[Trans] 101221 ชางมิน : รอยยิ้มของพวกเราไม่เป็นธรรมชาติแต่เป็นรอยยิ้มที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับความรู้สึกที่แท้จริงของเรา

Ginger Interview Part 1 – Yunho & Changmin

ในที่สุดเราก็ได้เห็นรอยยิ้มของพวกเขาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากผ่านมาหลายเดือนวันนี้ก็มาถึงในที่สุด ตอนที่พวกเขาก้าวเข้ามาในสตูดิโอ พวกเขามีสีหน้าเกร็งอย่างเห็นได้ชัด แต่หลังจากที่เห็นเหล่าทีมงาน รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกเขา… “ดูเหมือนนานแล้วเลยนะ” ยุนโฮและชางมินเดินไปกอดทักทายทุกคนโดยรอบ ปีนี้พวกเขาแยกกันมาญี่ปุ่นตามตารางงานเดี่ยวและถึงแม้ว่าภาพบนเวทีของพวกเขายังไม่ทันจะเลือนหายไป แต่ก็เป็นเวลาปีครึ่งแล้วที่พวกเขาไม่ได้ทำงานในฐานะ “TVXQ” ในตอนนี้พวกเขาเริ่มต้นระลึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา…

ชางมิน : เมื่อก่อนนี้ผมเป็นคนที่เด็กที่สุดตลอดเลย แต่ตอนนี้มีทีมงานหลายคนที่เด็กกว่าผมซะอีก ตอนที่ผมทำงานเดี่ยวสตาฟก็ต้องงานยุ่งไปกับผมด้วย ผมหวังว่าผมจะสามารถรับมือและตอบแทนความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่นี้กลับไปได้ ในฐานะ TVXQ ผมต้องการแบ่งเบาภาระที่ยุนโฮเคยต้องแบกรับอยู่คนเดียว

ยุนโฮ : ในตอนนี้ชางมินกลายเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำมากขึ้นเรื่อย ๆ และบางทีมีท่าทางเป็นพี่ใหญ่มากกว่าผมอีก ตอนนี้ชางมินเติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มแล้ว นั่นคือระดับระหว่างเราสองคน และผมเห็นด้วยกับสิ่งที่ชางมินแนะนำ แบบนี้พวกเราจึงสามารถสร้างบรรยากาศพิเศษเฉพาะที่เป็นของเราสองคน มันจะคุ้มค่าสมกับการรอคอยแน่นอนครับ

ถ้าอย่างนั้นแปลว่า หนุ่มน้อยชางมินหายไปแล้วเหรอ

ชางมิน : “ความรอบรู้เพิ่มขึ้นตามอายุ ยุนโฮมีประสบการณ์มากกว่าผมครับ ในฐานะศิลปินมันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำงานทั้งหมดของคุณให้สมบูรณ์แบบได้ภายในเวลาสองหรือสามปี ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป คุณก็จะค่อย ๆ เติบโตและเป็นผู้ใหญ่ไปเองโดยธรรมชาติ นี่คือเหตุผลว่าทำไมผมถึงอยากทำงานให้หนักเพื่อที่จะได้รับโอกาสนี้และใส่ความพยายามทั้งหมดของผมไปยังสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่

ภายใต้สถานการณ์ตอนนี้ อะไรที่คุณอยากลองทำเป็นงานต่อไป

ชางมิน : ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงหรือการแสดง ผมอยากจะแสดงออกถึงความรักของผู้ชายวัย 22 ครับ ผมอยากแสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกระดับ แต่ก็อีกนั่นแหละผมคิดว่าบางทีก็อาจจะขึ้นอยู่กับความนึกคิดของผมเอง ความรักที่ผมได้รับในตอนนี้ ความรู้สึกที่ผมมีต่อความรักในอดีต… ผมอยากแสดงสิ่งเหล่านี้ออกมาในตอนนี้และในอนาคต

แสดงว่าตอนนี้คุณกำลังมีความรักอยู่ใช่มั้ย (หัวเราะ)

ชางมิน : อ่า…… มันเป็นเรื่องน่าเศร้ามากที่หน้าหนาวคราวนี้หนาวมากจนเย็นเข้าไปถึงกระดูกผม (หัวเราะ)

ดูสิ ใช้วิธีเปลี่ยนเรื่องเพื่อเลี่ยงคำถามนี่ก็เป็นสัญญาณว่าคุณโตขึ้นแล้วนะ !

