับก็เพียงแค่ค่าตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ คนละ 10,000 ดอลลาร์เท่านั้นเอง นี่มันอะไรกัน??? ในขณะที่เมื่อต้นปีนักร้องดีว่าอเมริกันชื่อดังอย่าง Mariah Carey บริษัท EMI ต้องจ่ายให้เธอถึง  28 ล้านเหรียญสำหรับการไม่อัดเพลงสี่อัลบั้ม หลังจากการเจรจาต่อรองใหม่กับอีซูมาน ผู้ก่อตั้งบริษัท SM เมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จ สมาชิก 3 จาก 5 คนของวง H.O.T. ได้ออกจากบริษัท ประกาศยุบวงและทำให้แฟนเพลงวัยรุ่นเป็นล้านหัวใจสลาย “เราคงต้องบอกว่าเราไม่เคยได้รับเงินเพียงพอ” จากคำพูดของ โทนี่ อัน อดีตสมาชิกวง H.O.T. “และอีซูมานจะต้องบอกว่า : แม้แต่ค่าน้ำมันฉันก็จ่ายให้ แล้วพวกนายจะบ่นเรื่องอะไรกันอีก?”

สัปดาห์ต่อมา คณะกรรมาธิการ Fair Trade คาดว่าจะสามารถเปิดเผยผลของการสอบสวนนานถึงสามเดือนในข้อหาความเป็นไปได้ในการสมรู้ร่วมคิดของบริษัทโปรดักชั่นยักษ์ใหญ่ในวงการบันเทิงซึ่งต้องสงสัยว่ามีการกระทำตามข้อกล่าวหาว่าจำกัดการแข่งขัน (ผูกขาด) และทำให้ราคาซีดีสูงเกินจริง “เราต้องการการแข่งขันที่อิสระและเป็นธรรม” อี ดงคยู โฆษกของหน่วยงานเฝ้าระวังของรัฐบาลกล่าวและ “เราต้องการให้ผู้บริโภคได้มีความสุขกับดนตรีที่มีคุณภาพสูงในราคาที่ไม่แพง”

แต่อีกส่วนหนึ่งของการไต่สวนข้อกล่าวหาของคณะกรรมาธิการคือเรื่องศิลปินที่ยังอยู่ในวัยเยาว์ผู้เต็มใจจะตัดเงื่อนไขข้อเสนออื่น ๆ ทั้งหมด เพื่อแลกกับการมีชื่อเสียง พวกเขาจะถูกผูกติดอยู่กับ “สัญญาทาส” ที่ไม่เป็นธรรมซึ่งเป็นการเพิ่มความมั่งคั่งให้กับบริษัทต้นสังกัด แต่ในขณะเดียวกันก็ปล่อยให้ศิลปินติดอยู่กับความอัตคัดขัดสน ประเด็นแรกที่ได้รับความสนใจเกิดขึ้นในปี 1999 เมื่อศิลปินสามพี่น้องวง Hans Band ฟ้องร้องบริษัท Yedang Entertainment  ต้นสังกัดของพวกเขา โดยกล่าวว่าสัญญาของพวกเขานั้นไม่เป็นธรรมอย่างชัดเจนและยิ่งไปกว่านั้นทางวงยังได้รับค่าตอบแทนเพียง 15,000 เหรียญ –เศษเสี้ยวของเงินที่ค้างจ่าย- หลังจากมีผลงานที่ประสบความสำเร็จสองอัลบั้ม มีรายงานข่าวบางชิ้นกล่าวถึงดาราที่เคยมีชื่อเสียงกลับต้องรับเงินช่วยเหลือจากรัฐในบั้นปลายของชีวิต หลังจากฟ้องร้องและตอบโต้กันไปมา ในที่สุด บริษัท Yedong ยอมลดระยะเวลาสัญญาลงสองปีจากสัญญาห้าปีของวง

