[Original Article] นกแตกฝูง…เส้นทางบินสู่อิสรภาพ

คุณรู้จัก “โจนาธาน ลิฟวิงสตัน” หรือเปล่า? เคยได้ยินชื่อของเขาบ้างไหม? ถ้าคุณย้อนถามกลับมาว่าเขาเป็นใคร หรือตอบว่าไม่เคยได้ยิน หรือแค่คุ้นหู หรือว่าผ่านตามาแล้วแต่จำไม่ได้ หรืออยากรู้ว่าฉันจะเขียนอะไรเกี่ยวกับเขา

เอาล่ะ ลองมาอ่านบทความนี้กัน

อันดับแรก สิ่งที่คุณควรรู้คือข้อมูลที่ชัดเจนจริงๆ เกี่ยวกับนกอพยพ

ฉันค้นข้อมูลจากเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับปักษีวิทยาหลายฉบับ และทั้งหมดก็ให้ข้อมูลตรงกันว่า การอพยพย้ายถิ่นของนก เป็นการอพยพระหว่างพื้นที่ซึ่งใช้สร้างรังและวางไข่ในฤดูผสมพันธุ์ที่อยู่ในเขตซีกโลกเหนือ กับพื้นที่ซึ่งใช้เป็นแหล่งหากินนอกฤดูผสมพันธุ์ในเขตซีกโลกใต้ และเหตุผลในการอพยพก็คือในฤดูหนาวซีกโลกเหนือมีอุณหภูมิลดต่ำลง สภาพที่อยู่อาศัยไม่เหมาะสม อาหารขาดแคลน นกจึงต้องอพยพไปยังซีกโลกใต้ที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์กว่าและอยู่ที่นั่นตลอดฤดูหนาว และจะอพยพกลับมายังซีกโลกเหนืออีกครั้งเมื่อถึงช่วงฤดูร้อน เพื่อผสมพันธุ์ สร้างรัง วางไข่ รอจนลูกนกเติบโต แล้วจึงอพยพไปยังซีกโลกใต้อีกครั้ง เป็นอย่างนี้ซ้ำๆ วนเวียนเป็นวัฏจักร

ดังนั้นฉันขอสรุปว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการอพยพของนกคือสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต นี่คือข้อสังเกตที่น่าสนใจ

นกเลือกที่จะเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม เมื่อพบว่าสิ่งแวดล้อมนั้น ไม่เหมาะสมกับชีวิตตนเอง

นกแต่ละชนิดจะมีพฤติกรรมและรูปแบบของการอพยพย้ายถิ่น ช่วงเวลา รวมถึงเส้นทางในการอพยพแตกต่างกันออกไปตามชนิดพันธุ์ แต่ส่วนใหญ่นั้นรูปแบบการอพยพ จะเป็นในแนวเหนือ-ใต้ มากกว่าตะวันตก-ตะวันออก ช่วงเวลาในการอพยพจะเป็นปีละ 2 ครั้ง คืออพยพหนีหนาวและอพยพกลับไปทำรัง

การอพยพของนก นอกจากจะต้องบินไกลแล้ว นกยังจะต้องบินทน ต้องพยายามหาสิ่งที่ช่วยผ่อนแรงในการบินด้วย โดยสิ่งที่สามารถช่วยในการผ่อนแรงคือการอาศัยบินไปตามลม tail wind และรูปแบบลักษณะการจัดฝูงบิน

ลม tail wind จะเกิดติดต่อกันเป็นระยะเวลานานหลายวันในแต่ละครั้ง และอยู่สูงหลายร้อยเมตรจากแผ่นดิน นกจะมีสัญชาตญาณในการหาลมชนิดนี้เสมอ ส่วนรูปแบบของการจัดฝูงบินนั้น มักเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของสมาชิกทุกตัวในฝูง โดยรูปแบบที่โด่งดังและได้รับการหยิบยกมาแสดงตัวอย่างเสมอคือรูปแบบการบินเป็นฝูงของห่านป่า