ชางมิน : จริงเหรอครับ คริสต์มาสนี้ยุนโฮมีมิวสิคัลของเขา ดังนั้นผมก็อยากจะทำให้ดีที่สุดด้วยเหมือนกัน

ตอนนี้คุณยังอยู่ด้วยกันรึเปล่า

ยุนโฮ : ครับ เราอยู่ด้วยกันทุกวันเหมือนพี่น้อง เมื่อก่อนเราอยู่ห้องด้วยกัน แต่ตอนนี้เรามี่ห้องของตัวเอง เวลาพักเราจะออกไปกินอะไรข้างนอกด้วยกัน เล่นเกมกับสตาฟ ดูดีวีดี ดูกีฬา แล้วก็บางทีก็หาเรื่องเถียงกันเล่น ๆ ก็มี

ถ้างั้นตอนนี้ไม่มีบรรยากาศหวานแหววแล้วน่ะสิ

ยุนโฮ : ก็ต้องไม่มีอยู่แล้ว ! แต่ผมก็ยังอยากแต่งงานอยู่นะ ดังนั้นมันขึ้นอยู่กับเวลาที่เราจะมีความสัมพันธ์ ถ้าผมมีนะ ผมจะประกาศอย่างเปิดเผยเลยครับ ปีนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนแต่หลายเดือนที่ผ่านมาก็ต้องการทั้งความพยายามและการทำงานหนักมากมาย สำหรับ TVXQ และตัวผมเองด้วยนี่คือช่วงเวลาที่สำคัญมาก ปีหน้าผมหวังว่างานเดี่ยวที่พวกเราทำจะยิ่งมีเข้มข้นมากขึ้นด้วยเช่นกัน หนึ่งปีที่ผ่านมามีความรู้สึกไม่มั่นคงและเหงามากมาย เหตุผลก็ไม่เกี่ยวกับคนอื่น ความรู้สึกและความคิดของผมเองก็มีแต่ผมที่รับรู้และเข้าใจอยู่คนเดียว ผมเชื่อว่าชางมินก็มีความรู้สึกแบบเดียวกันนี่แหละ ผมสัญญากับตัวเองว่า “จากนี้ไปผมอยากจะเริ่มทำงานให้หนักเพื่อตอบแทนความรักและการสนับสนุนที่ทุกคนมอบให้เรา”

ชางมิน : รอยยิ้มของพวกเราตอนนี้ไม่เป็นธรรมชาติ แต่เป็นรอยยิ้มที่แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับความรู้สึกที่แท้จริงของเรามากกว่า เมื่อเราไม่มีแรงกระตุ้นที่จะทำงาน เราก็ทำอะไรไม่สำเร็จ ความรู้สึกใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายแต่เราทำได้แค่มองไปข้างหน้า ความฝันของเราในตอนนี้ก็ยังคงเหมือนกับความฝันในอดีต ดังนั้นในฐานะ TVXQ เราอยากจะสร้างผลงานที่จะคงอยู่ตลอดไปไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย นี่เป็นความมุ่งหมายเดียวกันที่ยุนโฮกับผมมี

ยุนโฮ : เราต้องการปีนขึ้นไปบนภูเขาและข้ามมันไป แต่พอเราไปถึงยอดเขาหนึ่งแล้ว เราถึงได้รับรู้ว่ายังมีภูเขาที่สูงใหญ่กว่าอยู่อีก ด้วยเหตุผลน้น เราถึงต้องลงไปยังด้านล่างและเริ่มปีนขึ้นไปบนยอดเขาอีกครั้งหนึ่ง ในวันที่เราสองคนยืนอยู่บนเวที SM TOWN เราพบภูเขาที่เราต้องการปีนขึ้นไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะต้องไปทีละก้าว แต่เราต้องการที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง

เพื่อเอาชนะท้องทะเลที่เต็มไปด้วยคลื่นลมแรงด้วยกัน  ยังมีอุปสรรคอีกมากที่จะต้องฟันฝ่าข้ามไป ยุนโฮและชางมิน และการกลับมาอีกครั้งของ TVXQ โฉมใหม่ในปี 2011

