พักยาว ไม่มีกำหนดค่ะ

เห็นเมล์แจ้งเตือน ก็แทบลืมไปแล้วว่าเคยเปิดบลอกไว้ เพิ่งคิดได้ว่าปิดป้ายประกาศอะไรบ้างก็ผ่านมาเป็นปีแล้ว ถือว่าเตือนตัวเองก็แล้วกัน

ตั้งแต่โพสล่าสุด… ประมาณสองปีผ่านมาแล้ว มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย
ซึ่งเราก็คิดว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็คงเป็นเส้นทางที่เหมาะสมและเดินหน้าต่อไปได้กันทุกฝ่ายแล้ว รวมทั้งแฟน ๆ อย่างเรา ๆ ด้วยเช่นกัน
จนถึงวันนี้น้องก็มีผลงานมาเรื่อย ๆ จนจะเข้ากรมกันทุกคนแล้ว
แต่ด้วยภารกิจอื่น ๆ ทำให้ไม่ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีบทความแปลดี ๆ อยู่มากมายจากหลายทางให้ติดตาม
ที่ผ่านมานอกจากจะปล่อยให้บลอกร้างแล้ว ก็มีแปลส่งให้บลอกเพื่อน ๆ บ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งถ้าผ่านตาอาจจะพอเดากันได้ว่าเป็นบทความของใครบ้าง

พวกเราไม่ได้ปิดบลอก ไม่ลบบทความหรือคอมเมนท์เพราะเป็นการพูดคุยที่ผ่านมานานแล้ว คิดว่าผู้อ่านมีวิจารญาณมากพอที่จะไม่จับเรื่องที่ผ่านมานานแล้วให้เป็นประเด็นกันอีก แต่ก็ไม่ทราบว่าจะกลับมาต่อได้เมื่อไหร่

ขอขอบคุณทุกท่านที่ผ่านมาเยี่ยมเยียน
จนกว่าจะพบกันใหม่ค่ะ

Advertisements

[TRANS] Marie Claire -the July issue- “HE’S BACK, KIM JUNSU”

[แปล] บทสัมภาษณ์นิตยสาร Marie Claire ฉบับเดือนกรกฎาคม – “คิมจุนซู กลับมาแล้ว”

เสียงดนตรีที่เปิดคลออยู่เบื้องหลังการสัมภาษณ์ในวันนั้นเริ่มต้นด้วย Mikka ตามด้วย Bruno Mars, Taio Cruz, Foo Fighters, Calvin Harris, Adele, Jason Mraz, the Wanted และ Kelly Chen ได้รับการเลือกสรรโดยผู้ที่มาถ่ายแบบให้กับเราในวันนี้ เราได้ยินเสียงแหบอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาซึ่งจำได้ทันทีที่ได้ยินแม้อยู่ห่างออกไปเป็นไมล์ระหว่างที่เปิดเพลงคลอไปด้วย ชายที่ฮัมเพลงอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นตอนพักดื่มน้ำหรือระหว่างที่เล่นสนุกกันตลอดระยะเวลาที่ทำการถ่ายภาพที่กินเวลาเกินครี่งวัน คิมจุนซู แห่ง JYJ ผู้ที่กำลังจะกลับมาพร้อมกับอัลบั้มเดี่ยวชุดที่สองของเขาคือปกนิตยสาร Marie Claire ฉบับนี้

เขามีงานยุ่งมากในช่วงเวลาเดียวกันนี้ของปีที่ผ่านมา อัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของคิมจุนซูนั้นแสดงถึงตัวตนของเขาที่แตกต่างไปจากจุนซูแห่ง JYJ และติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของชาร์ตดนตรีมากมายรวมไปถึงบิลบอร์ดชาร์ตและ iTunes ของญี่ปุ่น เขาเริ่มทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกโดยเริ่มต้นที่ โซล และเปิดการแสดงในสถานที่ต่าง ๆ เช่น อินโดนีเซีย ไทย  จีน ฮ่องกง นิวยอร์ค ยุโรป ชิลี บราซิล และเมกซิโก นอกจากนั้นแล้วเขายังได้ทุ่มเทพลังของเขาในงานมิวสิคัลอีกด้วย หลังจากได้พิสูจน์พลังของเขาทั้งในด้านยอดขายและความสามารถผ่านมิวสิคัลดังหลายเรื่อง คิมจุนซูกลายเป็นดาราที่รับประกันความนิยมของยอดขายบัตรในวงการมิวสิคัลไปแล้ว การเดบิวท์ของจุนซูกับงานมิวสิคัลนั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นของการแพร่ขยายมิวสิคัลของเกาหลีไปยังตลาดต่างประเทศอย่างน่าประทับใจ ดูราวกับว่าในเรื่องราวเหล่านี้ไม่มีสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปเลย เขาเป็นดารามาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มเดบิวท์และยังคงเป็นดาราผู้ยิ่งใหญ่อยู่ในปัจจุบัน ในขณะเดียวกันเขาคือชายหนุ่มแสนมหัศจรรย์ผู้เลือกเส้นทางของตนเองและรับผิดชอบต่อสิ่งที่เลือกเอง เรากำลังจับตามองเส้นทางที่ผู้ชายคนนี้เลือกเดิน รวมไปถึง “เหตุการณ์” หรือ “ปรากฏการณ์” ที่เขาจะสร้างขึ้นในปีนี้ อย่างแรกที่สุด เราทราบว่าหลายท่านกำลังอยากทราบข่าวคราวเกี่ยวกับอัลบั้มเดี่ยวที่กำลังจะออกมา แต่เราจะได้รับคำตอบนั้นอย่างแน่นอนในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ดังนั้นในตอนนี้คุณจะได้รับคำใบ้บางอย่างจากบทสัมภาษณ์นี้

Q: คุณกำลังจะกลับมามีผลงานอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง

A: ตอนที่ผมออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก <Tarantallegra> เมื่อปีที่แล้ว ผมอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างมาก เพราะนั่นเป็นครั้งแรกสำหรับตัวผมเองด้วย [ที่ทำงานเพลงในฐานะนักร้องเดี่ยว] แล้วยังเป็นอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกในกลุ่มสมาชิกวง JYJ ด้วย ดังนั้นผมจึงต้องการที่จะเริ่มต้นอย่างเหมาะสมเพื่อสมาชิกคนอื่นด้วย การออกอัลบั้มและมีเวิร์ลดทัวร์ช่วยให้ผมมีความคิดในเชิงบวกและมอบพลังที่ไม่สิ้นสุดให้กับผม ผมยังได้รับความมั่นใจจากงานนี้อีกด้วย สิ่งที่ผมต้องการเมื่อผมออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกคือความกล้าหาญ แต่ในขณะนี้ผมมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า – ความต้องการที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่เทียบเท่าหรือเหนือกว่าอัลบั้มแรก สิ่งที่ผมสามารถบอกได้อย่างมั่นใจในจุดนี้ก็คืออัลบั้มชุดที่สองจะแตกต่างจากชุดแรกอย่างสิ้นเชิง – และแน่นอนครับว่าแตกต่างจากซิงเกิล <Uncommitted> ด้วยเช่นกัน

Q: ช่วยบอกใบ้เกี่ยวกับอัลบั้มของคุณสักนิดได้ไหม

A: ผมเสียใจจังที่ตัวผมเองยังไม่สามารถพูดคุยในรายละเอียดได้ในตอนนี้ แต่โดยรวมคือผมรวบรวมเพลงจากหลากหลายแนวเช่นเดียวกับที่ผมเคยทำมา แต่ในอัลบั้มนี้จะมีความเป็น R&B หรือความเป็นฮิพฮอปมากกว่าอัลบั้มแรก แล้วผมก็ตั้งใจว่าจะใส่แนวสวิงหรือให้มีกลิ่นอายของแจ๊สลงไปด้วย ผมได้รับข้อเสนอแนะจากหลายคนเกี่ยวกับเพลงหลักของอัลบั้มจากนั้นจึงมีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ผมได้รับเพลงนี้มาสักระยะหนึ่งแล้วและหลงรักเพลงนี้เอามาก ๆ เลยครับ เมื่อถึงเวลาที่ผมเริ่มต้นทำอัลบั้มนี้ ผมรู้สึกเหมือนเพลงนี้ดังขึ้นมาในหัวทันที หลังจากที่ผมได้ฟังเพลงนี้ผมก็ตัดสินใจเลย ผมชอบเพลงนี้ตั้งแต่ตอนที่ได้รับมาครั้งแรก แต่ตอนนี้ยิ่งผมชอบมากขึ้นกว่าวันนั้นซะอีก เป็นเพลงที่เหมาะกับหน้าร้อนมาก ๆ ครับ อัลบั้มนี้จะให้อารมณ์ของงานปาร์ตี้ในวันหนึ่งกลางฤดูร้อน บรรยากาศที่มืดมนจะน้อยกว่าในอัลบั้มแรก แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดของอัลบั้มจะมีบรรยากาศสดใสร่าเริงไปซะหมดนะครับ ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญคือการหาความสมดุลระหว่างสองสิ่ง [T/N: ความมืดมน และความสดใส]

Q: เมื่อเปรียบเทียบกับอัลบั้มแรกซึ่งคุณใช้เวลาเตรียมงานค่อนข้างนาน แต่กับอัลบั้มที่สองนี้มีความคีบหน้าเร็วมาก คุณมีช่วงหยุดพักเพื่อปรับระบบตัวเองอย่างไร

A: โชคดีที่ผมมีโหมด “เปิด” และ “ปิด” ที่แตกต่าง [จากของคนอื่น] ตัวผมในขณะทำงาน กับตัวผมในขณะพักผ่อนจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ [T/N: จุนซูพูดประมาณว่า เขามีขอบเขตที่ชัดเจนระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต] ผมได้พักยาวสามเดือน ระหว่างที่พักนั้นผมก็แต่งเพลงแล้วก็ไปเที่ยวมัลดีฟส์กับกลุ่มชายล้วนสี่คน

Q: งั้นผมไม่อิจฉาคุณมากนักหรอก (หัวเราะ)

A: แต่มันเยี่ยมมากเลยนะครับถึงจะมีกันแค่พวกเราผู้ชายก็เถอะ ผมแทบจะใช้ชีวิตอยู่ในน้ำตลอดเลย ทะเลสีสวยจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นของจริง ผมชอบเที่ยวธรรมชาติมากกว่าเที่ยวเมือง ผมชอบทิวทัศน์ที่มีทะเล พระอาทิตย์ตก แล้วก็ต้นมะพร้าว [T/N: จากผู้แปลไทย ต้นฉบับคือต้นปาล์มแต่ในบรรยากาศทะเลแบบนี้ ขอเปลี่ยนเป็นต้นมะพร้าวแทนนะคะ]

Q: ดูเหมือนอัลบั้มชุดที่สองของคิมจุนซูจะเหมาะกับการฟังระหว่างพักผ่อนมากกว่าในเมืองสินะครับ

A: ใช่เลยครับ เป็นเพลงที่เหมาะที่สุดสำหรับ [การพักผ่อนที่] ชายหาดพร้อมกับจิบคอกเทลไปด้วย

Q: แฟน ๆ จากประเทศในเขตร้อนคงจะต้องชอบกันมากเลย

A: เพราะเป็นเพลงที่น่าหลงใหลครับ

Q: คุณเลือกเพลงที่ใช้เปิดในการถ่ายแบบวันนี้เอง เรื่องที่คุณพูดถึงก่อนหน้านี้ ตอนที่ถึงเพลง ‘Lover’s Concerto’ ของจินฮเยริม (Kelly Chen) น่ะครับ น่าสนใจมากเลย

A: คือเป็นเพลงที่คุณต้องฟังตอนที่คุณอยู่ในรถตอนที่ฝนตก ในวันที่ฝนตกตอนที่คุณรู้สึกดีมาก ๆ น่ะครับ ไม่ใช่แค่ในรถยนต์นะครับ แต่ต้องเป็นในรถแท็กซี่ด้วย มีคนขับแท็กซี่ชาวต่างชาตินั่งอยู่ที่เบาะหน้า (หัวเราะ) เมื่อฝนตกลงมาและคุณมองเห็นแสงอาทิตย์สาดส่องลงมาระหว่างอาคารในย่านตัวเมือง แล้วเพลงนี้ก็ดังขึ้น เมื่อไหร่ที่ผมฟังเพลงนี้ ผมจะนึกถึงยุโรป ผมจะเริ่มนึกภาพทีละฉาก ผมอยู่บนถนนแปดเลนหน้าประตูชัยที่ปารีส แล้วรถก็ติดมากจนขยับไม่ได้ ด้านหนึ่งของถนนกลายเป็นสีแดงไปหมดเพราะแสงจากไฟท้ายของรถสะท้อนกับกันชนหลังไปมา ผมนั่งมองภาพนี้จากด้านหลัง แล้วก็ด้านนอกกลายเป็นเวลาพลบค่ำ มันทำให้รู้สึกดีแต่ก็เศร้าไปในขณะเดียวกัน และก็กลายเป็นอารมณ์ที่ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นไปด้วย [T/N: จากผู้แปลไทย จินตนาการล้ำไปสามโลกค่ะจุนซู กลับมาเถอะ]

Q: เป็นตัวของตัวเองมากเลยนะครับ (หัวเราะ) วิธีการเข้าถึงเพลงของคุณน่าสนใจมาก เมื่อคุณตีความเพลงของคุณเอง คุณวาดภาพด้วยวิธีการเดียวกันนี้ด้วยไหม [T/N: จากผู้แปลไทย ผู้สัมภาษณ์ใช้คำว่า specific ซึ่งในความหมายคงหมายถึงความคิดเรื่องนี้ของจุนซูไม่เหมือนใครเลย จึงแปลตามความเข้าใจของตัวเองนะคะ]