ผู้บริหารทั้งหลายแก้ต่างว่า เนื่องด้วยระบบอุตสาหกรรมบันเทิงของประเทศนั้น ดำเนินไปด้วยการเฟ้นหานักร้องเกิดใหม่ ที่เปรียบเสมือนลูกนกที่ยังไร้ขน ส่งไปรับการฝึกฝนกับบริษัทโปรดักชั่นต่าง ๆ ก่อนที่จะถูกส่งเข้าสู่ตลาด บริษัทมีค่าใช้จ่ายสำหรับการฝึกร้องเพลงและฝึกเต้น ค่ารถของศิลปิน ค่าเสื้อผ้า ค่าผู้จัดการและยังค่าใช้จ่ายอื่นๆ  อีก โปรดิวเซอร์ประเมินค่าใช้จ่ายเพื่อการนี้ไว้ประมาณ 400,000 เหรียญ ในการฟูมฟักและสร้างศิลปินหน้าใหม่ขึ้นมาสักคน จนกว่าค่าใช้จ่ายในการลงทุนในนักร้องหน้าใหม่นี้จะถูกหักลบกลบหนี้ไป (จากรายได้ที่พวกเขาทำได้) บรรดาโปรดิวเซอร์ย่อมไม่เต็มใจที่จะแบ่งเค้กชิ้นใหญ่ให้พวกเขา

ศิลปินที่มีชื่อเสียงและมีความสามารถมากมายของเกาหลีไม่ได้มีความเป็นอยู่ที่สุขสบายมากนัก แน่นอน- ส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตฟู่ฟ่าตามแบบดาราดังได้ แต่โทนี่ อันกล่าวด้วยความไม่พอใจต่ออดีตนายจ้าง บริษัท SM Entertainment ว่า (ความไม่พอใจของเขา) ไม่ได้มีต้นตอมาจากความโลภ เขาเจ็บปวดจากการที่เขาถูกปฏิบัติเหมือนเป็นสินค้าที่รอวันผุพังไปมากกว่าในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง หากอีซูมานเต็มใจที่จะพูดคุยเกี่ยวกับข้อข้องใจในสัญญาของพวกเขาแล้ว “พวกเราอาจจะไม่ออกมาก็ได้” โทนี่ อันกล่าวอย่างเศร้าใจ “มันเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนกับความเป็นมนุษย์มากกว่าเรื่องเงิน”

เฮ้ เพื่อน ถ้านายอยากได้ความรักล่ะก็ หาตัวแทนซักคนสิ


(T/N : ชื่อบทความ Show me the Money และประโยคสุดท้ายของบทความ Hey guys, you want love, get an agent.
มาจากเรื่อง Jerry Maquire เขียนบทและกำกับโดย คาเมรอน โครว์ นำแสดงโดย ทอม ครูส, คิวบา กูดดิ้ง จูเนียร์ และเรเน เซลวีเกอร์ เป็นเรื่องราวของเอเยนต์ตกงานและนักกีฬาฝีมือตกที่โคจรมาพบกัน และต้องดำเนินความสัมพันธ์บนพื้นฐานของเงิน ความไว้เนื้อเชื่อใจ และการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน  Show me the Money ถือเป็นประโยคทองของเรื่องนี้ พอ ๆ กับ You complete me เลยค่ะ เป็นการขึ้นต้นและลงท้ายบทความที่เสียดสีตามสไตล์อเมริกันของผู้เขียน) สามารถอ่านเรื่องย่อได้ >>ที่นี่<<

Show Me the Money
July 29, 2002
by David Macintyre (Time Asia 2002)
With reporting by Kim Yeoshin/Seoul

Shared by : thejyjfiles.wordpress.com
Thai Trans: ilnostroposto.wordpress.com

————————————————————————–***

ถอนใจยาวๆ นาทีนี้คงไม่มีอะไรมากไปกว่าคำพูดที่ว่า “กงเกวียนเวียนซ้ำ”

Advertisements

4 thoughts on “[Trans] Time Asia article on Korea Pop Industry I : “Show Me the Money”

  1. นั่นนะซิค่ะ ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงจริงๆ

    สงสารศิลปิน ดูดีภายนอกแต่ภายใน….

  2. มันเหมือนวัฏจักรกรรมเลยนะคะ
    เพียงแต่ว่าคนบาปไม่สำนึก และยังไม่ได้รับโทษกรรมเสียที
    คนถูกกระทำเสียอีก เจ็บปวดซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s