ข้อมูลลำดับที่สอง รูปแบบการบินของฝูงห่าน

ถ้าคุณค้นข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำ หรือจิตวิทยาองค์กร หรือเคยผ่านการอบรมอะไรทำนองนี้มาบ้าง หนึ่งในทฤษฎีที่โด่งดังจนกลายมาเป็นรูปแบบการนำเสนอและอ้างอิงถึงอย่างบ่อยครั้ง ก็คือรูปแบบการบินแบบ V shape ของฝูงห่านป่าไซบีเรียขณะอพยพหนีหนาว
รูปแบบการบินชนิดนี้ของฝูงห่านป่า มีลักษณะที่สำคัญคือ ห่านตัวที่เป็นผู้นำหรือตัวที่แข็งแรงที่สุด จะบินอยู่ตรงปลายแหลมของตัว V เป็นตัวนำสมาชิกในฝูง แล้วสมาชิกที่เหลือจะบินตามต่อๆ กันเป็นรูปตัว V ดังนั้นตัวที่บินอยู่ตรงปลายแหลมตัว V จึงต้องบินต้านลมและเหนื่อยที่สุด แต่ในขณะเดียวกันห่านจ่าฝูงตัวนี้ก็เป็นตัวกำหนดว่า ควรจะบินด้วยความเร็วเท่าไร รวมถึงจะบินในทิศทางใด การบินในรูปแบบนี้จะสร้างประโยชน์ให้กับห่านตัวที่อยู่ด้านหลังมาก เนื่องจากมันจะได้รับแรงพยุงจากลมซึ่งเกิดจากการกระพือปีกของตัวด้านหน้า ลดแรงปะทะลง จึงเพิ่มความเร็วได้มากถึง 71% และเมื่อตัวที่เป็นผู้นำเหนื่อย ห่านตัวนั้นจะสลับตำแหน่ง เปลี่ยนไปอยู่ด้านหลังที่ปลายปีกตัว V และปล่อยให้ห่านตัวอื่นขึ้นมารับหน้าที่ต่อ นอกจากนี้ระหว่างการบิน ห่านที่เป็นสมาชิกในกลุ่มจะส่งเสียงร้องเพื่อให้กำลังใจห่านตัวที่อยู่ด้านหน้า เมื่อมีสมาชิกตัวใดในฝูงหลุดออกจากฝูงหรือบาดเจ็บ  จะมีห่านจำนวนหนึ่งละออกจากฝูงเพื่อดูแล ช่วยเหลือ และบินเคียงคู่ไปกับห่านตัวนั้นตลอดทาง จนกว่าห่านตัวนั้นตายจากไปหรือการบาดเจ็บหายและบินได้อีกครั้ง พวกมันจึงจะบินเข้าฝูงกลับเป็นรูปตัว V เช่นเดิม

ขอให้คุณจำเกี่ยวกับรูปแบบการบินของห่านเอาไว้ให้แม่นยำ
1.ผู้นำอยู่ด้านหน้าเป็นตัวต้านลม
2.ถ้าผู้นำต้านลมไม่ไหว จะเลี่ยงหลบไปอยู่ด้านหลัง และปล่อยให้ลูกฝูงออกมาทำหน้าที่แทน
3.สมาชิกในฝูงจะส่งเสียงร้องให้กำลังใจฝูงเสมอ
4.เมื่อสมาชิกในฝูงบาดเจ็บจะมีเพื่อนในฝูงมาบินเคียงกัน พวกมันละจากฝูงอย่างตั้งใจ และจะกลับไปเมื่ออาการบาดเจ็บหายดี

ข้อมูลลำดับที่สาม อัตราการรอดชีวิตของนกแตกฝูง

คำว่านกแตกฝูง หรือนกพลัดฝูง เป็นคำที่มีความหมายใกล้เคียงกันมาก ทั้งหมดล้วนกล่าวถึงสถานการณ์ที่นกกลุ่มหนึ่งหรือตัวใดตัวหนึ่งแยกออกมาจากฝูงเดิม อาจจะหลงไปรวมกับนกอีกฝูงหนึ่งหรือไม่ก็ได้ สาเหตุอาจจะมาจากอุบัติเหตุหรือการหลุดจากฝูงอย่างตั้งใจ (เพราะต้องการจะดูแลเพื่อนที่ป่วย ดังรูปแบบการบินของห่านป่า) ซึ่งทั้งหมดนี้นักปักษีวิทยาได้ให้ความเห็นว่า อัตราการรอดชีวิตของนกแตกฝูงต่ำมาก ทั้งจากการอพยพไม่ทันฤดูกาล การหลงทิศ และการตกเป็นเหยื่อของผู้ล่าสายพันธุ์ต่างๆ แต่อย่างไรก็ตามมีงานวิจัยที่กล่าวถึงความเร็วในการบินเอาไว้ว่า ห่านป่าที่อพยพด้วยฝูงใหญ่จะมีความเร็วในการบินต่ำกว่าห่านป่าฝูงเล็ก