A: ตอนที่ผมฟังเพลง “Uncommitted” ครั้งแรก เป็นความรู้สึกถึงลมที่พัดมา “Tarantallegra” ให้ความรู้สึกถึงไฟ ผมจะนึกถึงภาพแบบแฟนตาซีน่ะครับ

Q: คุณคิดว่าอะไรคือจุดแข็งของนักร้องที่ชื่อคิมจุนซู

A: ถ้าพูดถึงศักยภาพในด้านดนตรีมี  pitch (ระดับเสียง) timbre (น้ำเสียง) เทคนิค การเต้น ทักษะในการจับจังหวะ และอื่น ๆ ถ้าจากสิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าจุดแข็งของผมคือ ทักษะในการจับจังหวะครับ จริง ๆ ถ้าผมพูดแบบนี้มันก็ดูเหมือนผมกำลังพูดจาโอ้อวดอยู่นะครับ แต่ผมคิดว่าเซนส์เรื่องจังหวะผมค่อนข้างดีนะ (หัวเราะ) ในหนึ่งจังหวะจะมีทั้งการผลักและการดึง  (push-pull) โดยไม่จำเป็นต้องตั้งใจมากนักผมก็สามารถจับจังหวะนั้นได้โดยธรรมชาติน่ะครับ เมื่อผมได้ทำดนตรีที่สามารถดึงทักษะเรื่องจังหวะของผมออกมาได้ มันจะสนุกและง่ายมากเลย อย่างเมื่อวานนี้ระหว่างที่กำลังซ้อมอยู่ ผมค้นพบจังหวะที่ร่างกายผมไม่คุ้นเคย จนกระทั่งผมยังพูดออกมาเลยว่า “จังหวะนี้แปลกมากเลย” มันสนุกมากครับ มันคือ “จังหวะที่ผมเพิ่งเจอเป็นครั้งแรก”

Q: เมื่อคุณใช้ชีวิตต่อไปเรื่อย ๆ คุณจะอายุมากขึ้น อารมณ์อ่อนไหวหรือความรู้สึกสะเทือนใจจะจากไปอย่างง่ายดายกว่าที่คุณคิด ดูเหมือนว่าเหล่าศิลปินจะมักจะต้องการบางอย่างเพื่อกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของพวกเขา อะไรคือสิ่งที่ช่วยให้คุณมีความรู้สึกที่ว่านั้นให้ตื่นตัวอยู่เสมอและคงอยู่ตลอดไป

A: นั่นก็จริงครับ ถ้าคุณอายุมากขึ้นคุณก็จะยอมรับความเป็นจริงมากขึ้น ด้วยสิ่งนั้นคุณอาจสูญเสียจินตนาการหรือความต้องการที่จะท้าทายของคุณไป นั่นคือจุดจบของศิลปิน แต่เหมือนเรื่องตลกเลยที่ประสบการณ์ที่ผมได้รับในขณะที่เติบโตขึ้นกลับช่วยปกป้องความรู้สึกอ่อนไหวของผมในตอนนี้ เมื่อกล่าวถึงดนตรี สิ่งที่เกิดขึ้นคือเรื่องราวของผมเอง การร้องและการแสดงก็เช่นกัน คุณจะต้องเข้าให้ถึงและทำมันออกมา ถ้าเพลงและเนื้อร้องเกี่ยวกับการไปเดทกับใครสักคน ผมคิดว่าคุณก็ต้องร้องด้วยความตั้งใจที่จะดึงดูดใจเธอคนนั้นจริง ๆ

Q: มิวสิคัลมีความหมายอย่างไรต่อคิมจุนซู

A: ความหมายของ “Mozart!” คือการเริ่มต้นในงานที่ทำให้ผมสามารถยืนอยู่บนเวทีได้อีกครั้ง ในช่วงเวลาที่ยากลำบากในปี 2009 สำหรับตัวผมเองนั้นรู้สึกเจ็บปวดมาก ยิ่งกว่าการหวาดกลัวเวที ผมรู้สึกหวาดกลัวโลกใบนี้ ผมรู้สึกสับสนและเศร้าใจ แต่จากการทำงานนี้ทำให้ผมตระหนักว่าที่ที่ผมควรจะยืนขึ้นอีกครั้งคือบนเวที นักแสดงมิวสิคัลทุกท่านเหมือนพวกเขาพูดออกมาจากใจของผม และการได้แสดงด้านที่มืดมนของโมสาร์ท นักดนตรีอัจฉริยะผู้จับหัวใจคนทั้งโลกนั้นเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผมในฐานะนักแสดง

Q: เราอยากทราบเกี่ยวกับการกระบวนการตีความออกมาในรูปแบบของวัยหนุ่มและมีเสน่ห์สำหรับบท “ความตาย” จากเรื่อง “Elisabeth”

A: เอาตามจริงเลยนะครับ หลังจากที่ได้แสดงเรื่อง “Mozart!” ผมก็ตกหลุมรักมิวสิคอลเข้าแล้ว แล้วก็ได้ติดตามชมการแสดงมิวสิคัลทั้งหมดไปทั่วเลยครับ ระหว่างที่ทำแบบนั้นความคิดของผมก็เปิดกว้างขึ้น เพื่อทำการแสดงมิวสิคัล นักแสดงทุกคนจะต้องกลายเป็นตัวละครนั้นและทุ่มเทพลังไปยังการแสดงบทบาทนั้นออกมา วิธีการที่ผมเลือกคือการทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมในขณะเดียวกันก็พยายามหาคำตอบไปด้วย ผมเฝ้ามองอย่างตั้งใจว่านักแสดงท่านอื่นแสดงบทบาทตัวละครของพวกเขาออกมาอย่างไร เมื่อเข้าใจตัวละครอื่นทั้งหมดในเรื่องแล้ว ผมก็จะสร้างตัวละครของผมเองขึ้นมา มิวสิคัลเป็นงานที่น่าหลงใหลเป็นอย่างยิ่งและทำงานด้วยความสนุกครับ เดือนสิงหาคมนี้ผมจะแสดงเรื่อง “Elisabeth” อีกครั้ง พูดตามตรงนะครับ ตั้งแต่ผมได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมแล้วผมก็ยิ่งรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่และกังวลเป็นอย่างมากและไปดูมิวสิคัลทุกเรื่องเลยครับ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ค่อยมีบทที่เหมาะกับนักแสดงในวัยยี่สิบกว่า ๆ มากนัก ดังนั้นผมเลยอยากให้อายุผมถึงเลขสามเร็ว ๆ  ผมคิดว่าถ้าหากผมแสดงมิวสิคัลเรื่องนี้อีกครั้ง ผมจะต้องทำให้บทบาทตัวละครนั้นเหนือกว่าครั้งแรกที่แสดงไป และถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่ซ้อนทับกันกับงานอัลบั้มเดี่ยวของผมก็ตาม ผมมีความมั่นใจที่จะท้าทายกับบทของ “ความตาย” ในเรื่อง  “Elisabeth” อีกครั้ง

Q: สิบปีที่ผ่านมามีช่วงเวลาที่ทั้งดีและไม่ดีเกิดขึ้นมากมาย มีทั้งเรื่องที่เรารู้และยังไม่รู้ด้วยเช่นกัน คุณคิดว่าประสบการณ์ทั้งหมดนั้นเต็มไปด้วยความหมายไหม

A: ผมเพิ่งอายุ 28 ปีแต่มักจะคิดว่าประสบการณ์เลวร้ายทั้งหมดของผมเกิดขึ้นในช่วงที่ผมอายุยี่สิบต้น ๆ ไปหมดแล้ว (หัวเราะ) แต่ไม่ได้หมายความว่าประสบการณ์เหล่านั้นไร้ความหมายนะครับ ผมกลับมาคิดว่าถ้าหากผมพบเจอแต่สิ่งที่ดีเท่านั้น ผมก็จะไม่พร้อมในการใช้ชีวิต มีหลายสิ่งเกิดขึ้นและผมก็ได้เรียนรู้อย่างมาก เหลืออีกแค่สองปีก่อนที่ผมจะอายุ 30 แต่สำหรับผมแล้วไม่ว่าผมจะชอบมันหรือไม่ก็ตาม แต่ช่วงอายุยี่สิบของผมนั้นเป็นสิบปีแห่งการเรียนรู้ ผมคิดว่าสิบปีที่ผ่านมานั้นจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของชีวิตในช่วงวัยสามสิบ สี่สิบและช่วงเวลาต่อไปทั้งหมดในชีวิตของผมครับ

Q: คุณดูจะกลายเป็นคนที่เข้มแข็งมากในช่วงสิบปีนี้

A: แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะว่าผมเด็กที่สุดในกลุ่มหรือเปล่านะครับ แฟน ๆ ยังคงรู้จักผมในแบบที่ให้อารมณ์น่ารัก ๆ อยู่ (หัวเราะ) [T/N: จุนซูพูดว่า แฟน ๆ ปฏิบัติต่อเขาแบบ “Woohuchu” ซึ่งหมายความว่า แฟน ๆ รักเขาเหมือนเขาเป็นลูกหลานของพวกเธอ] มันก็คล้ายกับคุณจำเป็นจะต้องมีความยืดหยุ่นกับ “การเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง” ถ้าหากคุณเอาแต่ทำตามคำพูดของคนรอบตัว คุณจะสูญเสียความชัดเจนในตัวเอง ในอีกด้านหนึ่ง ถ้าหากคุณเอาแต่คิดว่า “สิ่งที่ฉันคิดเท่านั้นคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด” ก็จะไม่มีการเติบโต สิ่งที่ผมอยากพูดก็คือการค่อย ๆ เติบโตขึ้นบนพื้นฐานของความเป็นตัวเองโดยพร้อมที่จะปรับตัวไปด้วยเช่นกัน ผมฟังเพลง “Bounce” ของคุณ Cho Youngpil แล้วรู้สึกประหลาดใจมากจริง ๆ และผมก็คิดถึงมันอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่ใช้ชีวิตอย่างซื่อตรงต่อตนเองและเติบโตขึ้นมานั้น ผมต้องการเป็นนักร้องที่ทำดนตรีออกมาอย่างที่ยุคสมัยต้องการครับ

Q: ล่าสุดวงชินฮวาได้กลับมาทำกิจกรรมร่วมกันอีกครั้ง ผมคิดว่าพวกเขานั้นเป็นทั้งคนที่สนุกสนานและชายหนุ่มสุดเท่ในเวลาเดียวกัน JYJ ทั้งสามคนก็มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดสนิทสนมกัน คุณคิดถึงอนาคตในอีกสิบปีข้างหน้าของ JYJ ว่าน่าจะเป็นอย่างไร

A: ผมจำได้ว่าเคยได้ยินอะไรบางอย่างคล้าย ๆ ที่พูดมานี้เกี่ยวกับพวกเขานะครับว่า เวลาที่พวกเขาอยู่คนเดียวก็จะดูเป็นผู้ชายที่สมกับวัยสามสิบต้น ๆ แต่ถ้าพวกเขามาอยู่ด้วยกันเป็นชินฮวาแล้ว พวกเขาจะดูคล้ายเด็กไฮสคูล เป็นเพราะพวกเขาเติบโตขึ้นมาด้วยกันจากจุดเริ่มต้น JYJ ก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ถ้าเราแยกกันทำงาน เราก็จะไม่เป็นอย่างนั้น แต่ถ้าเราสามคนมาอยู่ด้วยกันเมื่อไหร่ เราก็จะกลายเป็นเด็กไปเลย (หัวเราะ) เราจะเล่นกันฮามากแล้วหัวเราะอย่างเป็นบ้าเป็นหลังกันได้โดยสัญชาตญาณ เรามักจะจบลงด้วยกันทำอะไรแผลง ๆ แล้วทั้งสามคนก็ส่งเสียงดังลั่นไปทั่ว สิบปีต่อไปเหรอ ผมหวังว่ามันจะยังคงเป็นเช่นเดิม ตอนที่ได้ฟังเรื่องราวของวง Bum-Yurum-Gaul-Gyoul ในรายการ “Radio Star” ผมคิดว่าถ้า JYJ กลายเป็นแบบนั้นด้วยก็คงจะดี   [T/N: วง Bum-Yurum-Gaul-Gyoul (Spring-Summer-Fall-Winter) เป็นวงที่เดบิวท์ในปี 1986 และยังคงทำงานด้วยกันอยู่] หรือดูวงประสานเสียงของญี่ปุ่นอย่าง the Gospellers สมาชิกทุกคนแต่งงานแล้ว พวกเขามีภรรยาและลูก ๆ และยังคงทำงานด้วยกัน ครอบครัวของพวกเขาก็สนิทกันด้วย เมือผมเห็นภาพแบบนั้นแล้วผมก็คิดว่าผมอยากจะเติบโตขึ้นมาเป็นแบบนั้นเลยครับ

Q: คุณรู้สึกอย่างไรบ้างตอนที่เห็นแฟนมากมายมารอรับคุณที่สนามบินในประเทศต่าง ๆ

A: มันน่ามหัศจรรย์มากเลยครับ มหัศจรรย์ที่พวกเขารู้จักเราแต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์มากกว่านั้นคือพวกเขาร้องเพลงที่มีเนื้อเป็นภาษาเกาหลีในคอนเสิร์ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากเพลงของ JYJ มีโอกาสน้อยมากที่จะได้เผยแพร่ทางโทรทัศน์ คุณจะต้องดาวน์โหลดเพลงของพวกเรา ตอนที่ผมได้เห็นด้วยตนเองว่าแฟน ๆ ร้องเพลงของพวกเราในอีกซีกโลกหนึ่งซึ่งคุณไม่สามารถแวะไปเที่ยวได้ง่าย ๆ เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนผมถึงความตั้งใจที่จะไม่ย่อท้อ