สำหรับคุณปีนี้เป็นไงบ้าง

ยุนโฮ : สำหรับปีนี้ผมคิดว่าน่าจะเรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยน ทั้งมิวสิคัล ละครโทรทัศน์และงานเดี่ยวอื่น ๆ ของผม ผมได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างกันมากมาย ผมมองย้อนกลับไปถึงสิ่งที่ตัวเองเป็นในอดีต สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ปีนี้ทำให้ผมเติบโตและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดไม่สำคัญว่าผมเจอกับอะไร ผมจะคิดไว้ในใจว่า “มันจะต้องเป็นแบบนี้” ถึงแม้ว่ามันจะมาถึงจุดที่ผมไม่สามารถจะทำตัวสนุกสนานได้เพราะผมทำงานหนักในตอนนี้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมผมถึงคิดว่าผมสามารถมองทุกอย่างผ่านมุมมองที่เป็นจริงแบบนี้ได้

ตั้งแต่คุณเดบิวท์มา ตารางงานที่ยุ่งมากของคุณทำให้คุณต้องมุ่งไปทางดนตรีที่คุณรักมาโดยตลอด ตอนที่คุณไม่ต้องใช้ชีวิตแบบนั้นแล้ว อะไรที่ผ่านเข้ามาในใจคุณตอนนั้น

ยุนโฮ : เอาตามจริงเลยนะ บทที่ผมเล่นในละครเกาหลีเรื่อง ‘Heading To The Ground’ นั่นแหละเป็นสิ่งที่ช่วยผมให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้ ถ้าแค่ผมคนเดียว ผมคงจะยอมแพ้ไปแล้ว การเอาชนะความท้าทายที่ยากลำบากและเติบโตผ่านกระบวนการนั้น บงกุนเริ่มกลายเป็นครูในชีวิตของผม ความกล้าหาญของเขาทำให้ผมมีความเข้มแข็งขึ้นอย่างมหาศาล ดังนั้นไม่ใช่การพูดเกินจริงเลยที่จะกล่าวว่าผมทำงานหนักเพราะเขา และในมิวสิคัลก็ด้วย ผมได้ร้องเพลง ดังนั้นจากคำจำกัดความของผม ก็นับได้ว่าเป็นแสงแห่งความหวังเลยล่ะครับ

แล้วคุณล่ะ ชางมิน

ชางมิน : ระหว่างครึ่งแรกของปี ผมก็พยายามอยู่กับละครของผมครับ ก็เหมือนยุนโฮ มันเป็นเวลาสำหรับผมที่จะได้กลับมาทบทวนถึงชีวิตตัวเอง ผมเคยคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ครั้งหนึ่งและพบว่ามันเป็นเรื่องที่ดีครับ ตั้งแต่เราเดบิวท์ TVXQ คือทุกอย่าง แต่ผมก็คิดถึงสิ่งต่าง ๆ ในฐานะหนึ่งในห้าสมาชิกของวง เพราะผมมีโอกาสได้ลองทำงานเดี่ยวของตัวเอง ผมเริ่มตระหนักถึงความรับผิดชอบที่จะทำทุกอย่างให้สำเร็จตั้งแต่เริ่มต้นจนจบอย่างสมบูรณ์แบบในฐานะศิลปินเดี่ยว ปีนี้ให้ความคิดอย่างนั้นกับผมครับ

ยุนโฮได้ร้องเพลงในมิวสิคัล คุณมีโอกาสได้ร้องเพลงเหมือนกันรึเปล่า

ชางมิน : ผมยังคงเข้าคลาสเรียนร้องเพลงอยู่นะครับ และบางทีก็ไปคาราโอเกะกับสตาฟ แต่ด้วยความสัตย์จริง ผมยังคงรู้สึกประสาทเสียและกังวลอยู่ มีช่วงเวลาที่ผมอยากจะทำนั่นทำนี่ แต่ผมก็ทำไม่ได้เพราะสถานการณ์ที่เป็นอยู่ของผมในความเป็นจริง ดังนั้นมันจึงกดดันผมมากและผมไม่สามารถอดกลั้นกับความรู้สึกไม่สงบและยุ่งเหยิงวุ่นวายได้ มันคงจะดีกว่าถ้ามีอะไรที่เป็นผลมาจากการกระทำของผมเอง แต่เพราะว่าผมก็ไม่สามารถคัดค้านอะไรได้เช่นกัน ดังนั้นผมเลยไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่ แต่มันก็เกิดขึ้นไปแล้ว และถึงแม้ว่าผมจะไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับมันแต่ผมก็ไม่มีทางเลือก การสะสมความเครียดและแรงกดดันมากเกินไปตลอดเวลาหลายปีอาจจะทำให้ผมระเบิดออกมาก็ได้ ดังนั้นผมถึงได้มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพของตัวเองเพื่อให้อะไรมันดีขึ้น แต่ว่าบุคลิกภาพที่เคยเป็นมาตลอด 20 ปีก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างสิ้นเชิงนะครับ (หัวเราะ)