 

จากข้อมูลทั้งหมด ดังที่กล่าวมาข้างต้น คุณคงสงสัยว่าเกี่ยวอะไรกับ โจนาธาน ลิฟวิงสตัน ฉันขออนุญาตชี้แจงว่า สิ่งที่เขียนมาเพื่อปูพื้นความเข้าใจและจะได้วิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของ โจนาธาน ลิฟวิงสตัน ได้มากและลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 

โจนาธาน ลิฟวิงสตัน คือใคร?

โจนาธาน ลิฟวิงสตัน เป็นตัวละครหนึ่ง ในหนังสือเรื่อง JONATHAN LIVINGSTON SEAGULL ของ Richard Bach ซึ่งตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1972 และผ่านการแปลเป็นภาษาไทยมาแล้ว 2 ครั้ง โดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ


โจนาธาน ลิฟวิงสตัน เป็นนกนางนวล แต่เป็นนกนางนวลที่ไม่เหมือนใคร (ฉันลืมบอกไปว่า นกนางนวลก็เป็นนกอพยพชนิดหนึ่งนะ ในประเทศไทยเราจะเห็นนกนางนวลอพยพได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน)

ฉันขอเรียกว่า มันเป็นนกนอกคอกที่ขยันแต่จะแหกคอกเสมอ เพราะโจนาธานเป็นนกนางนวลเพียงตัวเดียวในฝูงที่พยายามฝึกบิน ในขณะที่ฝูงนกนางนวลบอกว่าการบินจะต้องเป็นไปเพื่อการหาอาหารเท่านั้น มันไม่ยอมทำตัวเหมือนนกนางนวลตัวอื่นๆ ไม่แย่งเศษปลา ไม่แย่งขนมปัง ไม่เตรียมตัวที่จะอพยพในหน้าหนาว

มันเอาแต่ฝึกบิน!!

แต่โจนาธานก็ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากการฝึก และเมื่อมันอยากรู้อะไรมันก็ทดลองทำทุกอย่าง ทั้งการบินแนวดิ่ง การบินในความมืด การบินแบบควงสว่าน การบินแบบเพิ่มความเร็ว มันทดลองทำทุกอย่างด้วยความอยากรู้อันบริสุทธิ์

แต่ผลตอบแทนนั้นคือ…

โจนาธานจะถูกขับออกจากฝูง ด้วยข้อหาสร้างความอับอายในฐานะการเป็นนกนางนวล

ต่อมา โจนาธานได้พบกับนกนางนวลฝูงใหม่ ที่สนใจเรียนรู้ในสิ่งเดียวกัน โจนาธานเรียกนกนางนวลเหล่านั้นว่าเพื่อน ผู้ซึ่งเข้าใจในกันและกัน

ตะกอนความคิด

จะเห็นได้ว่าโจนาธานเป็นนกแตกฝูง มันเป็นนกที่ถูกขับออกมาจากฝูงที่กำลังเตรียมตัวจะอพยพ ด้วยเหตุผลของความแปลกแยกในพฤติกรรม และทัศนคติส่วนตัวที่แตกต่างจนไม่สามารถหลอมรวมเข้ากับกลุ่มได้

การอพยพย้ายถิ่นของนก เป็นด้วยเหตุผลที่สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม นกจึงเลือกที่จะเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ ให้เหมาะสมกับรูปแบบการดำรงชีวิตของตน แต่โจนาธานไม่ได้อพยพ ไม่ต้องการเข้าฝูง เขาแยกตัวออกมาและเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีทางการดำรงชีวิตใหม่ กำหนดชีวิตของตัวเอง ด้วยการเปลี่ยนวิธีการบิน ไม่ต้องให้ฤดูกาลหรือสภาพแวดล้อมเป็นตัวบังคับ

น่าเสียดายที่ในกรณีนี้ เมื่อโจนาธานเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง กลับไม่มีสมาชิกจากฝูงตัวใด บินเคียงข้าง ร่วมเดินทางไปด้วยกันแม้สักตัวเดียว เอาแต่ร้องประนามและขับโจนาธานออกจากฝูงอย่างน่าละอายเท่านั้น
ยังไม่รวมถึงการเรียกโจนาธานว่าปีศาจ และตั้งใจจะบดขยี้เขาไม่ให้เหลือชิ้นดี