Q: คุณได้พูดถึงในบทสัมภาษณ์ที่ผ่านมาว่า “ผมอยากเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อไอดอลมากกว่าการหนีออกจากภาพลักษณ์ไอดอล” คุณยังคงเชื่อแบบนั้นอยู่หรือเปล่า

A: ครับ ไอดอลคือนักร้องที่เป็นผู้ที่สร้างกระแสดนตรีและความนิยมในแต่ละยุคและนำพากระแสของพวกเขาด้วยเพลง การเต้นและการแสดงที่ชัดเจนซึ่งเตรียมมาเป็นอย่างดี เพียงเพราะคุณอายุน้อยไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นไอดอล และเพียงเพราะว่าคุณอายุมากขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่ใช่ไอดอลอีกต่อไป

กระแสเกาหลีได้แพร่ขยายอย่างมากไปทั่วโลกและได้รับความรักมากมาย ซึ่งหมายความว่าเพลงป๊อบ [เกาหลี] ของพวกเรานั้นมีพลัง [ที่จะทำเช่นนั้นได้] เมื่อพิจารณาจากจุดนี้ ผมคิดว่ากลุ่มไอดอลนั้น แทนที่จะถูกใช้แล้วทิ้งไป ควรจะรักษาความภาคภูมิใจในตัวเองให้คงอยู่ต่อไป [T/N: ในฐานะศิลปิน] และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อนร่วมอาชีพของผม [นักร้องไอดอลอื่น ๆ] รวมทั้งตัวผมเองมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในการทำสิ่งนี้ครับ

Q: คอนเสิร์ตที่โตเกียวโดมเมื่อต้นปีที่ผ่านมานั้นมีความหมายมากเหลือเกิน เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะไปที่นั่น

A: นั่นเป็นการทำกิจกรรมแรกอย่างเป็นทางการในญี่ปุ่นในระยะเวลาสามปีและเป็นครั้งแรกที่ได้กลับไปที่โตเกียวโดม หลังจากที่ไม่สามารถจัดงานที่โตเกียวโดมได้ เราต้องจัดคอนเสิร์ตกลางแจ้งในเมืองที่ห่างจากโตเกียวออกไปสามชั่วโมง พวกเรารู้สึกขอบคุณแฟน ๆ ที่มาจากทุกทิ่และได้รับความกล้าหาญจากพวกเขา ในขณะเดียวกันพวกเราก็รู้สึกเสียใจที่ทำให้พวกเขาต้องเดินทางไปถึงที่นั่น เราไม่มั่นใจว่าเราจะสามารถขึ้นเวทีที่โตเกียวโดมได้อีกครั้งหรือไม่ แต่ในที่สุดทุกอย่างก็ดำเนินไปได้ด้วยดีอย่างน่าประทับใจ จริง ๆ แล้วผมคิดว่าคอนเสิร์ตที่โตเกียวโดยครั้งนี้อาจถูกยกเลิกได้ทุกเวลาระหว่างการเตรียมการ บางครั้งผมคิดว่าผมควรเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับกรณีที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้ เพราะถ้าหากเกิดความผิดพลาดขึ้นมา ความกระทบกระเทือนที่ผมจะได้รับคงใหญ่เกินกว่าที่ผมจะทำอะไรได้  อย่างไรก็ตามโชคดีที่พวกเราสามารถขึ้นไปยืนบนเวทีที่โตเกียวโดมได้ ผมประทับใจเป็นอย่างมาก ผมแทบหายใจไม่ออกในวันสุดท้ายเลยครับ [T/N: จากผู้แปลไทย ตรงนี้ใช้คำว่า chocked up ซึ่งมีหลายความหมาย เช่นหายใจไม่ออก หรืออาเจียนก็ได้ ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไรกันแน่ค่ะ ต้องขออภัยด้วยนะคะหากทำให้ความหมายผิดพลาดจากต้นฉบับจริงในส่วนนี้]

Q: ตอนนี้คุณยังมีความกลัวอยู่อีกไหม

A: ผมไม่กลัวอะไรครับ แต่ผมก็มีความสงสัยอยู่บ้างว่าผมจะสามารถทำงานเพลงต่อไปและได้รับความรักมากมายเหมือนทุกวันนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ สำหรับสามสี่ปีหลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นกับพวกเรา เราได้รับความรักอย่างมากมายจากแฟน ๆ ดังนั้นผมเชื่อว่าจากนี้ไปเป็นพวกเราเองที่จะเป็นฝ่ายตอบแทนความรักของพวกเขามากกว่าการคาดหวังเรื่องความโด่งดังและทำงานเพลงต่อไป

Q: ถ้าหากเป็นนักร้องหรือไอดอลคนอื่นพูดแบบเดียวกันนี้ ก็คงเป็นการพูดเพื่อแสดงความขอบคุณ แต่เมื่อเป็นคำพูดที่ออกมาจากคิมจุนซูหรือ JYJ แล้ว มันฟังดูแตกต่างอยู่บ้างนะครับ [T/N: เป็นคำพูดที่ผู้สัมภาษณ์รู้สึกถึงความเป็นจริงหรือสื่อออกมาอย่างจริงใจได้มากกว่า]

A: ผมมีหลายบทบาทครับ ผมคือ คิมจุนซู เซีย จุนซูวง JYJ ลูกชายของคุณพ่อคุณแม่ และนักฟุตบอลเบอร์ 12 ผมไม่สามารถแยกแต่ละบทบาทออกจากตัวผมได้ ทั้งหมดคือสิ่งเดียวกัน คือผม ตัวตนของผม ผมไม่ชอบการเสแสร้ง ในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมพยายามจริงใจและทำอย่างดีที่สุดออกมาในแง่บวกและมีความสุข และในฐานะนักร้องคิมจุนซูและเซีย ผมยินดีที่จะอุทิศ ‘ตนเอง’ เพิ่มขึ้นอีกเพื่อแฟน ๆ ทั้งหลายมอบความรักอันมากมายให้กับผม บนเวที ผมไม่ต้องการคิดอะไรอื่นนอกจากร้องเพลงออกมาจากใจจริงของผมเท่านั้นครับ

Credit &  Trans by : xiahpress.cafe24.com/xe/27461

Shared by Coconut_XIA.com <<link>>

Please take it out with full of credit~

(กรุณานำออกพร้อมเครดิตครบถ้วน)

Thank you so much

Thai trans : ilnostroposto.wordpress

————————————————————————————-

ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่า ผู้แปลคนหนึ่งชอบอ่านบทสัมภาษณ์ของจุนซูมากเป็นพิเศษ ดังนั้นบทสัมภาษณ์ยาว ๆ ของจุนซูจึงพร้อมส่งในทันทีที่มีเวลาแปล แต่ครั้งนี้ บก.ไม่ว่าง ดังนั้นภาษาอาจยังไ่ม่สละสลวยมากนักนะคะ ไม่มีรูปด้วยเพราะไม่มีคนว่างทำให้เช่นกัน แต่เนื้อหาในบทสัมภาษณ์ เต็มไปด้วยคุณภาพของจุนซูเช่นเคยค่ะ

อีกครั้ง บลอกนี้ ผู้แปล (แต่ละคน) จะเลือกแปลเฉพาะบทความที่มีเวลาอ่าน มีความรู้สึกอยากแปล และแปลเสร็จ การไม่มีบทสัมภาษณ์อื่น ๆ มาลงมากนัก ไม่ใช่ไม่รัก ลำเอียง หรืออย่างไรค่ะ ภารกิจชีวิตไม่อำนวย บางครั้งแปลไม่เสร็จแล้วดองไว้จนล้าสมัยไปบ้าง ยากเิกินกว่าจะแปลออกมาให้ตัวเองเข้าใจได้ง่ายบ้าง หรือไปเจอแบบที่แปลภาษาไทยเสร็จแล้ว อ่านของเขาไปแล้ว สบายใจแล้วก็เลยไม่แปลบ้าง ก็มีหลายสาเหตุด้วยกันค่ะ

[News] C-JeS and LOEN Entertainment resolve their dispute concerning Junsu’s showcase and promotions

[News] C-JeS and LOEN Entertainment resolve their dispute concerning Junsu’s showcase and promotions

JYJ‘s Junsu (XIA) and his agency C-JeS Entertainment were caught up in a dispute with LOEN Entertainment, who has been working with them for the singer’s solo comeback. After C-JeS lashing out and bringing media attention, LOEN held a meeting to discuss the matter and it seems the two companies have worked out their differences to reach an understanding.

C-JeS Entertainment stated, “The dispute with LOEN Entertainment which occurred yesterday has now been smoothly resolved. Last night, we met with the LOEN representative and received the official word that they’ll carry out all of XIA’s promotional activities as previously discussed.”

“XIA’s showcase, which many fans have been waiting for all this time, will be live-streamed through MelOnTV. Also, the online promotions for XIA’s 2nd full-length album have been confirmed so we will be able to distribute his music and performances for fans of XIA’s music.”

“We sincerely thank the various media outlets for taking interest in the affairs of our agency and the public for showing their support. XIA will return the love and support with the release of his 2nd album on the 15th and an Asia tour and more.”

Now that this whole ordeal has been resolved, we now have Junsu’s upcoming showcase and album to look forward to on the 15th, so make sure to check back!

Credit : allkpop

————————————————————————————–
[News] คิมจุนซู (XIA Junsu) และ LOEN เกี่ยวก้อยคืนดี พร้อมลุยโปรโมทตามปกติ

10 กรกฏาคม C-JeS Entertainment เปิดเผยว่า “เกี่ยวกับเรื่องที่เรากับ C-JeS Entertainment มีปัญหากันจากแถลงเมื่อวันที่ 9 กรกฏาคม ล่าสุดเราได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว”
C-JeS Entertainment กล่าวว่า “เมื่อช่วงค่ำวานนี้เราได้พบกับทีมงานระดับสูงของ LOEN และได้ตกลงกันแล้วว่าการจัดจำหน่ายและกิจกรรมโปรโมททางการตลาดของ XIA(จุนซู) ในอัลบั้มชุดที่ 2 จะเป็นไปตามเดิม” เสริม “สำหรับแฟนๆของจุนซูที่เฝ้ารอมานานก็จะได้ชมโชว์เคสของเขาผ่านทาง MelonTV ในแบบสดๆทั่วโลกตามกำหนดเดิม ในขณะที่ LOEN ก็สามารถรักษาสัญญากับลูกค้าของ Melon ได้ด้วยเช่นกัน” เขากล่าว
กล่าวต่อ “ขอบคุณบรรดาสำนักข่าวที่ให้ความสนใจในปัญหาของบริษัทแห่งหนึ่ง และขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจพวกเราด้วย”
อนึ่ง เมื่อวันที่ 9 กรกฏาคม C-JeS และ LOEN ได้ออกแถลงการณ์ผ่านสื่อและตอบโต้กันรวม 3 ฉบับ เรื่องการงดทำกิจกรรมทางการตลาดของ LOEN ผู้จัดจำหน่ายอัลบั้มชุดที่ 2 ของ XIA จุนซู อย่างไรก็ตาม ปัญหาทั้งหมดได้คลี่คลายหลังผ่านไปเพียงหนึ่งวันเท่านั้น

ที่มา : PINGBOOK ENTERTAINMENT – http://www.pingbook.com – หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย

Shared by Coconut_XIA.com
Please take it out with full of credit~
(กรุณานำออกพร้อมเครดิตครบถ้วน)
Thank you so much

———————————————————————–

หลังจากข่าวคำตัดสิน FTC ที่ผ่านมา แม้แต่งานเดี่ยว อัลบั้มที่สองของจุนซู ก็ยังโดนกะเค้าด้วย

โชคดีที่การเจรจาสำเร็จและปัญหาผ่านพ้นไปด้วยดีในเรื่องของการโปรโมทและโชว์เคสเปิดตัวอัลบั้ม Incredible แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเพลงในอัลบั้มนี้ของจุนซูจะติดอันดับสูงในชาร์ตเพลงต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่สามารถไปออกรายการทางโทรทัศน์ได้เช่นเดิม ดังนั้น ทางเดียวที่จะพบกับแฟนเพลงได้คือบนเวทีของตนเอง เป็นที่มีของ XIA Incredible 2nd Asia Tour ที่เริ่มต้นที่ประเทศไทยเป็นที่แรก

ทางเราเองหวังเป็นอย่างยิ่งว่า อุปสรรคทั้งหลาย ควรจะเริ่มลดลงไปตามเวลาที่ผ่านไป เพราะเราก็ไม่ค่อยมีเวลาติดตามข่าวหนัก ๆ กันแล้ว อยากติดตามข่าวสารวงการบันเทิง งานใหม่ ๆ ของน้อง หรือสัมภาษณ์น่าสนใจทั้งหลายกันบ้าง เ่ช่น บทสัมภาษณ์จุนซูใน Marie Clair (ที่แค่อ่านภาษาอังกฤษของผู้แปล ก็อยากแปลแล้วค่ะ) หรือ JYJ magazine (ผู้แปลสามารถมาก แปลออกมา 52 หน้า อย่าว่าแต่จะแปลเลย แึ้ค่จะอ่านจบกันเมื่อไหร่ยังไม่รู้อนาคต) แต่ดูแล้วหนทางคงยังอีกยาวไกล

สู้ต่อไป…พบกันใหม่ตามแต่เวลาและภารกิจชีวิตจะอำนวย และเช่นเคยค่ะ เป็นกำลังใจในการทำงานของน้องทั้งสามกันนะคะ

[News] รวมข่าวคำตัดสินของ FTC เรื่องการขัดขวางกิจกรรมของ JYJ ที่ผ่านมา โดย SM และ KPCAIC

ขออภัยอย่างสูงที่ปล่อยให้บลอกนี้ร้างไปนานมาก ตามภารกิจชีวิตของผู้จัดทำแต่ละคนค่ะ
ในช่วงที่ผ่านมา ถ้าไม่มีใครแวะเวียนเข้ามาเลย ก็อาจทำให้ทางเรารู้สึกผิดน้อยลงได้บ้างนะคะ

เพราะบลอกนี้มีแต่บทความเก่าเก็บ ทางเราไม่ได้นำออก และไม่ได้ทำการปิดคอมเม้นท์ใด ๆ ผู้ที่เพิ่งได้อ่านข่าวและบทความในอดีตบางชิ้นที่อาจสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีนัก แต่เหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นจริง และได้ผ่านไปนานมาแล้ว การวิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ ก็จบไปนานแล้วเช่นกัน

ดังนั้น อยากให้ขอถือว่า บทความทั้งหมดที่ลงไป ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใดก็ตาม เป็นเพียงบันทึกเหตุการณ์ในอดีต ที่เราสนใจ แปลและนำมารวบรวมไว้ในรูปแบบของบลอกนี้
หลังจากจบสิ้นคดีฟ้องร้อง และเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกันแล้ว เรามองไปข้างหน้ากันดีกว่านะคะ

ขออภัยอีกครั้ง สำหรับข่าวต่อไปนี้ ที่นำมาลงโดยไม่ได้แปล เนื่องจากยังไม่มีเวลาเรียบเรียง แต่อยากลงไว้เพื่อเป็นบันทึกส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่เราได้ติดตามกันมาหลายปี ตามที่ได้กล่าวข้างต้นนั่นเอง ทางเราจะเน้นสีและข้อความสำคัญของแต่ละข่าวเพื่อเป็นการสรุปแทนนะคะ (ไม่มีรูํปด้วย เพราะคนลงรูป ไม่ว่าง….)