รู้สึกยังไงที่ต้องยืนบนเวทีกันแค่สองคน

ยุนโฮ : ตอนที่พวกเราตัดสินใจใช้ชื่อ TVXQ ร้องเพลงต่อไป หัวใจของเราสับสนมาก วันแรกที่โซลตอนที่เรายืนอยู่บนเวทีมีเสียงตบมือและเสียงเชียร์ดังกระหึ่มต้อนรับพวกเรา ทำให้ผมเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า “มีคนที่ยังคงรอคอยพวกเราอยู่ ผมสามารถมีชีวิตต่อไปได้ก็ตอนที่ผมยืนอยู่บนเวทีเท่านั้น” ความคิดแบบนี้เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น และผมรู้ว่าผมสามารถยืนขึ้นได้อีกครั้ง

ชางมิน : ผมมีความสุขมากจริง ๆ ครับ แต่เวลาที่เราต้องขึ้นแสดงใกล้เข้ามา ผมก็เริ่มประสาทมากขึ้นทุกทีจนถึงขั้นที่ว่าคนที่อยู่รอบ ๆ ผมก็สามารถดูออกได้ง่าย ๆ เพื่อให้สงบลงผมก็เลยเริ่มดื่มกาแฟ (หัวเราะ) นั่นคือครั้งแรกในชีวิตผมเลยที่รู้สึกประสาทเสียมากขนาดนั้น สตาฟคงจะต้องคิดว่า “สองคนนี้โอเครึเปล่านะ” เปรียบเทียบกับสิ่งภายนอกรอบ ๆ ผมกำลังต่อสู้กับความกดดันอยู่ภายในตัวเอง ตอนที่ยุนโฮกับผมมองตากันเงียบ ๆ เราพยักหน้าพร้อมกันเป็นสัญญาณว่า “ไปกันเถอะ!” จนถึงวันนี้มันยังคงฝังลึกอยู่ภายในใจผม

ยุนโฮ : เราให้กำลังใจและกันอยู่หลังเวที พูดอะไรประมาณ “เราต้องออกไปทำให้ทุกคนรู้ว่า ทำไม TVXQ ถึงได้แข็งแกร่ง” และ “นี่แหละ TVXQ” เราอยากให้ทุกคนได้เห็นเสน่ห์เฉพาะตัวของพวกเราที่แตกต่างจากศิลปินอื่น ๆ

ว่ากันว่ามีการเรียกร้องกันอย่างมากมายถึง “นี่มันยังถึงไม่เวลากลับมาของ TVXQ อีกหรือ” จนทำให้เกิดความปั่นป่วนไปหมดและทำให้คุณได้ขึ้นแสดงก่อนที่ตั้งใจไว้รึเปล่า

ยุนโฮ : มันเป็นแรงผลักดันที่ทรงพลัง ดังนั้นเราถึงต้องทำให้ดีที่สุดในการกลับมา ถึงแม้ว่าหลังจากเราจากไป แต่ชื่อของ TVXQ ไม่เคยหายไปจากวงการเพลง เรื่องนี้ถูกเก็บไว้อยู่ส่วนลึกในใจของผม ในวันนั้นไม่มีอะไรหยุดพวกเราได้ เพราะพวกเราคือ TVXQ

ชางมิน : ระหว่างซ้อม เราพยายามบอกกับตัวเองว่า “ไม่เป็นไร เราทำได้!” แต่เอาเข้าจริงแล้วผมไม่รู้ว่าผมเชื่อมั่นในตัวเองจริง ๆ รึเปล่า อย่างไรก็ตามตอนที่ผมยืนอยู่บนเวที ผมเริ่มเชื่อจริง ๆ ว่า “ไม่เป็นไร ลุยเลย!” แน่นอนว่ายังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมากเพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมายที่สูงกว่าของเรา