แม้จะไม่มีฉากของการอพยพย้ายถิ่นในเรื่องนี้ แต่ฉันเชื่อประการหนึ่งว่า…

ต่อให้มีฉากของการอพยพย้ายถิ่น โจนาธานก็จะฉีกกฎการบินรวมกลุ่มออกไป
ไม่สนใจต่อการเรียกของจ่าฝูง
ไม่สนใจแรงต้านของลม
ไม่สนใจต่อเสียงเชียร์ (และประนาม) ของสมาชิกในฝูง
เพราะมันรู้เหตุผลและเข้าใจตัวเองได้อย่างถ่องแท้ว่า “การบิน” มีความหมายต่อมันอย่างไร

“กฎที่แท้จริงสิ่งเดียวคือ กฎที่นำไปสู่อิสระเสรีภาพ” บทสรุปสั้นๆ จากโจนาธาน ลิฟวิงสตัน นกนางนวล อุทิศแด่ เส้นทางบินสู่อิสรภาพ…สำหรับ…นกแตกฝูงผู้กล้าหาญของพวกเรา

เขียนโดย: ilnostroposto.wordpress.com

หมายเหตุ สำหรับผู้สนใจสามารถอ่านเรื่องโจนาธาน ลิฟวิงสตัน ฉบับภาษาไทยแบบออนไลน์ได้ที่นี่

Advertisements

17 thoughts on “[Original Article] นกแตกฝูง…เส้นทางบินสู่อิสรภาพ

  1. ปรบมือดังๆ ให้กับบทความนี้ ….

    แล้วนกที่ยังคงอยู่ในฝูงนั่นเล่า ได้เข้าใจถึง
    ความคิด ความรู้สึก ของนกที่แตกฝูงออกไปหรือไม่ ?

    ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องสงสัยและค้นหาคำตอบกันต่อไป
    (ถึงแม้ว่า เราจะไม่มีวันได้รู้คำตอบนั้นเลยก็ตาม)

  2. เป็นบทวามที่ดีมากๆเลยค่ะ
    ขอนำไปแปะไว้ในเฟสบุ๊คนะคะ
    ขอบคุณที่นำมาให้อ่านกัน

  3. โจนาธาน ลิฟวิงสตัน
    ผู้สร้างความอับอายให้ฝูงในแง่ที่เป็นนกนางนวลที่แตกต่างออกไป
    กลับ …
    มีชื่อ-สกุลเป็นของตัวเอง
    มีเรื่องราวของตัวเอง ที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลายลักษณ์ัอักษร แปลเป็นภาษาต่างๆทั่วโลก
    เป็นผู้นิยามคำว่า บิน ที่ในเชิงปรัชญาแตกต่างออกไปในใจคน

    ในขณะที่นกนางนวลทั้งฝูงที่ได้ทำร้ายขับไล่เหยียดหยาม
    ก็รักษาไว้ได้แค่ชื่อ
    ว่าเป็น “นกนางนวล” =)

    ปล.ยิ้มดังๆในร้านเน็ต =D

  4. อ่านเสร็จแล้วถึงกับกรีดร้องพร้อมปรบมือดังๆ ให้เจ้าของบลอก (ไม่ทราบชื่อ) เลยค่ะ
    คุณเป็นคนน่านับถือมาก นอกจากจะค้นคว้าเรื่องปักษีวิทยา และการจัดรูปแบบขอลฝูงห่าน
    รวมไปถึงเรื่องของโจนาธาน ลิฟวิ่งสตัน

    การค้นคว้าและบทสรุปตะกอนความคิดนั้นยอดเยี่ยมมากค่ะ
    อยากให้ใครหลายๆ คนได้อ่านบ้างจัง
    ขออนุญาตแชร์ลิงค์ไปที่เฟสบุ๊คนะคะ …ขอบคุณมากๆ ค่ะ

    “อุทิศแด่ เส้นทางบินสู่อิสรภาพ…สำหรับ…นกแตกฝูงผู้กล้าหาญของพวกเรา”