ขอขอบคุณ Coconut_XIA.com ที่ได้รวบรวมข่าวทั้งหมดไว้ด้วยค่ะ

———————————————————————–

[News] Fair Trade Commission Orders SM Ent. to Stop Interfering With JYJ′s Promotions

The Fair Trade Commission (FTC) ordered SM Entertainment to let up on its pressure on JYJ.

The FTC stated on July 24, “We told SM and the Korea Pop Culture and Arts Industry Coalition to stop interfering with others′ business activities, and ordered them to notify related institutes, such as broadcasting companies, of this fact.”

According to an investigation by the FTC, SM and the Coalition had sent an official notice in October 2010, after the JYJ members left TVXQ (DBSK), to 26 broadcasting companies and album distributors, asking them to refrain from casting JYJ or from distributing their music.

The FTC judged that considering the influence of SM and the Coalition in the industry, this notice would have pressured those who received it, and interfered with JYJ′s promotions as a singer.

On this, JYJ′s agency C-JeS Entertainment commented, “We thank the FTC for its decision. This fight started in 2009 and had since made us feel like we′ve been walking a desert with no end, but today′s announcement made us feel that things were becoming better, and we felt we had been supported.”

“We hope this notice will help [us] promote fairly before the public, and also open new doors for our juniors,” it finished.

SM Entertainment, on the other hand, said about the decision, “We′re sorry such a decision was made because we′ve never interfered [with JYJ′s promotions]. SM is considering taking legal measures on the decision.”

Park Yoo Chun, Kim Junsu and Kim Jae Joong left SM and its former group TVXQ after lodging a lawsuit against the agency. The three have been performing as JYJ.

Credit : mwave

——————————————————————————

[News] Fair Trade Commission issues a sanction against SM Entertainment and KFPCAI for interfering with JYJ’s activities

Like most Kpop fans know, for a while now, JYJ has not been able to promote freely in Korea due to their past issues with SM Entertainment. Broadcast stations and music distributors never offered a complete explanation as to why this is the case, but fans suspected all along that SM Entertainment was applying backdoor pressure.

The Fair Trade Commission or the FTC has been looking into the issue and has finally confirmed that the parties responsible for JYJ’s lack of broadcast activities are SM Entertainment and ’Korean Federation of Pop Culture and Art Industry (KFPCAI)’.

Having confirmed the two’s role in blocking JYJ’s activities, the FTC issued a sanction today (July 24th KST) ordering SM Entertainment as well as KFPCAI to stop interfering with the group’s activities.

According to the FTC, SM and KFPCAI issued out a statement asking broadcast and music insiders to restrict JYJ’s broadcast activities and appearances during the release of JYJ’s first album in 2010.

A FTC rep commented, “Despite JYJ’s high album sales, their activities as a singer were restricted in Korea, and had to promote through areas where SM’s influence was less like dramas, musicals, and advertisements.”

SM also asked Warner Music Korea, the distributor of JYJ’s 1st album in 2010, to stop the distribution of the group’s album.

KFPCAI also helped SM by issuing out statements to Warner Music Korea, as well as 3 major broadcast stations and 6 music and cable stations, and 11 album retailers and 5 online music service sites, requesting that they restrict JYJ’s broadcast appearances and music distribution.

In these statements, KFPCAI only included SM’s side of the story and warned that the broadcast stations and music sites would be becoming implicated in the legal problems of JYJ and also pushing Hallyu and pop culture a step back, if they did not restrict JYJ’s activities.
FTC commented, “SM, one of the big 3 agencies, and KFPCAI, which is composed of various organizations involved in the entertainment industry, applied incredible pressure on companies and as a result, JYJ experienced cancellations of music and variety programs, change in music ranking, and cancellations of documentaries and theater screenings.”

The FTC has found SM and KFPCAI in violation of several policies and has ordered a sanction as well as corrective measures so that JYJ’s activities will not be further restricted due to their past legal issues with SM Entertainment.

As part of the corrective measure, the KFPCAI will have to issue a statement to the 12 organizations and companies that make up the KFPCAI as well as 26 companies, including broadcast stations and music distribution sites, regarding the sanction they have been issued by the FTC.

A FTC rep commented, “This is a case in which we prohibited large-scale agencies from using their influence to pressure businesses to interfere in the promotional activities of celebrities whom they are in a dispute with.”

With this sanction in place, hopefully we will soon see JYJ freely promote on various music and variety programs!

SEE ALSO: C-JeS makes a formal objection against JYJ’s lack of participation in the ‘Incheon Korea Music Wave 2013′

Source: Chosun via Nate, EBN via Nate

Credit : allkpop

————————————————————————————————————–

[TRANS] SM Entertainment and the KPCAIC caught red-handed in prohibiting JYJ’s activities

On July 24th, the Fair Trade Commission (hereafter FTC) revealed that they have ordered SM Entertainment and the Korea Pop Culture and Arts Industry Coalition (hereafter KPCAIC), who have been obstructing JYJ’s broadcast activities, to cease their obstructive actions.

The FTC found that SM and the KPCAIC have worked together to request business’ in the industry to prohibit JYJ’s appearances on broadcast programming and musical distribution after JYJ, who were active as members of TVXQ, formed in October, 2010.

**The KPCAIC and SM collaborated in November, 2010, to send documents requesting that JYJ be prohibited from appearing on public broadcast and engaging in music distribution. Including the music distribution company Warner Music Korea, the documents were sent to 9 broadcast stations, 11 music distributions, and 5 online music service companies, making that 26 companies in total.**

The documents stated that JYJ “signed with another company (ie: having a double contract)” and other unconfirmed speculations that SM unilaterally relayed. SM one-sidedly warned in the documents that having JYJ appear on their broadcasts and helping JYJ distribute their music can bring about legal issues.

JYJ sold 300,000 copies of their first album and achieved great success, but after the KPCAIC sent the aforementioned documents, JYJ faced immense obstacles promoting as singers domestically, not being able to appear on music and variety programming and left out on music rankings for music shows.

Finding that SM and the KPCAIC obstructed the activities of JYJ, the FTC said that they have broken fair trade legislations and ordered SM and the KPCAIC to cease their actions.

The KPCAIC was ordered to relay this order to the 26 companies they pressured to prohibit JYJ as well as the 12 companies that comprise of the KPCAIC.

In July of 2009, JYJ’s three members, who were active as members of TVXQ, stated that their contract was unfair and requested to void the contract with SM Entertainment, commencing a long legal battle.

After numerous legal proceedings, the lawsuit ended with mediation being accepted by both sides in November, 2012.

A representative from the FTC stated, “The unfair agreement and actions of the entertainment companies proved to be a social problem, but regardless personal opinions of artists and demands of the public, entertainment companies have been dictatorial about management system. ” and “We anticipate that the happenings of this event will serve as a warning to similar unfair practices that may appear in the future.”

Source: http://news.nate.com/view/20130724n14942

Trans by @ohmyjunsu

—————————————————————————————–

[TRANS] Statement from CJES with regards to the FTC announcement

“Through this investigation, it has been clearly revealed that SM Entertainment broke fair trade laws and used their monopolistic, dominant position to pressure those who are at a disadvantage multiple times. We believe the orders of Fair Trade Commission appear to raise the alarm to those despotic companies which go against the current governments Creative Economy Policy.

Despite releasing albums, JYJ is still facing the disadvantage of not being able to appear on public programs. However, with the support of today’s policies and systems, we think that JYJ can stand on a fair stage with their future activities.”

Statement from JYJ

“We thank the FTC for their decision. This fight began in 2009 and since then, we felt that we’ve been walking on a path with no end. However, with the announcement from the FTC, we feel a bit liberated and that we received much support. We hope that through this order from the FTC, all entertainers will be able to stand on fair and equal stages and that a road will be opened for our juniors in the future.

Although our path is still a long, dark tunnel, we saw a flash of light in that darkness. We will constantly work towards that light and will work hard every moment to repay everyone with great activities.”

Source: http://www.topstarnews.net/n_news/news/view.html?no=36263#.Ue9W6GSDQXx

Trans by @ohmyjunsu

Shared by Coconut_XIA.com

Please take it out with full of credit~

(กรุณานำออกพร้อมเครดิตครบถ้วน)

Thank you so much

————————————————————–

ถึงแม้การฟ้องร้องที่เริ่มต้นตั้งแต่ เดือนกรกฎา่คม 2009 จบลงด้วยการยอมรับข้อยุติร่วมกันทั้งสองฝ่ายในเดือนพฤศจิกายน 2012 แล้วก็ตาม แต่ยังมีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง ซึ่งทางคณะกรรมาธิการการค้ายุติธรรมหรือ FTC มีการสอบสวน และพบว่า ทางบริษัท SM Entertainment รวมทั้งพันธมิตรคือ KPCAIC (เป็นองค์กรที่เกี่ยวกับความร่วมมือทางวัฒนธรรมจากการร่วมมือกันของบริษัทต้นสังกัดและค่ายเพลงในเกาหลี) ยังฝ่าฝืนข้อตกลง ด้วยการรบกวนการทำกิจกรรมในฐานะศิลปินของ JYJ โดยการส่งเอกสารและจดหมายเตือนไปยัง บริษัทผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย สถานีวิทยุและโทรทัศน์ และรายการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ให้ทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ JYJ ใด ๆ มิเช่นนั้นจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งหมดถึง 26 แห่ง ถึงแม้จะมีการแสดงเอกสารหลักฐาน แต่ทางผู้่ถูกกล่าวหาทั้งสองต่างไม่ยอมรับในคำตัดสินและจะดำเนินการร้องเรียนต่อไป

ถึงแม้จะมีหลักฐาน ก็ยังไม่ยอมรับ แล้วที่ไม่มีหลักฐานจะยังซ่อนอยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งอีกเท่าไหร่ ก็ไม่อาจรู้ได้

นี่คือความเป็นจริงในวงการบันเทิงเกาหลี ซึ่งเป็นสิ่งที่ JYJ ยังต้องเผชิญและก้าวต่อไปให้ได้ด้วยความเข้มแข็ง

ช่วยกันเป็นกำลังใจให้น้องทั้งสามก็แล้วกันนะคะ

[NEWS] Dispute finally ended – makes 0% possibility for TVXQ to be Five

[NEWS] Dispute finally ended – makes 0% possibility for TVXQ to be Five
2012년 11월 28일 jyjwidmung 님이 만듬

ข้อพิพาทยุติลงในที่สุด – ทำให้ความเป็นไปได้ที่ TVXQ จะกลับมาเป็นห้าคนกลายเป็นศูนย์

ข้อพิพาทเรื่องสัญญาที่ไม่เป็นธรรมระหว่าง SM Entertainment และ JYJ (แจจุง ยูชอน จุนซู) ยุติลงด้วยความเห็นพ้องของทั้งสองฝ่าย ทำให้ความขัดแย้งที่ลากยาวมาเป็นเวลาถึงสามปีกับอีกสี่เดือนยุติลงได้ในที่สุด

ตามกระบวนการทางกฎหมายในวันที่ 28 ที่ผ่านมา SM Entertainment และ JYJ มีความเห็นพ้องกันในการยุติสัญญาทั้งหมดที่ทั้งสองฝ่ายมีร่วมกันตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2009 ซึ่งเป็นวันที่ยื่นคำฟ้องเป็นต้นไป นอกจากนั้นแล้วพวกเขายังทำข้อตกลงในการถอนคำฟ้องร้องที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและจะไม่รบกวนการทำงานของอีกฝ่ายอีกด้วย ดังนั้นในปัจจุบันถือว่า JYJ และสมาชิกอีกสองคนของทงบังชินกิได้แยกจากกันโดยสิ้นเชิง