คุณได้พิสูจน์ตัวเองมาตลอดระยะเวลาหลายปี ดังนั้นเราจะคาดหวังที่จะเห็นเสน่ห์แบบใหม่จากคุณทั้งสองคนได้รึเปล่า

ยุนโฮ : แน่นอนครับ! ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงหรือการเต้น ชางมินจะเรียนรู้จากความเข้มแข็งที่ผมมีอยู่ และผมจะเรียนรู้จากทางฝั่งของเขาเช่นกัน เหมือนกับฝาแฝด เราซึมซับสิ่งต่าง ๆ จากอีกฝ่ายซึ่งทำให้เรามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ชางมิน : จนถึงตอนนี้ถึงแม้ว่าเราจะใช้เวลาเข้าชั้นเรียนและอัดเสียงมากมาย แต่ผมก็ยังไม่พอใจกับมันทั้ง 100% หลังจากตัดสินใจแล้วว่าเราสองคนจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งด้วยกัน ความรู้สึกนั้นก็ยิ่งแรงกล้ามากขึ้นไปอีก แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายอะไร เพราะการร้องเพลงก็เป็นเรื่องที่สนุกในตัวมันเองอยู่แล้วและการได้พบกับความรู้สึกของการเริ่มต้นดนตรีใหม่ ๆ ทำให้ผมได้เปลี่ยนความคิดของตัวเองรวมทั้งมุมมองมีต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัว

ยุนโฮ : สิ่งสำคัญที่สุดคือการผสานเสียงร้องของพวกเรา ในอดีตเรารับหน้าที่เสียงต่ำสุดและสูงสุดของวง ดังนั้นเราจะสามารถเติมเต็มความแตกต่างนี้ได้รึเปล่า มันเป็นเรื่องยากที่ต้องเผชิญกับมัน แต่ผมเริ่มให้เน้นไปที่การใช้เสียงแบบผู้ชายของผมและชางมินก็เริ่มฝึกการร้องที่ละเอียดมากขึ้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่มันจะต้องออกมาประสบความสำเร็จมากกว่าที่เราจินตนาการไว้แน่นอน

ชางมิน : ผมคิดเสมอว่าเสียงของผมเข้ากับเสียงของยุนโฮจริง ๆ (หัวเราะ) เรายังคงรักษาคุณภาพทางดนตรีที่พิเศษของ TVXQ เอาไว้ แต่ก็จะแสดงให้เห็นถึงอีกด้านที่พิเศษไม่เหมือนใครของตัวพวกเราเองด้วย ผมรู้สึกกังวลน้อยลงกับผลที่จะออกมาจริง ๆ ครับ

ยุนโฮ : ผมคิดว่าเวที SM TOWN จะพิสูจน์เรื่องนั้นได้ความยากลำบากเอาชนะได้ด้วยการไม่ยอมแพ้ครับ แน่นอน คำพูดอย่าง “คุณทำได้ เรารอคุณอยู่นะ” เป็นกำลังใจให้เรา เพื่อตอบแทนความรักจากแฟน ๆ เราต้องการกลับไปสู่จุดเริ่มต้นและเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในฐานะศิลปินหน้าใหม่”

(T/N: This is Part 1 of the interview. Part 2 will come tomorrow!)

Source: [baidutvxq]
Translation credits: Supernike911@tohosomnia.net
Shared by: tohosomnia.net

Do not remove/add on any credits

Shared by : Sharingyoochun.wordpress

Trans[TH]: ilnostroposto.wordpress

——————————————————————–

รออยู่แต่ก็ยังไม่เห็นตอนที่สองซักที รออ่านอยู่นะคะ คนแปลอิ้ง

โพสนี้ลำเอียงรัก โพสน้องมินสองรูป ไม่รู้จะเลือกรูปไหนดี หล่อทั้งคู่เลย

ลำเอียงหนักกว่าเดิม เนื่องจากรูปของน้องมินหล่อมาก หล่อมากมากถึงมากที่สุด ตอบคำถามก็เริ่ดจริงอะไรจริง ดังนั้นจัดไป 5 รูปอย่าให้เสียของค่ะ ถ่ายมาเท่าไร เราก็แปะไปเท่านั้นเพื่อสนองความหล่อของน้อง

จุ๊บๆ ความยุติธรรมไม่มีในโลกนะคะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s