    ขออุทิศให้ห่านสามตัวที่แตกฝูง จงบินสู่โลกกว้างอย่างองอาจ และสง่างามตลอดไป

  5. ฉันชอบบทความนี้ของคุณมากค่ะ ^^

    อิสระที่ใครก็อยากมีไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์

    อยู่ที่ตัวเองเลือกเท่านั้นว่าอยากมีอิสระตามที่ใจตัวเองอยากมีหรือป่าว

    ปล.ว่าแต่คิดนามแฝงได้ยังค่ะ ^^

  6. สุดยอดมากๆๆๆๆๆอ่านแล้วทุกคนคงคิดเหมือนกันแน่ๆให้ทั้งความรู้สึกมีความสุขและ
    เจ็บปวดไปพร้อมๆกัน ขออนุญาตินำออกไปนะคะ
    ขอบคุณมากค่ะ

  7. ชอบมากเหมือนกันค่ะ ขอบคุณบทความนี้มากๆอยากให้ใครอีกหลายๆคนได้อ่านบทความนี้บ้างจัง เผื่อจะได้รู้จักคำว่า’บิน’ ที่แท้จริง จะได้ไม่ต้องมามัวว่าคนอื่นอีก

  8. เป็นบทความที่ดีมากๆค่ะ ได้แนวคิดหลากหลายและแตกต่างในเวลาไม่กี่นาที ขอบคุณค่ะ

  9. อ่านแล้วน้ำตาหยดเลย ขอบคุณนะคะ
    บางทีการเปลี่ยนแปลงมันเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายๆคนเลยทำให้เกิดหลายๆสิ่งตามมา เฮ้ออ

    • ต้องยกความดีให้ผู้เขียน และแรงบันดาลใจของพวกเราค่ะ

      ใจจริงอยากทำเป็นฉบับภาษาอังกฤษนะคะ แต่ยังไม่สามารถพอในขณะนี้

      ไม่รู้ว่าทาง reallaerreal พอจะมีเวลาลองดูไหมเอ่ย ??? ^^
      เผื่อนกหลงฝูงกลุ่มนี้ อาจจะได้โผบินสู่โลกอินเตอร์บ้าง

  10. ก่อนอื่นของบอกก่อนว่า เราชอบบล๊อกคุณ
    มีแปลบทความอื่นๆด้วย ทำให้เราได้รู้อะไรเยอะมากๆ
    ขอบคุณนะคะ หลายๆข่าวและบทความที่คุณนำมาแปลแล้วเอามาลงบล๊อกให้อ่าน
    หลายๆๆอันอ่านแล้วแบบ โดนใจมาก ปวดใจมาก แต่ก็อยากอ่าน
    เพราะมันเป็นเรื่องที่เกียวกับเจวายที่เรารัก
    *จบการคร่ำครวญดีกว่า 555

    ไม่รู้จะเม้นอะไรกับบทความนี้ เม้นไม่ออกแต่ชอบจริงๆ
    ขอเอาไปแปะเฟสบ้างนะคะ

  11. อ่านบทความนี้แล้วชอบมากเลย
    ให้ข้อคิดดีๆ ขออนุญาติหยิบบทความนี้
    ไปแปะให้คนอื่นอ่านต่อด้วยนะคะ(เสือนว่าอนุญาติแล้ว)
    ขอบคุณค่ะ

  12. ขอยืนขึ้นแล้วปรบมือดังๆ ให้สามนาทีเลยค่ะ

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ แบบนี้ค่ะ ^^

  13. หลงเข้ามาค่ะ…เลยได้เข้ามาอ่านบทความนี้
    ชอบมากกับการเปรียบเทียบและการหาข้อมูลที่ลงลึกมาให้อ่าน
    ได้ความรู้เพิ่มเติมและแง่คิดมากมายเลยค่ะ กับวิถีชีวิตของนก

    บางครั้งสิ่งที่ใครๆเห็นว่าแตกต่างหรือคิดว่าทำได้ยังไง
    ก็ไม่ได้เกิดขึ้นมาใหม่อะไรหรอกใช่ไหมค่ะ
    มันอาจจะเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีตก็ได้ใครจะรู้
    ถ้าไม่ศึกษาหรือค้นคว้าให้ลึกลงไป ก็คงจะไม่รู้อะไรเลยจริงๆ

    ขอบคุณมากๆเลยค่ะที่เอามาแบ่งปันให้อ่านกัน

  14. อ่านมาก็หลายบทความแต่เพิ่งเข้ามาอ่านบทความนี้
    ชอบมากค่ะ ไม่รู้จะบอกอย่างไร
    แต่ชอบมากกกกกกกกก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s