ทงบังชินกิจะทำกิจกรรมต่อไปด้วยสมาชิกสองคนคือ ยุนโฮและชางมิน ส่วน คิมแจจุง ปาร์คยูชอน คิมจุนซู จะทำงานเดี่ยวของตนเองในอาชีพสายบันเทิงและทำงานในฐานะวง JYJ ปัจจุบันนับเข้าสู่ปีที่สามแล้วตั้งแต่ JYJ เริ่มก่อตั้งในเดือนกันยายนปี 2010 และทั้งทงบังชินกิและ JYJ ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ

เนื่องด้วยความขัดแย้งได้ยุติลงแล้วด้วยข้อตกลงร่วมกัน ดังนั้นในความเป็นจริงแล้วการที่ทงบังชินกิจะกลับมาเป็นห้าคนอีกครั้งนั้นจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย และทั้งสองฝ่ายต่างก็มีเส้นทางของตนเองแล้ว ดังนั้นคาดว่าคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการทำกิจกรรมของพวกเขาอีก ขณะนี้ทงบังชินกิและ JYJ สามารถทำกิจกรรมของตนเองอย่างเป็นอิสระไม่เกี่ยวข้องกันจากความขัดแย้ง

คิมแจจุง ปาร์คยูชอนและคิมจุนซู เริ่มต้นอาชีพของพวกเขาครั้งแรกด้วยการเดบิวท์ในฐานะสมาชิกของทงบังชินกิในปี 2004 และยื่นฟ้องร้องขอยุติสัญญาผูกขาดที่มีกับ SM Entertainment บริษํทต้นสังกัดเดิมในวันที่ 31 กรกฎาคม 2009

http://m.media.daum.net/entertain/enews/view?newsid=20121128121714855

+) ชื่อของสมาชิก JYJ จะถูกนำออกจากรายชื่อของศิลปิน SM ในเอกสารแสดงงบการเงินของบริษัทที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ไตรมาศที่ 4 ของปีนี้เป็นต้นไป เนื่องจากปัจจุบันสมาชิกทั้งสามคนของ JYJ ไม่ใช่สมาชิกทงบังชินกิหรือศิลปินของ SM อีกต่อไปหลังจากสัญญาสิ้นสุดลง (ปัจจุบัน SM ยังคงนำชื่อของ JYJ ไปรวมอยู่ในรายชื่อของสมาชิกทงบังชินกิโดยถือว่าพวกเขายังคงเป็นศิลปินของ SM เนื่องจากถือว่าสัญญาผูกขาดยังคงมีผลบังคับใช้อยู่)

ดังนั้นในตอนนี้ อดีตได้กลายเป็น ‘อดีตอย่างแท้จริง’ ขอแสดงความยินดีด้วยกับการเป็นอิสระจากสัญญาของ SM เสียที!

Translated by: http://dedicatee.wordpress.com

Link : http://dedicatee.wordpress.com/2012/11/28/news-dispute-finally-ended-makes-0-possibility-for-tvxq-to-be-five/

Thai trans :ilnostroposto

————————————————–**

ในที่สุด บทสรุปของการฟ้องร้องระหว่าง JYJ และ SM ก็มาถึง

ในฐานะที่ติดตามน้องมานานพอสมควร และติดตามข่าวคดีฟ้องร้องและข่าวที่เกี่ยวข้องมาอีกพอสมควรเป็นเวลาถึงสามปีสี่เดือน ดีใจที่อย่างน้อยบทสรุปก็ออกมาเสียที ถึงแม้จะไม่ชัดเจนอย่างที่คิดไว้ในตอนแรก  แต่อย่างน้อยก็ทำให้เส้นทางข้างหน้าของน้อง ๆ ทั้งหมดชัดเจนขึ้น ดีกว่ารอไปอย่างไม่รู้ระยะเวลาสิ้นสุด

จากนี้ไป ก็คงเหลือเพียงแค่ ติดตามว่า น้องจะได้ทำงานที่ญี่ปุ่นอย่างอิสระจริง ๆ ได้เมื่อไหร่ ซึ่งหวังว่าคงไม่นานเกินรอ

ณ เวลานี้

ทงบังชินกิห้าคน ซึ่งเป็นวันเวลาในอดีต เป็นความทรงจำที่สวยงามและมีความสุข ก็ยังคงอยู่ในความทรงจำ ปัจจุบันที่เป็น JYJ และ ทงบังชินกิสองคนก็ต้องดำเนินต่อไปเพื่ออนาคตของทั้งห้าคน ณ จุดเริ่มต้นด้วยเส้นทางเดียวกัน อาจมีจุดหมายปลายทางที่แตกต่างกัน หวังเพียงทุกคนได้เดินต่อไปบนเส้นทางที่เลือกแล้วอย่างมีความสุขเท่านั้นค่ะ

สำหรับแฟนคลับการที่จะชอบเพียงวงเดียวหรือหลายวงไม่ใช่เรื่องผิด แต่การพยายามทำร้ายกันและกันไม่ว่าทางใดก็ตามก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีแต่อย่างใด การยอมรับในปัจจุบันซึ่งเป็นผลจากการตัดสินใจและการกระทำของน้องทุกคน ไม่คาดหวัง กดดันให้กลับมาเหมือนเดิม ในเวลานี้คงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว อย่างที่บทความด้านบนว่าไว้ ต่างฝ่ายต่างมีเส้นทางของตนเองและคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเร็ววันนี้ค่ะ

[NEWS UPDATE] สรุปข่าวสิ้นสุดคดีฟ้องร้องของ JYJ

[NEWS] JYJ Finishes legal dispute with SM – “Won’t disturb each other’s activities”

2012년 11월 28일 jyjwidmung 님이 만듬

NOV 28, 2012

JYJ ยุติข้อพิพาททางกฎหมายกับ SM – “จะไม่รบกวนกิจกรรมของอีกฝ่าย”

วง JYJ (คิมแจจุง ปาร์คยูชอน และคิมจุนซู) เป็นอิสระจาก SM Entertainment

ข้อพิพาทระหว่าง SM Entertainment และ JYJ ได้สิ้นสุดลงแล้วโดยการเห็นพ้องกันทั้งสองฝ่าย นับจากจุดเริ่มต้นเป็นเวลายาวนานถึงสามปีสี่เดือน

ตามกระบวนการทางกฎหมาย SM Entertainment และสมาชิกทั้งสามของ JYJ มีข้อตกลงร่วมกันในการยุติสัญญาทั้งหมดของพวกเขานับตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2009 และทั้งสองฝ่ายได้เขียนข้อตกลงร่วมกันดังนี้ 1) ทั้งสองฝ่ายจะยกเลิกการฟ้องร้องต่อกันทั้งหมด 2) จะไม่รบกวนกิจกรรมใดของอีกฝ่าย

แจจุง ยูชอน และจุนซู ซึ่งเดบิวท์ในฐานะสมาชิกวงทงบังชินกิในปี 2004 ยื่นฟ้องร้องเพื่อขอยุติสัญญาผูกขาดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2009 และเริ่มทำกิจกรรมของพวกเขาในฐานะ JYJ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2010

Original Link: http://news.nate.com/view/20121128n12127

Translated by: http://dedicatee.wordpress.com

Link : http://dedicatee.wordpress.com/2012/11/28/news-jyj-finishes-legal-dispute-with-sm-wont-disturb-each-others-activities/

Thai trans : ilnostroposto

————————————————————————-**

[NEWS] JYJ “We’ll walk the way that only JYJ can do” C-JeS comments on completion of the lawsuit

2012년 11월 28일 jyjwidmung 님이 만듬

JYJ “เราจะก้าวไปบนเส้นทางที่มีเพียง JYJ เท่านั้นที่ทำได้”

ความเห็นของ C-JeS ต่อการสิ้นสุดคดี

NOV 28, 2012

ข้อพิพาทระหว่าง JYJ (คิมแจจุง ปาร์คยูชอน คิมจุนซู) และ SM Entertainment จบลงอย่างน่าประทับใจด้วยการตกลงยอมความกันทั้งสองฝ่าย

C-JeS Entertainment ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนจัดการของ JYJ มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการโดยสำนักงานทนายความเซจงซึ่งเป็นตัวแทนทางกฎหมาย จากการแถลงข่าวของสำนักงานกฎหมายเซจง กล่าวถึงเบื้องหลังของคดีว่า “คำสั่งห้ามของศาลในคดีที่ JYJ ยื่นฟ้องต้นสังกัดเดิม (SM) นั้นทำให้มีคำตัดสินที่สำคัญออกมาอย่างชัดเจนว่า สัญญาที่ไม่เป็นธรรมซึ่งเป็นการทารุณต่อฝ่ายที่อยู่ในสถานะที่ด้อยกว่านั้นให้ถือว่าเป็นโมฆะถึงสองครั้ง และในขณะเดียวกันก็จุดประกายความสนใจของสาธารณชนต่อเรื่องนี้ขึ้นมา”

และ “คำตัดสินครั้งก่อนทำให้การปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมในวงการบันเทิงถูกขจัดออกไปและเป็นโอกาสกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยคำตัดสินจากคดีนี้ทำให้ 1) แนวทางปฏิบัติตามกฎหมายได้รับการปรับปรุงเพื่อปกป้องศิลปินใหม่ 2) ฝ่ายที่เกี่ยวข้องในวงการบันเทิงตระหนักถึงปัญหา ดังนั้นศิลปินใหม่สามารถทำกิจกรรมของพวกเขาได้อย่างอิสระมากขึ้น เราหวังว่าข้อตกลงอย่างกว้าง ๆ ที่ทำขึ้นนี้จะช่วย JYJ ได้มากขึ้นด้วยความร่วมมือซึ่งกันและกันของทั้งสองฝ่าย”

JYJ ยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลเพื่อขอยุติสัญญาผูกขาดในปี 2009 และศาลเห็นด้วยกับคำร้องนี้ ดังนั้น JYJ จึงสามารถทำกิจกรรมได้อย่างอิสระ หลังจากนั้น SM ยื่นฟ้องร้องให้สัญญายังมีผลบังคับใช้ต่อไปและเรียกร้องให้ชดเชยค่าเสียหายในเดือนเมษายน 2010  และ JYJ ก็ถูกยื่นฟ้องคัดค้านผลการตัดสินเรื่องการขอยุติสัญญาผูกขาดด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี ศาลตัดสินเห็นชอบกับฝ่าย JYJ หลังจากที่ศาลไม่รับการยื่นคำฟ้องร้องของ SM เพื่อคัดค้านคำตัดสินคดีสัญญาของ JYJ และยังมีคำสั่งโดยทางอ้อมให้จ่ายค่าชดเชยสำหรับการรบกวนกิจกรรมของ JYJ อีกด้วย”

แบคชางจู  CEO ของ C-JeS Entertainment เสริมว่า “เราคิดเสมอว่านี่คือเกมที่เราเป็นฝ่ายชนะมาตั้งแต่ศาลรับคำร้องของ JYJ [ในปี 2009] ความยุ่งยากในปัจจุบันที่เกิดขึ้นกับกิจกรรมของ JYJ นั้นไม่ใช่เรื่องข้อขัดแย้งทางกฎหมาย แต่กลายเป็นการประลองกำลังของเดวิดและโกไลแอธ (*) ดังนั้นเราไม่คิดว่าแผนการดำเนินงานของเราจะเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างน่าประทับใจหลังจากการตัดสิน”

เขายังเสริมอีกว่า “เราเดินอยู่บนเส้นทางที่มีเพียง JYJ เท่านั้นที่ทำได้และเราวางแผนที่จะก้าวต่อไปในอนาคต เราหวังว่าข้อตกลงนี้จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นสำหรับบางกรณีซึ่งมีการดำเนินการด้วยการใช้เรื่องคดีความมาเป็นข้อกล่าวอ้าง พร้อมกันนั้นเราขอใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณจากใจจริงต่อแฟน ๆ ทั้งในเกาหลีและต่างประเทศผู้ให้การสนับสนุนอย่างไม่สิ้นสุดต่อ JYJ มาโดยตลอด”

Original Link: http://osen.mt.co.kr/article/G1109506440

Translated by: http://dedicatee.wordpress.com

link : http://dedicatee.wordpress.com/2012/11/28/jyj-well-walk-the-way-that-only-jyj-can-do-c-jes-comments-on-completion-of-the-lawsuit/

Thai trans : ilnostroposto

(*) การต่อสู้ของเดวิดกับยักษ์โกไลแอธในพระคัมภีร์ไบเบิล เป็นการเปรียบเปรยถึงการต่อสู้ระหว่างคนธรรมดา กับ สิ่งที่ยิ่งใหญ่และน่ากลัวกว่า หรืออีกนัยหนึ่งคือการต่อสู้ของศิลปินธรรมดา กับ บริษัทและสื่อที่มีอิทธิพลในวงการบันเทิงเกาหลีนั่นเอง

 

——————————————————————–**

ถึงแม้ว่าภารกิจชีวิตช่วงนี้จะมากมายท่วมหัวแค่ไหน แต่เพื่อไม่ให้เราต้องตกข่าวที่ดีที่สุดที่รอคอยกันมาถึง 3 ปี 4 เดือนไปมากกว่านี้ ก็เลยขอรวบรวมข่าวที่เกี่ยวกับการสิ้นสุดคดีความของ JYJ และ SM มาไว้ในหัวข้อเดียวกัน อันที่จริง ยังค้างอีกบทความหนึ่ง ต้องขอติดไว้ก่อนแล้วจะรีบแปลมาลงทันทีที่มีเวลาค่ะ

สาเหตุที่รวมข่าวไว้ด้วยกัน เพราะเราไม่อยากทิ้งเนื้อความในข่าวที่สอง ซึ่งพูดถึงคดีและคำตัดสินเดิมเรื่องสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งจากการติดตามข่าวหลาย ๆ ทาง พบว่าไม่ค่อยมีการกล่าวถึงความจริงข้อนี้ และสรุปไปว่าไม่มีใครแพ้และชนะ และตกลงกันได้ด้วยดี

ซึ่งถ้าติดตามข่าวกันอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดแล้ว เราจะไม่ลืมว่า ศาลชั้นต้นตัดสินคดีอาญาให้สัญญาเป็นโมฆะและ JYJ สามารถทำกิจกรรมได้อย่างอิสระแล้ว และศาลยกฟ้องที่ SM ยื่นอุทธรณ์และยื่นฟ้องร้องคัดค้าน JYJ ทั้งหมด และยังมีคำสั่งว่าถ้าหาก SM รบกวนการทำงานของ JYJ จะต้องจ่ายค่าปรับด้วย สำหรับคดีที่ยังไม่มีการตัดสิน คือคดีแพ่งซึ่ง JYJ เรียกค่าชดเชยและรายได้จากการทำงานในฐานะทงบังชินกิ ซึ่งทางฝ่าย JYJ ได้ขอให้ศาลประกาศคำตัดสินคดีแรกออกมาอย่างชัดเจนเพื่อให้ JYJ สามารถออกรายการได้โดยที่ทางสถานีจะได้ไม่มีข้ออ้างเรื่องทางกฎหมาย แต่ทาง SM ดึงเรื่องไว้ให้ประกาศพร้อมกันทั้งสองคดีเพราะอ้างว่าเป็นคดีที่ต่อเนื่องกัน เราคาดว่าคงเพื่อหวังผลสุดท้ายถ้าไม่ชนะคดีก็จะเจรจาต่อรอง

ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก (ช่วงที่ JYJ ไปญี่ปุ่นหรืออเมริกา ไม่แน่ใจ เพราะข่าวนี้ไม่มีเวลาแปล) มีข่าวออกมาครั้งหนึ่งว่า การเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่าง JYJ และ SM ไม่เป็นผล แต่การเจรจาครั้งนี้ลุล่วงโดยได้ข้อตกลงร่วมกันดังข่าวที่ออกมา และข่าวจากทาง SM ก็ออกมาในอีกรูปแบบหนึ่งที่ดูจะไม่ค่อยตรงกันนักกับข่าวจากทางฝ่าย JYJ

ดังนั้นเราจึงอยากลงข่าวนี้ไว้เพื่อเตือนความจำตัวเองกันเท่านั้นค่ะ

ปล. ความเห็นส่วนตัวคิดว่า JYJ และการฟ้องร้องเพื่อยุติสัญญาที่ไม่เป็นธรรมที่ศาลเห็นด้วยนี้ ไม่น่าจะทำให้เกิดปัญหาหรือความเสียหายต่อวงในปัจจุบัน อย่างที่ SM ได้กล่าวอ้างนะคะ

 

 

[Trans] Junsu’s speech after receiving Best Actor Awards

คำกล่าวของจุนซูขณะขึ้นรับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในงานประกาศรางวัลมิวสิคัลปี 2012

ก่อนอื่นผมขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงประทานความสำเร็จนี้ ผมไม่คิดว่าผมจะได้รับเกียรติมารับรางวัลที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ผมรู้สึกขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างมากรวมไปถึงนักแสดงหลายท่านที่กรุณาดูแลผมเป็นอย่างดี นักแสดงทุกท่านและทีมงานผู้ซึ่งอยู่กับผมมาตลอดสามปีที่ผ่านมาตั้งแต่มิวสิคัลเรื่องโมสาร์ตรวมไปถึงผู้ชมทุกท่าน ผมขอกล่าวขอบคุณต่อทุกท่าน ผมรู้สึกสับสนมากในตอนนี้ ในใจผมว่างเปล่าไปหมด

นอกเหนือจากนั้น ผมขอขอบคุณพ่อแม่ผู้อยู่เคียงข้างผมเสมอและเป็นคนที่ผมรักมากที่สุด ผมอยากจะขอกล่าวขอบคุณต่อคุณแบคชางจู ซีอีโอของผมผู้ให้การสนับสนุนอย่างเข้มแข็งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงมากมายมาโดยตลอดและรวมไปถึงทีมงานทุกคนของ CJeS ด้วยครับ ขอขอบคุณจากใจจริงต่อสมาชิกของผม ยูชอนและแจจุง ผู้ให้กำลังใจผมอย่างมากเมื่อผมก้าวเข้าสู่วงการมิวสิคัลเป็นครั้งแรก และครอบครัว EMK ที่ให้กำลังใจผมอย่างมากมายด้วยเช่นกัน ทำให้ผมสามารถก้าวเข้ามาเล่นมิวสิคัลได้ สำหรับทีมงานและนักแสดงทุกท่านผู้ให้ความช่วยเหลือผม จากคนที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับมิวสิคัลจนกระทั่งได้รับการเรียกขานว่า ‘นักแสดง’ ผมขอขอบคุณจากส่วนลึกของจิตใจ

สำหรับผม มิวสิคัลไม่ใช่เพียงแค่ละครเพลงเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่มีความหมายที่พิเศษมากจริง ๆ มิวสิคัลทำให้ผมได้มายืนอยู่บนเวทีอีกครั้ง เพื่อร้องเพลง เพื่อได้รับรางวัลอันทรงเกียรติเช่นนี้ เพื่อได้รับรางวัลที่ผมคิดว่าผมคงไม่มีวันได้รับอย่างแน่นอน สำหรับผู้ชมมิวสิคัลทุกท่าน สำหรับทุกคน ผมขอขอบคุณจริงๆ  ผมรู้สึกซาบซึ้งมาก และในอนาคตผมจะพยายามอย่างที่สุดเพื่อตอบแทนความรักของทุกท่านที่มีต่อผม เพื่อจะเป็นนักแสดงที่ได้มีส่วนร่วมแม้เพียงน้อยนิดในการพัฒนาวงการมิวสิคัลต่อไปครับ

 

credit : @musicianJS_bot

share by :@XIA_world

Thai trans : inp

——————————————————————–

ลัดคิวมาแปลอย่างด่วน ด้วยความปลาบปลื้มอย่างที่สุด

สำหรับความสำเร็จอีกก้าวในวงการมิวสิคัลของจุนซู

จากรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ในปีแรกกับ Musical Mozart!

เรื่องที่สอง Tears of Heaven และรางวัล poppular สามปีซ้อน

และในปี 2012 จุนซูได้รับเกียรติรับรางวัล ‘นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม’ ในปีที่สามกับมิวสิคัลเรื่องที่สาม ด้วยบทท่าน Death ใน Musical Elisabeth

 

จุนซู …. you are my miracle…

ยินดีด้วยจากใจค่ะ

[Trans] คิมจุนซู หนึ่งในสมาชิกของ JYJ ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ในพิธีเปิดงานกีฬาคนพิการแห่งชาติครั้งที่ 32

พิธีเปิดงานกีฬาคนพิการแห่งชาติครั้งที่ 32 ของสาธารณรัฐเกาหลี เริ่มต้นขึ้นในวันที่
8 ตุลาคม 2012 ที่ผ่านมา ณ สนามกีฬา Goyang  โดยคิมจุนซู หนึ่งในสมาชิกของ JYJ
ได้รับการติดต่อให้เข้าร่วมในพิธีเปิดดังกล่าว

พิธีเปิดงานกีฬาเป็นไปด้วยดี จนกระทั่งเมื่อถึงการแสดงของกลุ่มนักร้อง ZE:A
พิธีกรในงานประกาศว่า นี่คือการแสดงสุดท้ายของพิธีเปิดค่ำคืนนี้ ทั้งๆ ที่มีนักร้อง
อีกคนหนึ่งซึ่งได้แก่ คิมจุนซู กำลังรอคอยที่จะขึ้นแสดงบนเวที

แฟนๆ ของจุนซู แสดงหลักฐานเกี่ยวกับโปสเตอร์ที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์
พิธีเปิดกีฬา โดยมีรูปจุนซูในฐานะนักร้องรับเชิญของงานอย่างชัดเจน แต่สถานี
โทรทัศน์ที่ทำการถ่ายทอดพิธีเปิดงานกีฬากลับยุติการถ่ายทอดลงเมื่อสิ้นสุด
การแสดงของ ZE:A และปล่อยให้จุนซูทำการแสดงต่อจาก ZE:A
โดยไม่มีการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์แต่อย่างใด

และแฟนๆ ของจุนซูค้นพบว่า โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์หลักของงานกีฬาดังกล่าว
ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยการตัดรูปจุนซูออกจากโปสเตอร์ และเมื่อแฟนๆ ตรวจสอบถึง
ตารางการออกอากาศของพิธีเปิด ก็พบความเป็นจริงเพิ่มเติมว่า การแสดงของจุนซู
ในพิธีเปิดกีฬาครั้งนี้ อยู่นอกเหนือจากตารางการออกอากาศ นั่นหมายถึงการแสดง
ของเขาไม่ได้รับการรับรองจากโปรดิวเซอร์ของงาน

Continue reading

[Trans] Soul and Style : การร่วมงานทางดนตรีครั้งล่าสุดของคิมจุนซู กับ Automatic และ Ebony

APA พูดคุยกับนักดนตรีมืออาชีพ Bruce “Automatic” Vanderveer และ Ebony Rae
Cunningham ถึงผลงานชิ้นล่าสุดของพวกเขา ซิงเกิล “Uncommitted” ของคิมจุนซูแห่ง
JYJ และบรรยากาศการทำงานที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นร่วมกับนักร้อง K-pop

by Mai Nguyen
Date Published: 09/12/2555

ภาพของ Automatic และ Ebony จากหน้าเฟซบุคของ Bruce “Automatic” Vanderveer’s
Continue reading

[Trans] L.A.Weekly ; Xia Junsu – Hollywood Palladium – September 2, 2012

Xia Junsu – Hollywood Palladium – September 2, 2012
By Tiffanie Lee Tue., Sep. 4 2012 at 3:30 AM

ด้วยอายุเพียง 25 ปี “XIA” คิมจุนซูดูเหมือนจะมีชีวิตจริงที่ยิ่งกว่าละคร เขาก้าวขึ้นไปครองความนิยมในวงการเพลงป๊อบด้วยการเป็นสมาชิกวงบอยแบนด์ที่ประสบความสำเร็จอย่างกว้างขวางอย่าง TVXQ (หรือ DBSK) หลังจากความสำเร็จของซิงเกิลที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง “Mirotic” ในปี 2009 เขาและเพื่อนสมาชิกอีกสองคนยื่นฟ้องร้องต้นสังกัดเดิมของพวกเขาในเรื่องการแบ่งผลประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรมและสัญญาระยะเวลายาวนาน 13 ปีที่ไม่มีเหตุผลอันสมควร

และแน่นอนว่า พวกเขาชนะ

ต้นสังกัดได้ตอบโต้ด้วยการยื่นคำร้องคัดค้านต่อเด็กหัวขบถทั้งสามถึงแม้ว่าคำร้องจะถูกเพิกถอนไปเมื่อปีที่แล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงนำไปสู่การยุติกิจกรรมของตำนานแห่งวงการ K-pop สมาชิกบางคนรวมทั้งคิมจุนซูร่วมกันก่อตั้งวงใหม่อย่าง JYJ นอกจากนี้แล้วเขายังมีงานโซโลของตนเองอีกด้วย

สิ่งที่ทำให้ เซีย แตกต่างจากศิลปินเดี่ยวอื่น ๆ คือเขาอยู่เหนืออำนาจของต้นสังกัด (ขณะนี้เขาอยู่กับ C-JeS) ดังนั้นเขาจึงสามารถทำในสิ่งที่ตนเองต้องการได้มากขึ้น บริษัทต้นสังกัดของเกาหลีนั้นมีระบบการทำงานคล้ายกับระบบในวงการฮอลีวูดสมัยก่อนและมีเพียงแค่ดาราส่วนน้อยมากเท่านั้นที่มีสิทธิมีเสียง

Continue reading

[Trans] 120723 Interview for 10+Star Vol.14 ‘I want to keep taking on new challenge’

คิมจุนซู  ผมต้องการการท้าทายใหม่ๆ อยู่เสมอ

อย่างโดดเด่น – เขาก้าวสู่การผจญภัยที่เหนือความคาดหมายด้วยการเปลี่ยนลุคจากคิมจุนซูที่ทุกคนคุ้นเคย เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับทรงผมของเขาแต่อย่างใด ต่อหน้ากล้องในขณะที่กำลังให้สัมภาษณ์ไปด้วยนั้น คิมจุนซูได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เขาอยากทำอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา นับแต่เริ่มต้นเข้าวงการเมื่อ 8 ปีที่แล้วจนถึงตอนนี้ ไม่มีช่วงเวลาใดเลยที่เขาไม่ได้มีชีวิตอยู่ในฐานะดารา แต่ปัจจุบันเขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวหรือลังเลเกี่ยวกับการตัดสินใจของตัวเองอีกต่อไป เขาเติบโตขึ้นไปอีกระดับ ดังนั้นเขาจึงยิ่งซื่อตรงและน่าสนใจกว่าเคย เราได้พบกับคิมจุนซูภายหลังจากที่เขาสิ้นสุดเอเชียทัวร์สำหรับอัลบั้มเดี่ยวชิ้นแรกของเขา ‘TARANTALLEGRA’ และกำลังจะก้าวสู่เวิร์ลด์ทัวร์ต่อไป
Continue reading

[Trans-Opinion] 111014 K-pop Fan Apathy and Its Impact

ความไม่กระตือรือร้นของแฟน K-POP และผลกระทบจากเรื่องนี้

Posted on October 17, 2011 by Cecilia

WRITTEN BY MEGAN ON OCTOBER 14, 2011

คำว่า “ขาดความกระตือรือร้น” นั้นไม่ใช่คำที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึงเป็นอย่างแรกในการอธิบายถึงกลุ่มแฟน K-pop คำว่า “บ้าคลั่งอย่างไร้เหตุผล” น่าจะเป็นคำที่นิยมใช้มากกว่า หรือบางทีอาจใช้คำว่า “ทุ่มเท” เพื่อให้ความหมายในเชิงบวกกับคำนี้ ยิ่งไปกว่านั้นกลุ่มแฟน K-pop ยังเป็นผู้ที่จัดการสร้างแฟนคลับขึ้นมาและเก็บค่าธรรมเนียมสมาชิกอีกด้วย พวกเขาเป็นผู้จัดตั้งแฟลชม็อบเพื่อกระตุ้นไปยังบริษัทต้นสังกัดที่ชื่นชอบให้สนใจมาเยี่ยมเยียนประเทศของพวกเขาบ้างหรือส่งแฟนอาร์ตรูปคู่ของศิลปินที่น่าขยาดอย่างมากมายไปยังไอดอลของพวกเขา แต่กระนั้น พวกเขาก็ยังคงไร้ซึ่งความกระตือรือร้น

แล้วอะไรที่ทำให้แฟน K-pop ส่วนใหญ่ไร้ความกระตือรือร้น คือเรื่องบางอย่างที่ค่อนข้างเรียบง่าย : พวกเขาไม่เคยต้องการอะไรที่ดีกว่าหรือมากกว่าจากบริษัทและไอดอลของบริษัท ฉันไม่ได้หมายความว่าพวกเขานั้นไม่กังวลกับความต้องการที่มากมายและบริษัทที่ไม่ตอบสนอง สวรรค์ก็รู้ว่าไอดอลเหล่านั้นไปโปรโมทในทุกที่และทุกเวลาและมีมินิอัลบั้มและรีแพคเกจมากมายมหาศาล แต่ประเด็นก็คือพวกเขาไม่เคยต้องการสิ่งที่ดีกว่า บริษัทพากันปล่อยเพลงอิเลคโทคนิค-ป็อปที่น่าสยองเหมือน ๆ กันออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และแฟนก็พากันตอบรับอย่างกระตือรือร้นเพื่ออุปป้าและนูน่าของพวกเขาเท่านั้น ไม่มีใครเริ่มต้นแฟลชม็อบเพื่อเรียกร้องให้ฝึกฝนเพื่อใช้เสียงจริง หรือมีการต่อต้านเพื่อให้ทำเนื้อเพลงดี ๆ หรือเรียกร้องถึงอะไรใหม่ ๆ ก็ได้ ไม่มีใครมองเข้าไปยังสิ่งที่ได้รับอย่างจริงจังเพื่อค้นหาสิ่งที่นอกเหนือไปจากเปลือกนอกที่เห็น

เอาล่ะ แล้วทำไมจะต้องเรียกร้องหาสิ่งที่ดีกว่าด้วยล่ะ ในเมื่อเป็นแค่เพลงป็อบลูกกวาดเท่านั้นเองไม่ใช่หรือ  ไม่จำเป็นต้องเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ ก็เพราะความคิดแบบนั้นจึงทำให้ความไม่กระตือรือร้นยังคงมีอยู่ แฟนที่เบื่อหน่ายกับเรื่องนี้มักจะเป็นประเภท “ก็แค่เพลงป็อบธรรมดา ไม่เห็นจำเป็นจะต้องซีเรียสเลยนี่นา” ถ้าหากพวกเขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องคิดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้วเมื่อไหร่ถึงจะเกิดการพัฒนา ในเมื่อคุณไม่เรียกร้องเพื่ออะไรบางอย่าง ผู้คนก็จะเลือกอยู่ในฝั่งที่ปลอดภัยและเดาว่าคุณไม่ต้องการอะไรอีก และดังนั้นบริษัทจึงตัดสินว่าผู้ฟังไม่ต้องการหรือยังไม่พร้อมที่จะรับสิ่งใหม่ ๆ SM Entertainment ทำร้าย Super Junior ด้วยวิดีโอเพลงแดนซ์น่าเบื่อแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะแฟน ๆ ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาพอใจกับอย่างอื่นมากไปกว่าการได้จ้องหน้า Super Junior ตั้งแต่ตอนเริ่มต้นเพลง JYP ไม่เคยให้ Wonder Girls ฉีกแนวออกจากความเป็นเรโทรเพราะภาพลักษณ์ย้อนยุคเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเธอขายได้ครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นกัน*

ฟังไว้นะว่าไอดอลของพวกคุณไม่ใช่คนโง่ บางครั้งในรายการวาไรตี้ที่ดูกันทั่วไปนั้น คุณจะเห็นถึงความเฉลียวฉลาดหรือประกายของความคิดสร้างสรรค์ แต่สิ่งเหล่านั้นจะถูกเก็บซ่อนไว้เพราะสื่อประเมินว่าผู้คนมักจะกลัวการที่ต้องใช้สมองและสมาธิแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม บริษัทบันเทิงเกรงว่าแฟนจะถูกทำให้รู้สึกขยาดด้วยไอดอลที่ฉลาดและสมบูรณ์แบบ ดังนั้นผลที่ตามมาก็คือไอดอลจะต้องเล่นบทคนโง่ พวกเขาไม่เคยปลดปล่อยตัวเองด้วยเนื้อร้องที่ไพเราะเช่นบทกวีหรือร้องเพลงออกมาจากหัวใจ พวกเขาไม่เคยเปิดเผยความคิดของพวกเขา; พวกเขาไม่เคยแสดงอีกด้านหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังบุคลิกภาพอันอบอุ่นนุ่มนวลซึ่งมีไว้เพื่อทำให้แฟน ๆ ผู้คลั่งไคล้ปั่นป่วน แฟน ๆ ทำให้พวกเขาดูด้อยค่าลงด้วยการด้วยการพูดถึงในทำนองดูแคลน การทำตัวเหนือกว่า และไม่เคยคาดหวังอะไรจากพวกเขามากไปกว่าการขยิบตาให้กล้อง เล่นมุขตลกที่ใช้กันทั่วไปและการพูดจาแบบที่พวกเด็กประถมใช้กัน ความคาดหวังที่ต่ำเกินไปจากแฟนทำให้เหล่าไอดอลจำต้องอดทนไว้

แต่ว่า…ในวงการไม่ได้กำหนดไว้ว่าไอดอลจำเป็นต้องดูโง่เขลาเสมอไป ลองหันมาดู JYJ สิ ที่พวกเขารู้สึกนั้นไม่ใช่เพียงแค่ได้รับรายได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็นและไม่พอกินพอใช้เท่านั้นแต่ยังถูกจำกัดความคิดสร้างสรรค์อยู่ภายใต้ SM Entertainment ดังนั้นพวกเขาจึงฟ้องร้องเพื่อแยกตัวออกมาเป็นอิสระ มันเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานและยากลำบาก แต่ในท้ายที่สุด พวกเขาก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ แน่นอนว่าหลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น ประตูหลายบานกระแทกปิดใส่หน้าพวกเขา เครือข่ายต่าง ๆ ได้กันพวกเขาออกไปนอกวงการและหักหลังพวกเขาด้วยการกลับคำ แคสทั่วโลกได้แต่นอนร้องไห้ บ้างก็คร่ำครวญเรียกหาคนทรยศและต้องการให้พวกเขากลับคืนสู่อ้อมกอดที่รัดแน่นจนอึดอัดของ SM Entertainment ในทันทีเพียงเพื่อรักษาความเป็นวงเอาไว้ แต่ยังมีแคสกลุ่มหนึ่งที่ยืนเคียงข้างการตัดสินใจของ JYJ พวกเขาเคารพในความต้องการอิสระในฐานะศิลปินของ JYJ และเชื่อมั่นว่าถ้าหากพวกเขาเป็นพลังให้กับ JYJ เพื่อก้าวไปยังเส้นทางของตนเองแล้ว JYJ จะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ แน่นอนว่า  “Ayyy Girl” อาจดูคล้ายการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ แฟนส่วนใหญ่อยากจะลบเรื่องการร่วมงานกับ Kanye West ออกไปจากความทรงจำตลอดชีวิต แต่ว่าหลังจากนั้นแล้วเรื่องสำคัญบางอย่างเกิดขึ้นกับ JYJ หลังจากที่พวกเขาข้ามผ่านอุปสรรคลูกแรกไปได้ พวกเขาก็เริ่มทำผลงานดี ๆ ออกมา ด้วยเนื้อร้องที่จับใจ เสียงร้องอันทรงพลัง แนวเพลงและวิดีโอที่ก้าวข้ามขอบเขตดนตรีของไอดอลทั่วไป เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ พวกเขาทำในสิ่งที่แตกต่างและทำได้ดีกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ของสิ่งที่พวกเขาเคยทำมาในวงการบันเทิง และแฟนของพวกเขาก็กล้าหาญมากพอที่จะคาดหวังและผลักดันพวกเขาเพื่อสิ่งเหล่านั้น แน่นอนว่ามันยังไม่สมบูรณ์แบบ มันไม่ใช่การปฏิวัติในบริบทที่แฟนต่างชาติคุ้นเคย แต่เป็นเรื่องที่ออกมาจากหัวใจและทำให้พวกเขาเป็นที่จดจำไปทั่วโลก จงขอแล้วจะได้ (T/N: จากพระคัมภีร์ไบเบิลMatthew 7:7)

เสียงเรียกร้องของกลุ่มผู้รักการบริโภคและชาวมังสวิรัติทั่วโลกคือ “โหวตด้วยส้อมของตัวเอง!” (T/N: ความหมายคือ ทุกคนมีสิทธิเลือกสิ่งที่ต้องการด้วยตัวเอง) บางทีอาจถึงเวลาที่แฟน K-pop จะสร้างการรวมพลังของตนเองขึ้นมาบ้าง : “เรียกร้องด้วยความต้องการของตัวเอง” ถ้าหากคุณต้องการให้ไอดอลของคุณทำในสิ่งที่ดีกว่า คุณต้องเรียกร้องในสิ่งที่ดีกว่าไม่ใช่เพียงแค่มากขึ้น คุณคิดว่ากลุ่มแฟน K-pop ตกอยู่ภายใต้กับดักของความไม่กระตือรือร้นหรือไม่ อะไรคือสิ่งที่คุณคิดว่าควรต้องทำให้เพื่อหลุดพ้นจากสิ่งนี้

Source: (Nate)

Credit: Seoulbeats
Shared by: TheJYJFiles <<link>>

Thai trans: iNP

————————————————————————-

บทความนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนที่เราได้อ่านมานานพอสมควรแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสนำมาลง ผู้เขียนมีมุมมองเกี่ยวกับวงการไอดอลเกาหลีในอีกด้านหนึ่งและอธิบายออกมาได้ชัดเจน และเราค่อนข้างเห็นด้วยกับบทความนี้ แต่เนื่องจากบทความออกมานานแล้ว และเราก็แปลไว้นานแล้วเช่นกันแต่เพิ่งนำมาลง เราจึงมีความคิดเห็นเพิ่มเติมเล็กน้อยในส่วนที่เกี่ยวกับ Wonder Girls

(*) Wonder Girls ในเกาหลีโด่งดังด้วยภาพลักษณ์แบบเรโทรและเพลงใหม่ล่าสุดอย่าง Be My Baby ที่โปรโมทก็มีกลิ่นอายของเรโทรด้วยเช่นกัน แต่สำหรับอัลบั้มล่าสุดของพวกเธอหลังจากไปฝึกฝนประสบการณ์ที่อเมริกา เป็นอัลบั้มที่พิสูจน์ให้ผู้ฟังได้ทราบว่าพวกเธอไม่ได้ร้องเป็นแค่เพลงฮุคซองสไตล์เรโทรเท่านั้น แต่ยังสามารถเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์และร้องเพลงได้หลากหลายรูปแบบเช่น G.N.O, Me In, Nu Shoes และเพลงอื่น ๆ ในอัลบั้ม รวมทั้งพวกเธอยังมีส่วนร่วมอย่างมากในผลงานชุดนี้ซึ่งได้รับคำวิจารณ์ในทางที่ดีและได้รับเลือกให้เป็นอัลบั้มยอดเยี่ยมแห่งปีจากเวบไซต์วิจารณ์เพลง ในเพลงสากลล่าสุดอย่าง DJ is Mine และ Like Money พวกเธอก็ไม่มีปัญหาในเรื่องสำเนียงแล้ว ซึ่งเราเองก็หวังให้น้องทั้งสามของเราสามารถพัฒนาการร้องเพลงภาษาอังกฤษในอัลบั้มสากลด้วยสำเนียงที่ดีขึ้นทั้งสามคนในสักวันหนึ่งเช่นกัน

[NEWS] 120124 AVEX to act as the savior and reunite TVXQ?

กลับมากับสามข่าว เนื้อหาเดียวกันเกี่ยวกับข่าวลือเรื่องการกลับมารวมกันอีกครั้ง ทั้งสื่อในญี่ปุ่น และเกาหลี

[NEWS] 120124 หรือเอเวกซ์จะเป็นผู้กอบกู้และนำพา TVXQ กลับมารวมกันอีกครั้ง?

Posted on January 24, 2012 by JYJ3

จาก JYJ3: Nikkan Cizo เป็นหนังสือพิมพ์ข่าวซุบซิบของญี่ปุ่นที่ลงข่าวเรื่องความเป็นไปได้ที่จะมีการกลับมารวมตัวกันใหม่ของโทโฮชินกิโดยเอเวกซ์ โปรดใช้วิจารณาณในการรับข้อมูล

UPDATE —>[JAPANESE NEWS] 120122 “Will it be Avex Ent. savior?” The surfacing of reuniting Tohoshinki Project. 

วันที่ทั้งห้าคนจะกลับมารวมกันอีกครั้งใกล้จะมาถึงแล้วอย่างนั้นหรือ

ตั้งแต่ต้นปีเอเวกซ์ถูกสั่นสะเทือนด้วยข่าวการประกาศแยกทางกันของอายูมิ ฮามาซากิกับสามีชาวต่างชาติ และโปรเจคการกลับมารวมกันของโทโฮชินกิถูกยกขึ้นมาในที่สุด

“เอเวกซ์ทำดีวีดีรวม PV ตั้งแต่เดบิวท์และวีดิโอที่ถ่ายทำพิเศษของอายูมิออกวางขายในวันปีใหม่ เราจะเห็นได้ว่าทั้งเอเวกซ์และอายูมิได้หารือกันจนได้ข้อสรุปออกมาเป็นการใช้ไพ่เด็ดอย่าง “การหย่าร้าง” (คนในวงการดนตรี) [T/N : PV คือ promotion video หรือในไทยเรียกมิวสิควีดิโอ]

นอกเหนือจากอายูมิแล้ว ตัวหลักของเอเวกซ์อย่าง EXILE ก็ยังออกผลงานรวม PV ในช่วงเวลาเดียวกันอีกด้วย แต่ดูเหมือนว่ายอดขายจะยังไปไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้

“ด้วยภาวะถดถอยอย่างต่อเนื่องของตลาดวงการดนตรี มาถึงช่วงเวลาที่ (คนใดคนหนึ่ง) ไม่สามารถขายได้ด้วยดนตรีเพียงอย่างเดียว เอเวกซ์เปลี่ยนกลยุทธ์ของพวกเขาด้วยการเพิ่ม PV เวอร์ชั่นพิเศษจากอัลบั้มที่แล้วเป็นของแถมและขยายการทำการตลาดอย่างกว้างขวาง ซึ่งนับว่าได้ผลเนื่องจากอายูมิอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัท สำหรับ EXILE และนามิเอะ อามูโรนั้นไม่ได้อยู่ภายใต้บริษัทของพวกเขาแต่สังกัดบริษัทอื่น พวกเขาจะไม่ได้กำไรมากนัก” (คนในวงการดนตรี) [T/N: EXILE และนามิเอะ เอเวกซ์เป็นเพียงผู้ดูแลการจัดจำหน่ายเท่านั้น]

เมื่อกล่าวถึงบริษัทจัดการอื่น เอเวกซ์เป็นหนึ่งในผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโทโฮชินกิซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดของบริษัท ‘SM Entertainment’ ประเทศเกาหลี และเป็นผู้มีส่วนในการขยายกิจกรรมโปรโมทของพวกเขา (โทโฮชินกิ) ออกไปอย่างกว้างขวางในญี่ปุ่นรวมทั้งบ่มเพาะพวกเขาให้เติบโตขึ้นมาเช่นเดียวกันกับศิลปินของบริษัทเอง แต่เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งเรื่องสัญญาของพวกเขากับ SM สมาชิก 3 คนแยกตัวออกมาจากวงที่เดิมมีสมาชิกทั้งหมด 5 คนและกำลังทำกิจกรรมของพวกเขาต่อไปภายใต้ชื่อ JYJ แต่ดูเหมือนว่าจะมีโปรเจคกลับมารวมสมาชิกทั้งห้าคนอีกครั้ง

“โทโฮชินกิในปัจจุบันประกอบด้วยยุนโฮและชางมิน แต่สมาชิกที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่นคือแจจุงแห่ง JYJ ในเบื้องต้นเอเวกซ์มีสัญญากับบริษัทจัดการของ JYJ แต่เนื่องจากบุคคลผู้ซึ่งมี ‘เบื้องหลังไม่ดี’ สัญญาจึงถูกระงับกะทันหัน ด้วยเหตุผลนี้เองกิจกรรมของ JYJ ในญี่ปุ่นจึงถูกระงับไป ในปีที่ผ่านมาเนื่องจากคอนเสิร์ตการกุศลเพื่อผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเขตโทโฮกุทำให้พวกเขากำลังเผชิญกับความขัดแย้งอื่นในชั้นศาลด้วย นอกเหนือจากนั้นชื่อของพวกเขายังถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้องกับงานเลี้ยงการกุศลเพื่อผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเขตโทโฮกุที่เป็นเรื่องหลอกลวงซึ่งยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่องอยู่ในขณะนี้ ในเกาหลี SM ใช้อำนาจในการจำกัดการปรากฏตัวของ JYJ ในรายการ (ทางโทรทัศน์) แต่ความสามารถในการดึงดูดผู้ชมของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่อย่างไม่สามารถปฏิเสธได้ ดังนั้นหากคำตอบของสมมติฐานในการแก้ปัญหาของ JYJ คือการนำสมาชิกทั้งห้าคนขึ้นคอนเสิร์ตในสถานที่ใหญ่ ๆ เช่นโตเกียวโดมล่ะ ดูเหมือนว่าทางรอดของเอเวกซ์ผู้ซึ่งสูญเสียสิ่งที่ ‘ขายได้’ ไปคือต้องทำให้โปรเจคนี้เป็นจริงขึ้นมา แต่เนื่องจากความสัมพันธ์ของ JYJ กับผู้ที่มีข่าวลือว่าเป็น ‘ผู้เกี่ยวข้องที่มีเบื้องหลังไม่ดี’ ดังนั้นจึงดูเหมือนว่าจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้” (ผู้สื่อข่าวนิตยสารรายสัปดาห์)

และดูเหมือนว่าอีกคนหนึ่งซึ่ง ‘ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้อง’ กับเรื่องราวของโปรเจคนี้คือ อายูมิ

“อันที่จริงแล้วอายูมิมีความสนิทสนมกับ JYJ ไปจนถึงการร่วมทำงานเพลงกับจุนโฮ พี่ชายฝาแฝดของจุนซูในอัลบั้มของเธอ ระหว่างคอนเสิร์ต A-Nation ของเอเวกซ์ปีที่ผ่านมา สมาชิกทั้งสองคนของโทโฮชินกิกล่าวว่า ‘พวกเขาไม่ต้องการแสดงบนเวทีเดียวกับจุนโฮ’ ซึ่งหมายถึงการแสดงร่วมกันตามที่กำหนดไว้ (T/N : น่าจะหมายถึงการแสดงของอายูมิร่วมกับจุนโฮ) เอเวกซ์ได้รับการตำหนิมากมายทางทวิตเตอร์ มีข่าวลือออกมาว่าอายูเป็นคนกลางในการประสานทั้งสองฝ่ายให้มาพบกันครึ่งทางเพื่อการกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง” (ผู้สื่อข่าวนิตยสารรายสัปดาห์)

ถึงแม้ว่าจะมีแฟนมากมายที่หวังให้ทั้งห้าคนกลับมารวมกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นเรื่องที่ยากมากและดูเหมือนว่าเอเวกซ์กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่่ลำบาก

Source: Excite.co.jp
Translation by: Helly of JYJ3
Shared byJYJ3
Please do not add to, alter, or remove the credits.

—————————————————————–

[KOREAN NEWS] 120124 AVEX to act as the savior and reunite TVXQ?

ในวันที่ 22 มกราคม แฟน TVXQ ทั่วโลกกำลังตื่นเต้นยินดีกับบทความที่กล่าวถึงความเป็นไปได้ของการกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง สื่อญี่ปุ่นลงบทความเรื่อง “เอเวกซ์จะสามารถเป็นผู้กอบกู้ได้หรือไม่ ทฤษฎีกลับมารวมตัวกันของ TVXQ” ในบทความกล่าวว่า “รุ่งเช้าของวันปีใหม่ มีการประกาศว่าเอเวกซ์และอายูมิ ฮามาซากิจะมีส่วนร่วมในโปรเจคการกลับมารวมกันของ TVXQ” ซึ่งการประกาศนี้ออกมาหลังจากที่เอเวกซ์มีการรายงานยอดขายที่ต่ำลงของเพลงบัลลาร์ดของพวกเขาเมื่อเร็ว ๆ นี้”

นิตยสารในญี่ปุ่นกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “สมาชิกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่นคือแจจุง ก่อนหน้านี้ JYJ ประสบปัญหาเนื่องจากเอเวกซ์ขัดขวางกิจกรรมของพวกเขาในญี่ปุ่น” เขากล่าวต่อไปอีกว่าหลายคนยังคงสงสัยว่าการกลับมารวมกันจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ด้วยสถานการณ์ทั้งในอดีตและปัจจุบันระหว่างบริษัทและและวงของพวกเขา

ผู้สื่อข่าวยังกล่าวอีกด้วยว่า “ก่อนหน้านี้ มีข้อขัดแย้งเกิดขึ้นกับคอนเสิร์ตการกุศลซึ่ง JYJ ต้องการจัดขึ้นในญี่ปุ่นภายหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปีทีผ่านมา” เขาเน้นว่าถึงแม้จะมีแฟนจำนวนมากที่สนับสนุนโปรเจคนี้ แต่ก็อาจจะยังเป็นเรื่องยากสำหรับเอเวกซ์ที่จะสานต่อโปรเจคและได้เห็นการกลับมารวมกันอีกครั้งเกิดขึ้น

การกลับมารวมตัวกันอีกครั้งนั้นมีข่าวลือออกมาว่าจะเป็นคอนเสิร์ตซึ่งจะจัดขึ้นที่โตเกียวโดม ในขณะนี้อายูมิ ฮามาซากิมีส่วนร่วมในฐานะผู้เจรจาสำหรับโปรเจคนี้ ยังมีข่าวลือว่าโปรเจคนี้จะรวมไปถึงคนใกล้ชิดของ JYJ อย่างเช่นจุนโฮ พี่ชายฝาแฝดของจุนซูอีกด้วย

ชาวเนตแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “ฉันตื่นเต้นกับเรื่องนี้ไปแล้ว” “ฉันหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นไปได้ด้วยดี” “ฉันไม่คิดว่าเอเวกซ์จะสามารถผลักดันเรื่องนี้ได้สำเร็จ” และ “ฉันหวังว่าเราจะได้ดูคอนเสิร์ตการกลับมารวมกันใหม่อีกครั้งในปีนี้”

คุณคิดว่าความเป็นไปได้ของการกลับมารวมกันอีกครั้งของ TVXQ ในอนาคตจะเป็นอย่างไร”

Source: Newsen (1 and 2)
Credits: Koreaboo

————————————————————————–

[KOREAN NEWS] 120124 Possibility of TVXQ reunion through Avex?

ข่าวล่าสุดเรื่องความเป็นไปได้ของการกลับมารวมกันของ TVXQ กำลังส่งผลกระทบไปทั่ววงการ

บทความในญี่ปุ่นลงเรื่อง “หรือเอเวกซ์จะเล่นบทผู้กอบกู้ โปรเจคการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของ TVXQ” บทความนี้กล่าวถึงข่าวลือของคอนเสิร์ตการกลับมารวมตัวกันที่โตเกียวโดมที่จะจัดขึ้นโดยเอเวกซ์ ผู้ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ขัดขวางกิจกรรมในญี่ปุ่นของ JYJ ถ้าพิจารณาจากในขณะนี้เอเวกซ์กำลังมีผลประกอบการต่ำลง มีการพูดกันว่าพวกกเขาพร้อมแล้วที่จะก้าวต่อไปด้วยโปรเจคนี้และหยุดการขัดขวางกิจกรรมในญี่ปุ่นของ JYJ อายูมิ ฮามาซากิ ซูปเปอร์สตาร์ชาวญี่ปุ่นเป็นอีกคนที่มีข่าวลือว่าจะเป็นผู้ประสานสำหรับทั้งสองฝ่าย

ในขณะที่ข่าวเรื่องความเป็นไปได้ของการกลับมารวมกันได้รับการตอบรับอย่างกระตือรือร้นจากแฟนเพลงทั่วโลก หลายคนยังคงตั้งข้อสงสัยถึงโอกาสของการกลับมารวมกันจะเกิดขึ้นได้จริง ความจริงที่การรวมตัวกันนี้ริเริ่มจัดการโดยเอเวกซ์แทนที่จะเป็น SM Entertainment ก็เป็นเป็นสาเหตุของข้อสงสัยด้วย

บทความยังกล่าวต่อไปอีกว่า “ในขณะที่การกลับมารวมกันอีกครั้งของ TVXQ เป็นสิ่งที่แฟนทั้งหลายตั้งตารอคอย แต่ความเป็นไปได้น้อยมากที่เรื่องนี้จะเกิดขึ้นจริงเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงความสิ้นหวังของเอเวกซ์” นัยยะคือการไม่ประสบความสำเร็จมากนักของเอเวกซ์ในปัจจุบันอาจเป็นสาเหตุจูงใจให้เกิดโปรเจคที่ไม่น่าเป็นไปได้เช่นนี้

แฟนของ TVXQ มีปฏิกิริยากับข่าวนี้เช่น “ถึงแม้ว่าจะดีที่สุดถ้าหากมีการกลับมารวมกันเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้” “พวกเขาบอกว่าเอเวกซ์จะเป็นแกนนำโปรเจคนี้ แต่ฉันไม่เชื่อใจพวกเขา” และ “ฉันหวังว่าพวกเขาจะหยุดเขียนบทความการกลับมารวมตัวกันที่ไร้สาระแบบนี้เสียที”

Source & Image: Newsen via Nate
Credit: Allkpop
Shared by: JYJ3 <<link>>

Thai trans : iNP

———————————————————————————-

รับข้อมูลด้วยวิจารญาณนะคะ ถ้าข้อมูลไม่เพียงพอ แนะนำให้ลองกลับไปอ่านวิบากกรรมที่เอเวกซ์ และ SM ได้ทำกับ JYJ ไว้ก่อนหน้าที่ข่าวนี้จะออกมาในบทความเก่า ๆ นะคะ